‘สสส.-นักวิชาการ’ห่วงแรงงานนอกระบบ  โควิดกระทบหนัก-วอนผู้เกี่ยวข้องช่วยเหลือ

‘สสส.-นักวิชาการ’ห่วงแรงงานนอกระบบ โควิดกระทบหนัก-วอนผู้เกี่ยวข้องช่วยเหลือ

วันจันทร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
Tag :

นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า การสำรวจแรงงานไทยของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2563 พบว่า ประเทศไทยมีแรงงาน 37.93 ล้านคน เป็นแรงงานนอกระบบ 20.36 ล้านคน หรือ ร้อยละ 53.68 สถานการณ์โควิด-19 สะท้อนให้เห็นว่า “แรงงานนอกระบบ” 3 กลุ่ม คือ แรงงานภาคเกษตรกรรม แรงงานภาคการค้าบริการ และแรงงานภาคการผลิต ต้องเผชิญปัญหาหนักจากการไม่สามารถประกอบอาชีพ ส่งผลให้ขาดรายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัว

อีกทั้งเมื่อพิจารณาถึงปัญหาแรงงานนอกระบบในภาพรวมที่ต้องเผชิญ 6 ด้าน คือ 1.ค่าตอบแทนน้อยลง 2.ไม่ได้รับการจ้างงานต่อเนื่อง 3.ทำงานหนักและเสี่ยง 4.ไม่ได้รับสวัสดิการเทียบเท่าแรงงานในระบบ 5.ชั่วโมงทำงานมากเกินไป และ 6.ไม่มีวันหยุดหรือลาพักผ่อนไม่ได้ และอาจพบแรงงานในระบบออกสู่นอกระบบมากขึ้นในอนาคตเนื่องจากการปิดสถานประกอบการ ทั้งนี้ สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่ายแรงงานนอกระบบ สมาคมส่งเสริมสิทธิชุมชนเพื่อการพัฒนา (สชพ.) วางแนวทาง “เพิ่มรายได้ พัฒนาทักษะ สร้างภูมิคุ้มกันสุขภาวะ”


เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้แรงงานนอกระบบรู้จักวิธีรับมือปัญหาและเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือ โดยนำร่องที่จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งมีคนตกงาน หรือถูกเลิกจ้างชั่วคราวเป็นจำนวนมาก ได้สนับสนุนการพัฒนาทักษะแรงงานให้รู้เท่าทันเทคโนโลยี การให้คำปรึกษาการสร้างอาชีพที่ 2 เพื่อเพิ่มรายได้ สนับสนุนการพัฒนาชุดความรู้ให้แรงงานนอกระบบรู้จักวิธีป้องกันตัวเองไม่ให้ติดเชื้อ และการสื่อสารผ่านสื่อรูปแบบต่างๆ ครอบคลุมกว่า 3,000 คนในพื้นที่

 

 

นางภรณี กล่าวต่อไปว่า สสส.ยังร่วมกับเครือข่ายสลัม 4 ภาค และมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย ในการส่งเสริมอาชีพ และการพึ่งตนเองในอีก 76 ชุมชน และสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ชุมชนเป็นสถานที่กักตัวเมื่อพบกลุ่มเสี่ยง จำนวน 13 ศูนย์ กระจายอยู่ในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ สมุทรปราการ และปทุมธานี พร้อมทั้งมีมาตรการอบรมให้ความรู้อาสาสมัครดูแลกลุ่มเสี่ยงกับอาสาสมัครและตัวแทนชุมชน เพื่อทำหน้าที่ในการสนับสนุนการกักตัวของกลุ่มเสี่ยงรวมทั้งการพัฒนามาตรการแบ่งเบาภาระทางเศรษฐกิจของคนในชุมชน

ได้แก่ ร้านอาหารและของชำราคาถูก, ผักสวนครัวหน้าบ้านและ เลี้ยงไก่ไข่ ในชุมชน เป็นต้น มีเป้าหมายเพื่อสร้างการพึ่งตนเอง ลดรายจ่ายให้กับครัวเรือนและชุมชน จากการขาดรายได้หรือว่างงาน ซึ่งในระยะยาวจะเป็นแหล่งอาหารให้กับกลุ่มคนเปราะบางชุมชน นอกจากนี้ยังได้ยกระดับองค์กรด้านอาชีพ เพื่อพัฒนาระบบ กระบวนการเสริมศักยภาพ และทักษะด้านอาชีพที่เหมาะสมและตรงต่อความต้องการของตลาด เพื่อการพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน

ด้าน นายบวร ทรัพย์สิงห์ นักวิจัยประจำสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวหน้าโครงการสำรวจสถานการณ์แรงงานนอกระบบ กล่าวว่า แรงงานนอกระบบเป็น “การจ้างงานที่ไม่มีมาตรฐาน” เพราะลักษณะการจ้างงานส่วนใหญ่ไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายแรงงาน ไม่มีสัญญาจ้างงาน ไม่มีสิทธิสวัสดิการจากบริษัท ไม่ต้องเสียภาษี เช่น อาชีพรับจ้าง หาบเร่แผงลอย คนเก็บขยะ คนขับแท็กซี่ คนรับงานไปทำที่บ้าน และพนักงานโรงงานที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน

ซึ่งสถานการณ์โควิด-19 สะท้อนชัดเจนว่า แรงงานกลุ่มนี้อาจมีสถานะยากจนเพิ่มขึ้นกว่า 10 ล้านคน เพราะมีรายได้น้อยลงจากมาตรการหยุดวงจรระบาดโควิด-19 แรงงานบางส่วนเปลี่ยนงานมาทำงานบนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้น เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตได้ ทั้งนี้ ปัจจัยทางสังคมมีส่วนกำหนดสุขภาพและชีวิตความเป็นอยู่ของแรงงานนอกระบบด้วยการเร่งให้ “วัคซีน” แรงงานกลุ่มภาคบริการ แรงงานรับจ้าง

จะมีส่วนช่วยขับเคลื่อนให้พวกเขามีทางออกในการใช้ชีวิตมากขึ้น เพราะจะสร้างความเชื่อมั่นให้กลุ่มแรงงานมีความปลอดภัยลดเสี่ยงการติดโควิด-19 ขณะที่ฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรมีมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้วยกลไกพักชำระหนี้ และเยียวยาจิตใจให้คำปรึกษาในช่วงที่เผชิญวิกฤติ เพราะกลุ่มคนทำงานส่วนใหญ่ได้รับค่าจ้างเป็นรายวัน การหยุดงานหมายถึงการสูญเสียรายได้ทั้งหมดในการเลี้ยงครอบครัว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top