วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ว่า ในประเทศไทยยังไม่เคยมีการฉีดวัคซีนครั้งใดที่จะเป็นครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เช่นนี้มาก่อน โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะฉีดวัคซีนต้านโควิดให้ครอบคลุมประชาชน 50 ล้านคน หรือคิดเป็น ร้อยละ 70 ของจำนวนประชากรภายในสิ้นปี 2564 เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ (Herd Immunity) ต่อไวรัสโควิด-19
จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 จนถึงปัจจุบัน วัคซีนต้านโควิด-19 ได้เริ่มทยอยเข้าสู่ประเทศไทยแล้ว การฉีดวัคซีนโดยพร้อมเพรียงกันจะสร้างความมั่นคงทางสุขภาพแก่ครอบครัวและประเทศ ดังนั้น เพื่อให้ประชาชนได้รับการฉีดอย่างมั่นใจและรวดเร็วตามเป้าหมาย จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาแพลตฟอร์ม ระบบติดตาม-ตรวจสอบย้อนกลับ “โซ่ความเย็น” วัคซีนโควิด-19 (COVID-19 Vaccines Track and Traceability Platform for Cold Chain and Patient Safety)
ซึ่งได้เริ่มใช้ในการดำเนินงานแล้วตั้งแต่กลางเดือน เม.ย. 2564 เป็นต้นมา นับเป็นต้นแบบการเชื่อมโยงข้อมูลสำหรับการบริหารจัดการโซ่ความเย็นของวัคซีน (Cold Chain) สู่ภาคสาธารณสุขไทยเป็นครั้งแรก โดยเชื่อมโยงข้อมูล และจัดการกระจายวัคซีนให้ครอบคลุมทั่วถึงอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถคงคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด ตั้งแต่ต้นทางผู้ผลิตวัคซีนไปยังสถานพยาบาล จนถึงปลายทางผู้รับบริการ พร้อมทั้งสามารถติดตามตรวจสอบย้อนกลับ (Track and Traceability) และเรียกคืน (Recall) วัคซีนได้

ด้าน รศ.ดร.ดวงพรรณ กริชชาญชัย อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ และหัวหน้าศูนย์การจัดการโลจิติกส์และโซ่อุปทานสุขภาพ (LogHealth) คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ปัจจุบันมีวัคซีนที่ทยอยเข้ามาฉีดแก่ประชาชนแล้ว ได้แก่ แอสตราเซเนกา (AstraZeneca), ซิโนแวค (Sinovac) และอื่นๆ ที่จะตามมาเช่น ไฟเซอร์ (Pfizer) สปุตนิก วี (Sputnik V) และอื่นๆ หน้าที่ของแพลตฟอร์มระบบติดตาม-ตรวจสอบย้อนกลับ โซ่ความเย็นวัคซีนโควิด-19 นี้ จะแสดงผลรายละเอียดวัคซีนทั้งหมด ตั้งแต่การผลิตวัคซีน ทั้งในประเทศและการนำเข้า
การจัดเก็บวัคซีน การขนส่งและกระจายวัคซีน COVID-19 ว่าขนส่งด้วยพาหนะอะไร เมื่อไร ไปที่ไหน
ให้ใคร รวมถึงข้อมูลการควบคุมความเย็นของระดับอุณหภูมิตลอดโซ่อุปทาน ตั้งแต่บริษัทผู้ผลิต ผู้ขนส่ง ไปจนถึง
โรงพยาบาลผู้ให้บริการ และประชาชนผู้รับบริการ เพื่อประโยชน์และความปลอดภัยของประชาชนและบุคลากร
ที่ได้รับวัคซีนมีความมั่นใจว่าคุณภาพของวัคซีนที่ได้รับนั้น มีประสิทธิภาพและคงคุณภาพตามมาตรฐานสากล
ทั้งนี้ ระบบติดตาม-ตรวจสอบย้อนกลับ “โซ่ความเย็น” วัคซีนโควิด-19 จะนำชุดข้อมูลของแต่ละหน่วยงานที่ได้กรอกไว้ในระบบกลาง Co-Vaccine ของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งข้อมูลการลงทะเบียนบริษัทผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าวัคซีน ตลอดจนผู้รับบริการวัคซีน มาเชื่อมต่อข้อมูลจากศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และแอปพลิเคชั่นหมอพร้อม เพื่อแสดงผลด้านSupply Chain and Logistics
หากเกิดปัญหาขึ้นสามารถเรียกคืนวัคซีนได้รวดเร็วทันสถานการณ์ เช่น ปัญหาวัคซีนระบุวันหมดอายุไม่ชัดเจน มีรอยแก้ไข เป็นต้น แพลตฟอร์มนี้จะสืบค้นได้ว่าวัคซีนที่มีปัญหาอยู่ที่ไหนฉีดให้ใคร และเรียกคืนได้เร็ว ในด้านการเก็บรักษาวัคซีน โดยใช้ระบบลูกโซ่ความเย็น (Cold Chain) จำเป็นต้องรักษาอุณหภูมิให้คงที่ โดยวัคซีนที่ประเทศไทยนำเข้าในปัจจุบัน คือ แอสตราเซเนกา (AstraZeneca), ซิโนแวค (Sinovac) จะต้องมีอุณหภูมิคงที่ประมาณ 2-8 องศาเซลเซียส ตลอดโซ่อุปทาน โดยมีระบบ Sensor Monitoring คอยตรวจระดับรักษาความเย็นและคอยเก็บข้อมูล ติดไว้ที่รถขนส่ง และตู้แช่วัคซีนในโรงพยาบาล
นอกจากนี้ ระบบติดตาม-ตรวจสอบย้อนกลับ “โซ่ความเย็น” วัคซีนโควิด-19 สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้ตลอดโซ่ความเย็น (Cold Chain) ผ่านระบบอินเตอร์เนตจองสรรพสิ่ง (IoT) ตั้งแต่ข้อมูลผลิตภัณฑ์ ปริมาณ วัคซีนที่ผลิต นำเข้าหรือจัดซื้อ, อุณหภูมิการจัดเก็บ จำนวนและชนิดของวัคซีนที่กระจายไปให้แต่ละโรงพยาบาล, และข้อมูลผู้รับบริการวัคซีน โดยแต่ละกล่องของวัคซีนนั้นจะมีหมายเลข Serial ระบุอยู่เพื่อป้องกันการผิดพลาด สร้างความมั่นใจแก่ประชาชนได้เป็นอย่างดี
แพลตฟอร์ม ระบบติดตาม-ตรวจสอบย้อนกลับ “โซ่ความเย็น” วัคซีนโควิด-19 (COVID-19 Vaccines Track and Traceability Platform for Cold Chain and Patient Safety) สำหรับติดตามและตรวจสอบย้อนกลับข้อมูลของวัคซีน ถูกพัฒนาขึ้นโดยศูนย์การจัดการโลจิติกส์และโซ่อุปทานสุขภาพ (LogHealth) คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อสร้างความมั่นใจและประสิทธิภาพของการกระจายวัคซีนโควิด-19
โดยระบบจะเชื่อมต่อและรวบรวมข้อมูลจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าถึงกัน เพื่อความถูกต้องแม่นยำ ควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานสากลและมีประสิทธิภาพรวดเร็วจากต้นทางถึงปลายทาง การเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกภาคส่วนในการกระจายวัคซีน ได้แก่ คณะอนุกรรมการอำนวยการบริหารจัดการการให้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)
กระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.), องค์การเภสัชกรรม (GPO),
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์,กรมควบคุมโรค, บริษัทผู้นำเข้า, ผู้ขนส่งวัคซีน, กองบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข, ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข, โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และความร่วมมือจากภาคเอกชน ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, บริษัท AI and Robotics Venture (ARV) และ บริษัท โนวากรีน เพาเวอร์ ซิสเท็ม จำกัด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี