วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ข่าว Like สาระ
เปลือกทุเรียนกินแล้วห้ามทิ้ง เอาไปเลี้ยงด้วงสาคูเสริมรายได้ช่วงโควิด

เปลือกทุเรียนกินแล้วห้ามทิ้ง เอาไปเลี้ยงด้วงสาคูเสริมรายได้ช่วงโควิด

วันศุกร์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 12.30 น.
Tag : กินแล้วห้ามทิ้ง เปลือกทุเรียน เลี้ยงด้วงสาคู เสริมรายได้ โควิด19
  •  

ไอเดียเจ๋ง!!! ช่วงโควิดระบาดชาวบ้านตำบลดอนคา อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี รวมกลุ่มเลี้ยงด้วงสาคูใช้ต้นสาคูและเปลือกทุเรียนที่แม่ค้าปอกขายแล้วทิ้งนำไปเลี้ยง ใช้เวลาเพียงแค่ 45 วัน จับด้วงขายรายได้หลักหมื่นต่อเดือนเลยทีเดียว 

ช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด -19 ทำให้ทุกอาชีพได้รับกระทบ แต่บางคนยังคงดิ้นรนสู้ด้วยลำแข้งพยายามหาแนวทาง ปรับเปลี่ยนอาชีพมาเสริมในช่วงนี้เพื่อประคองครอบครัวให้ผ่านพ้นวิกฤตไปให้ได้ เช่นเดียวกับนายอำนาจ บุญสวัสดิ์ เกษตรกร หมู่ 4 ต.ดอนคา อ.บางแพ จ.ราชบุรี ที่ได้ผันอาชีพจากการเลี้ยงลูกพันธุ์ปลานิลไว้จำหน่ายประชาชนที่สนใจทั่วประเทศ


แต่ช่วงการแพร่ระบาดโควิด 19 ระบาดระลอกที่ 3 ซึ่งถือว่าหนักมาก ทำให้ครอบครัวได้รับผลกระทบ มีสั่งซื้อลูกปลาน้อยลง จึงต้องปรับเปลี่ยนหาอาชีพเสริมใหม่มาเลี้ยงด้วงสาคูได้ประมาณ 3 เดือนเศษ โดยมีเพื่อนสมาชิกในกลุ่มประมาณเกือบ 600 คน หันมาเลี้ยงด้วงส่งขายตามตลาดนัดนำไปทอดกรอบร่วมกับแมลงอื่น ๆ เลี้ยงง่ายโตเร็ว ใช้เวลาเพียงเดือนเศษ ก็สามารถจับขายส่งจำหน่ายตลาดได้แล้ว ซึ่งที่นี่ยังถือเป็นการรวมกลุ่มเลี้ยงด้วยสาคูในช่วงสถานการณ์โควิดที่ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เลี้ยงครอบครัวใช้เวลาไม่นาน อีกทั้งที่กลุ่มเลี้ยงด้วงสาคูยังมีเทคนิคการเลี้ยงที่แปลกโดยนำเปลือกทุเรียนที่ไม่มีค่าถูกทิ้ง หลังจากที่แม่ค้าขายเนื้อทุเรียนไปแล้ว นำมาใส่ในกะละมัง ร่วมกับวัสดุอื่นๆ เพื่อด้วงกินเปลือกทุเรียนสามารถลดต้นทุนการเลี้ยงได้เยอะมาก

 

 

นายอำนาจ บุญสวัสดิ์ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55 หมู่ 4 ต.ดอนคา อ.บางแพ กล่าวว่า ได้สืบหาการเลี้ยงจากยูทูป เริ่มเลี้ยงจาก 7 กะละมัง ซื้อมา 2,800 บาท ทดลองเลี้ยงดู พบว่าออกลูกได้เยอะมาก แม่ด้วง 5 คู่ได้ลูกประมาณ 270 ตัว ต่อ 1 กะละมัง จึงคิดว่าด้วงสาคูน่าจะเป็นสัตว์เศรษฐกิจได้ดี จึงสั่งพ่อแม่พันธุ์มาอีกครั้งแรก 300 คู่ เป็นสัตว์เลี้ยงง่ายจึงทยอยสั่งมาอีก 2,000 คู่เลี้ยงมาประมาณ 3 เดือนแล้ว เดือนแรกขายได้ประมาณกว่า 10,000 บาทเดือนที่ 2 ได้เงินกว่า 20,000 บาท และเดือนที่ 3 ได้เงิน 50,000 กว่าบาทเป็นสิ่งที่ตอบรับกับอาชีพช่วงสถานการณ์โควิด - 19

อยากให้คนที่ตกงานยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรดีนั้นให้ลองมาเลี้ยงด้วงสาคูกัน ตอนนี้มีการส่งออกต่างประเทศไปที่จีนและอีกหลายประเทศที่ต้องการโปรตีนของด้วง โดยนำไปตรวจสอบแล้วที่แล็ปอยู่ที่ 28 โปรตีนเป็นด้วงสด แต่หากเป็นด้วงทอดอยู่ที่ 27 โปรตีนส่งขายทั้งในประเทศและต่างประเทศและชาวบ้านทั่วไปนำไปทอดขาย 

 

 

ขั้นตอนการเลี้ยงจะใช้สาคูเป็นชุดทดลองใช้ประมาณ 4 กิโลกรัม อาหารเลี้ยงสุกร 3 ขีด จุลินทรีย์ 1 ช้อนโต๊ะ กากน้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ คลุกเคล้าผสมให้เข้ากัน น้ำเปล่าประมาณ 4.7 กิโลกรัม ต่อกะละมัง ใช้กาบมะพร้าวปิดส่วนหน้าด้านบน ปล่อยพ่อแม่พันธุ์ 4 หรือ 5 คู่ ทิ้งไว้ 20 วัน ลูกด้วงไม่ต่ำกว่า 270 - 350 ตัว ต่อ 1 กะละมัง โดย 1 กะละมังจะได้น้ำหนักประมาณ 8 ขีดถึง 1.3 กิโลกรัม ลงทุนไม่เกิน 90 บาท ต่อกะละมัง ขายปลีกกิโลกรัมละ 250 บาท ขายส่ง 10 กิโลกรัมขึ้นไปกิโลกรัมละ 200 บาท หากส่งเข้าบริษัทกิโลกรัมละ 180 บาท ทางบริษัทรับไม่อั้น

ส่วนเรื่องการใช้เปลือกทุเรียนเป็นแนวคิดทราบมาว่าทางประเทศจีนใช้ทั้งลูกทุเรียนเลี้ยงด้วงสาคู โดยเห็นตามตลาดนัดได้นำเปลือกทุเรียนนำไปทิ้ง จึงนำกลับมาใช้ประโยชน์ด้วยการเอามาเลี้ยงด้วงสาคู เริ่มเพาะพันธุ์ให้เป็นตัวก่อนแล้วจึงเริ่มเลี้ยงด้วยเปลือกทุเรียน ช่วยเรื่องการลดต้นทุนได้มาก ซึ่งไม่ใช่ราคาต้นทุนที่กะละมัง 90 บาทแล้ว แต่จะเหลือต้นทุนที่กะละมัง 50 - 60 บาท จากที่เราจะซื้ออาหารมาเป็นส่วนผสมการเลี้ยง แต่จะใช้เปลือกทุเรียนมาเป็นส่วนผสมเลี้ยงดีกว่านำไปทิ้งเสียประโยชน์ รสชาติของด้วงสาคูหากเทียบกับหนอนต่อ ด้วงสาคูจะมีรสชาติหวาน หอม มันได้ดีมาก เพราะว่าอย่างคนไม่เคยกินด้วยสาคูแล้วลองมาชิมดูติดใจทุกคน การเลี้ยงใช้เวลาประมาณ 35 - 40 วัน ช่วงเตรียมจับขายให้ล้างท้องด้วยเกลือ  ใบเตย ผลไม้ทุกชนิดที่ด้วงสาคูกินได้ ทิ้งไว้ 5 - 6 ชม.แล้วจึงนำมาทอดได้ 

 

 

ส่วนคนที่สนใจอยากเลี้ยงจะมีชุดทดลองให้ไปเลี้ยงสัก 1 กะละมัง ถ้าชอบหรือสนใจสามารถมาซื้อไปเลี้ยงอีกได้ อยากช่วยเหลือช่วงสถานการณ์โควิดที่หลายคนไม่ค่อยมีเงิน จึงอยากช่วยลดต้นทุนให้น้อยที่สุด 1 ชุดทดลองราคา 340 บาทพร้อมกะละมัง และฝาปิด มีสาคู จุนลินทรีย์ กากน้ำตาล อาหารหมู มีแม่พันธุ์ 5 คู่ต่อ 1 กะละมัง

แต่หากจะเลี้ยงขาย มีพ่อแม่พันธุ์ ราคาตัวละ 6 บาท เนื่องจากจะต้องเลี้ยง ไปในระยะ จากเดิมที่เคยเลี้ยงไว้ 40 วันเพิ่มเลี้ยงไปอีก 15 วันก็จะเป็นตัวโตเข้าไปม้วยทำรังอาศัยอยู่ในใยมะพร้าว โดยตัวด้วงจะสร้างรังจากกาบใยมะพร้าวลักษณะเป็นม้วนห่อตัวเอง หากเราไม่ขายก็สามารถเลี้ยงต่อไปเป็นพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ได้อีก

 

 

ด้วงสาคูจึงถือได้ว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจของกลุ่มชาวบ้านใน อ.บางแพ ที่หันมาสนใจทดลองเลี้ยงส่งออกขายตามตลาดทั่วไป เป็นสัตว์ที่มีโปรตีนสูง เมื่อนำทอดใส่ในกระทะจะมีลักษณะสีเหลืองอ่อน ลูกค้าหรือผู้ที่ชื่นชอบแมลงทอดกรอบก็บอกได้เป็นเสียงเดียวกันกันว่ารสชาติมันดี ไม่แพ้กับแมลงทั่วไปที่เคยทอดขายถือเป็นอีกตัวอย่างอาชีพที่ดีที่ได้ทำมาหากินสร้างรายได้ สร้างอาชีพในยุคปัจจุบัน สร้างความเข้มแข็งในกลุ่มจนประสบความสำเร็จ 

สำหรับผู้สนใจสามารถเข้าไปที่กลุ่มไลน์ด้วงสาคู จังหวัดราชบุรี กับเผือกเจริญฟาร์ม หรือตือต่อได้ที่ 089-5489994 และ 088-458999

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

ค้านพักโทษ‘ทักษิณ’ คปท.บุกยธ.ให้ทบทวน

จับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทหาร-ตร.ผนึกกำลัง บุกยึดตู้เนตสระแก้ว ตัดวงจรโกงข้ามชาติ

เตือน22จังหวัด ฝุ่นพิษสูงเกินค่า เมืองกรุง31พื้นที่ แนวโน้มเพิ่มอีก

โออาร์แจ้งเลิกขายE85 เริ่ม1ก.พ.เหตุความต้องการลด

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved