บทความพิเศษ : ค่าเงินบาทต้องอ่อน  GDP จะโตขึ้นทันที

บทความพิเศษ : ค่าเงินบาทต้องอ่อน GDP จะโตขึ้นทันที

วันอังคาร ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 02.00 น.

นโยบายการคลังของรัฐบาลดีมาก พยายามยืมเงินมาเพื่อเยียวยาเศรษฐกิจ และพนักงาน และคนงาน และประชาชน ในยามที่เศรษฐกิจตกต่ำ เนื่องจากโควิด-19 เป็นการทำให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข เพิ่ม GDP ของประเทศขึ้นมา

ถ้ารัฐบาลใช้เงิน 700,000 ล้านบาท ที่ออกมาเป็นงบฉุกเฉิน นี้ใส่เข้าไปในระบบ อย่างถูกต้องตามวิธีการแล้วมันจะสามารถเพิ่ม GDP ได้อย่างน้อยอีก 5 เท่าถึง 10 เท่าของ 700,000 ล้านบาท เพียงแต่ว่า เสียดายที่นโยบายการเงินไม่ได้ปฏิบัติตามนโยบายการคลัง เช่น การปล่อยกู้ของธนาคารต่างๆ ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ยอมที่จะผ่อนผันการเป็น NPL หรือหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของพวก SME หรือพวกผู้กู้รายเล็กๆ และผู้ใช้ credit cards แต่ยังดันทุรังที่จะใช้แนวการปล่อยกู้อย่างเข้มงวด LTV เหมือนยามปกติที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น


รัฐบาลน่าจะสั่งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยออกกฎระเบียบให้ผ่อนผันหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ช่วงนี้ออกไปอีก 3-5 ปี และต้องส่งเสริมให้ธนาคารปล่อยกู้เพิ่มขึ้น มิฉะนั้นระบบการเงินของประเทศก็จะล่มสลายยากแก่การฟื้นฟู ผู้ประกอบการ SMEและประชาชนรายย่อยเหล่านี้ จะไม่สามารถชำระหนี้ที่เกิดขึ้นในช่วงโควิดนี้ได้เลย เพราะทุกคนถือว่าเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้และถูกใส่เข้าไปในบัญชีในเครดิตบูโร ก็จะไม่สามารถกู้เงินในระบบเพื่อประกอบอาชีพได้ต่อไป เท่ากับว่ามีคำสั่งประหารชีวิตทางการค้าสุจริตของเขาทันที และจะลามถึงเจ้าหนี้และผู้ประกอบการเกี่ยวเนื่องคนอื่น ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป GDP ของประเทศ จะลดลงไปอย่างมหาศาล

อีกอย่างหนึ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทยยังเข้าใจผิดบอกว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นหนี้ 1 ล้านล้านบาท หรือขาดทุน 1 ล้านล้านบาท เพราะการพยุงระบบการเงิน จริงๆ แล้วเป็นความผิดของธนาคารแห่งประเทศไทยมาหลายปีแล้วตั้งแต่ผู้ว่าฯประสาร ไตรรัตน์วรกุล ออกไป ถ้าธนาคารแห่งประเทศไทยใช้นโยบายการเงินที่ถูกต้องตามนโยบายการคลัง ที่รัฐบาลและกระทรวงการคลังต้องการให้เพิ่ม GDPมาโดยตลอด ธนาคารแห่งประเทศไทยจะไม่ขาดทุนเลยแม้แต่บาทเดียว โดยการทำให้ค่าเงินบาทอ่อนไปสัก 4 บาท เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีสำรองเงินตราต่างประเทศอยู่ 250,000 ล้านดอลลาร์ ถ้าค่าเงินบาทอ่อนไปสัก 4 บาทต่อเหรียญ ธนาคารแห่งประเทศไทยก็จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนทันที 1 ล้านล้านบาท เป็นการหักกลบการขาดทุนของธนาคารแห่งประเทศไทย

และนอกจากนี้ยังทำให้การส่งออกของประเทศดีขึ้นอีกมากมาย อย่างที่ท่านผู้ว่าฯประสาร อดีตผู้ว่าการแบงก์ชาติเคยทำ แล้วจะทำให้ราคาสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นอีก10 เปอร์เซ็นต์ เกษตรกรก็ไม่ต้องเดือดร้อน ขณะเดียวกันเมื่อการส่งออกดีขึ้น GDPก็จะสูงขึ้นมากตามไปด้วย และโรงงานหลายร้อยโรงก็ไม่ต้องปิดลง โรงงานที่เคยปิดก็จะเปิดขึ้นมาดำเนินการได้ รัฐบาลก็ไม่ต้องไปชดเชยค่าแรงสำหรับคนตกงาน ในขณะเดียวกันยังเก็บภาษีส่วนบุคคลและนิติบุคคลได้เพิ่มอีก

ข้อสำคัญ เมื่อโรงงานมีกำไรก็ขยายโรงงาน ต่างชาติก็กล้ามาลงทุนด้วย GDPก็โตขึ้น โรงงานไม่ต้องปิดตัวเอง และย้ายไปอยู่เวียดนาม ตามที่ไอ้เหลี่ยมอเมริกา World Bank และ IMF ต้องการ เพราะในแง่การเมือง อเมริกา ใช้ World Bank และ IMFเป็นเครื่องมือเพื่อที่จะทำให้เศรษฐกิจเวียดนามดีมากๆ เพื่อต่อต้านกับจีน(ไอ้เหลี่ยมก็ต้องการให้ท่านประยุทธ์ลาออก) โดยยอมเสียสละคนไทยและประเทศไทย การที่ทำให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวลงไปอีกสัก 4 บาทจะทำให้ GDP ประเทศไทยขึ้นมา อย่างน้อย 4-5 เปอร์เซ็นต์อีกด้วย

ประชัย เลี่ยวไพรัตน์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top