546.jpg
ผอ.รพ.เล่านาทีทีมแพทย์ช่วยผู้ป่วยโควิดกลางดึก สู้เต็มที่กับคนไข้ทุกราย

ผอ.รพ.เล่านาทีทีมแพทย์ช่วยผู้ป่วยโควิดกลางดึก สู้เต็มที่กับคนไข้ทุกราย

วันพุธ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2564, 10.01 น.

 

28 เมษายน 2564 นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิชล จ.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเล่าการทำงานของทีมแพทย์ผู้ป่วยโควิด-19 โดยระบุว่า...


"#เป็นอีกคืนที่ยุ่งเหยิงของทีมแพทย์ พยาบาล และพนักงานลำเลียงผู้ป่วย 

เมื่อพยาบาลในหอผู้ป่วยโควิดรายงาน แพทย์ประจำหอผู้ป่วยโควิด ว่ามีผู้ป่วยอายุ68ปี รับไว้นอนในโรงพยาบาลเป็นวันที่8 แล้ว แพทย์วินิจฉัยว่ามีภาวะปอดบวมตั้งแต่วันแรกรับ ได้ขอยาต้านเชื้อมาให้ทันที ค่าออกซิเจนในเลือด 98 % สัญญาณชีพปกติ ชีพจร 85 ไม่มีไข้ ผู้ป่วยรู้สึกสบายดี ไม่เหนื่อย ไม่หอบ ได้เอกซเรย์ปอดเป็นระยะในวันที่ 1,3,5 และวันที่8 ปวดบวมจากเอกซเรย์เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นไม่มาก แต่ค่าออกซิเจนในเลือดเริ่มลดลง จึงให้ย้ายผู้ป่วยเมื่อประมาณเที่ยงคืนลงมาไว้ห้องแรงดันลบเพื่อสะดวกในการปฏิบัติการกู้ชีพ 

หลังจากนั้นได้ติดตามค่าออกซิเจนในเลือด ลดเหลือ 96-95-93%  ทีมแพทย์จึงตัดสินใจ ใส่ท่อช่วยหายใจ โดยใช้ทีมวิสัญญีแพทย์ วิสัญญีพยาบาล ที่มีความชำนาญ สวมชุดป้องกันสูงสุด PAPR ที่มีระบบดูดอากาศผ่านตัวกรอง มาที่ชุดคลุมศีรษะ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ในระหว่างปฏิบัติการ ใช้เครื่องมือส่องใส่ท่อช่วยหายใจชนิดพิเศษ พร้อมให้ยาระงับความรู้สึก ลดการต่อต้านเมื่อใส่ท่อ เนื่องจากอาจทำให้ผู้ป่วย ไอหรือจาม ทำให้เชื้อฟุ้งกระจาย ได้ หลังจากนั้นใช้เครื่องช่วยหายใจควบคุมด้วยปริมาตรและความดัน อัตโนมัติเพื่อพยุงการหายใจ ปรับตั้งค่า ให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกต้านเครื่อง  

หัวหน้าทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่อำนวยการอยู่ด้านนอก ได้ตัดสินใจสวมชุด PPE เข้าไปประเมินอาการ สัญญาณชีพ ผู้ป่วยด้วยตนเอง พร้อมปรับการตั้งค่าเครื่องช่วยหายใจให้เหมาะกับสภาพร่างกายผู้ป่วย และได้เอกซเรย์ปอดอีกครั้ง วันที่11 พบว่าภาพทางรังสี มีรอยโรคแย่ลงไปกว่าเดิมมาก 

หลังใช้เครื่องช่วยหายใจ  ได้ตั้งค่าปรับเพิ่มอัตราการไหลของอ๊อกซิเจนให้สูงขึ้น ค่าอ๊อกซิเจนในเลือดปรับตัวสูงขึ้น 99% ประเมินอาการโดยรวมเช้าวันนี้ น่าพอใจ ผู้ป่วยรู้สึกตัวดี สัญญาณชีพคงที่
แพทย์ถามผู้ป่วยว่าเหนื่อยมั้ย โยกส่ายหัวเพื่อบอกว่าไม่เหนื่อย มีกำลังใจดี  ยังสู้ไหว 
ทีมแพทย์ได้ปรับการให้ยาใหม่อีกครั้ง โดยให้ยาต้านไวรัสต่อเนื่องไปอีก ให้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ปรับยาต้านการอักเสบ 
จัดทีมพยาบาลเสริมกำลังในการเฝ้าดูแลติดตามผู้ป่วย ใกล้ชิด 
ในผู้ป่วยสูงอายุจึงเป็นความเสี่ยงอย่างมากที่ไม่อาจไว้วางใจ แม้ในช่วง 5-8วันแรกจะรู้สึกสบายดี แต่อาการและพยาธิสภาพในปอดเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วมาก หากอยู่ในสถานที่ไม่พร้อม จะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว เพราะร่างกายขาดออกซิเจน

ถึงวันนี้ก็ไม่อาจวางใจ อยู่ที่สภาพร่างกายและการฟื้นตัวของปอดของผู้ป่วยเอง ได้มากน้อยแค่ไหน แต่ทีมบุคลากรทางการแพทย์สู้เต็มที่กับผู้ป่วยทุกราย

อีกมุมหนึ่งของทีมแพทย์ในการดูแลผู้ป่วยโควิด19
จึงขอส่งกำลังใจให้กับทุกท่าน อยู่บ้าน อดทนกันอีกหน่อย ไม่นานก็ผ่านไปได้"

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top