วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ข่าว Like สาระ
เปลือกทุเรียนกินแล้วห้ามทิ้ง เอาไปเลี้ยงด้วงสาคูเสริมรายได้ช่วงโควิด

เปลือกทุเรียนกินแล้วห้ามทิ้ง เอาไปเลี้ยงด้วงสาคูเสริมรายได้ช่วงโควิด

วันศุกร์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 12.30 น.
Tag : กินแล้วห้ามทิ้ง เปลือกทุเรียน เลี้ยงด้วงสาคู เสริมรายได้ โควิด19
  •  

ไอเดียเจ๋ง!!! ช่วงโควิดระบาดชาวบ้านตำบลดอนคา อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี รวมกลุ่มเลี้ยงด้วงสาคูใช้ต้นสาคูและเปลือกทุเรียนที่แม่ค้าปอกขายแล้วทิ้งนำไปเลี้ยง ใช้เวลาเพียงแค่ 45 วัน จับด้วงขายรายได้หลักหมื่นต่อเดือนเลยทีเดียว 

ช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด -19 ทำให้ทุกอาชีพได้รับกระทบ แต่บางคนยังคงดิ้นรนสู้ด้วยลำแข้งพยายามหาแนวทาง ปรับเปลี่ยนอาชีพมาเสริมในช่วงนี้เพื่อประคองครอบครัวให้ผ่านพ้นวิกฤตไปให้ได้ เช่นเดียวกับนายอำนาจ บุญสวัสดิ์ เกษตรกร หมู่ 4 ต.ดอนคา อ.บางแพ จ.ราชบุรี ที่ได้ผันอาชีพจากการเลี้ยงลูกพันธุ์ปลานิลไว้จำหน่ายประชาชนที่สนใจทั่วประเทศ


แต่ช่วงการแพร่ระบาดโควิด 19 ระบาดระลอกที่ 3 ซึ่งถือว่าหนักมาก ทำให้ครอบครัวได้รับผลกระทบ มีสั่งซื้อลูกปลาน้อยลง จึงต้องปรับเปลี่ยนหาอาชีพเสริมใหม่มาเลี้ยงด้วงสาคูได้ประมาณ 3 เดือนเศษ โดยมีเพื่อนสมาชิกในกลุ่มประมาณเกือบ 600 คน หันมาเลี้ยงด้วงส่งขายตามตลาดนัดนำไปทอดกรอบร่วมกับแมลงอื่น ๆ เลี้ยงง่ายโตเร็ว ใช้เวลาเพียงเดือนเศษ ก็สามารถจับขายส่งจำหน่ายตลาดได้แล้ว ซึ่งที่นี่ยังถือเป็นการรวมกลุ่มเลี้ยงด้วยสาคูในช่วงสถานการณ์โควิดที่ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เลี้ยงครอบครัวใช้เวลาไม่นาน อีกทั้งที่กลุ่มเลี้ยงด้วงสาคูยังมีเทคนิคการเลี้ยงที่แปลกโดยนำเปลือกทุเรียนที่ไม่มีค่าถูกทิ้ง หลังจากที่แม่ค้าขายเนื้อทุเรียนไปแล้ว นำมาใส่ในกะละมัง ร่วมกับวัสดุอื่นๆ เพื่อด้วงกินเปลือกทุเรียนสามารถลดต้นทุนการเลี้ยงได้เยอะมาก

 

 

นายอำนาจ บุญสวัสดิ์ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55 หมู่ 4 ต.ดอนคา อ.บางแพ กล่าวว่า ได้สืบหาการเลี้ยงจากยูทูป เริ่มเลี้ยงจาก 7 กะละมัง ซื้อมา 2,800 บาท ทดลองเลี้ยงดู พบว่าออกลูกได้เยอะมาก แม่ด้วง 5 คู่ได้ลูกประมาณ 270 ตัว ต่อ 1 กะละมัง จึงคิดว่าด้วงสาคูน่าจะเป็นสัตว์เศรษฐกิจได้ดี จึงสั่งพ่อแม่พันธุ์มาอีกครั้งแรก 300 คู่ เป็นสัตว์เลี้ยงง่ายจึงทยอยสั่งมาอีก 2,000 คู่เลี้ยงมาประมาณ 3 เดือนแล้ว เดือนแรกขายได้ประมาณกว่า 10,000 บาทเดือนที่ 2 ได้เงินกว่า 20,000 บาท และเดือนที่ 3 ได้เงิน 50,000 กว่าบาทเป็นสิ่งที่ตอบรับกับอาชีพช่วงสถานการณ์โควิด - 19

อยากให้คนที่ตกงานยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรดีนั้นให้ลองมาเลี้ยงด้วงสาคูกัน ตอนนี้มีการส่งออกต่างประเทศไปที่จีนและอีกหลายประเทศที่ต้องการโปรตีนของด้วง โดยนำไปตรวจสอบแล้วที่แล็ปอยู่ที่ 28 โปรตีนเป็นด้วงสด แต่หากเป็นด้วงทอดอยู่ที่ 27 โปรตีนส่งขายทั้งในประเทศและต่างประเทศและชาวบ้านทั่วไปนำไปทอดขาย 

 

 

ขั้นตอนการเลี้ยงจะใช้สาคูเป็นชุดทดลองใช้ประมาณ 4 กิโลกรัม อาหารเลี้ยงสุกร 3 ขีด จุลินทรีย์ 1 ช้อนโต๊ะ กากน้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ คลุกเคล้าผสมให้เข้ากัน น้ำเปล่าประมาณ 4.7 กิโลกรัม ต่อกะละมัง ใช้กาบมะพร้าวปิดส่วนหน้าด้านบน ปล่อยพ่อแม่พันธุ์ 4 หรือ 5 คู่ ทิ้งไว้ 20 วัน ลูกด้วงไม่ต่ำกว่า 270 - 350 ตัว ต่อ 1 กะละมัง โดย 1 กะละมังจะได้น้ำหนักประมาณ 8 ขีดถึง 1.3 กิโลกรัม ลงทุนไม่เกิน 90 บาท ต่อกะละมัง ขายปลีกกิโลกรัมละ 250 บาท ขายส่ง 10 กิโลกรัมขึ้นไปกิโลกรัมละ 200 บาท หากส่งเข้าบริษัทกิโลกรัมละ 180 บาท ทางบริษัทรับไม่อั้น

ส่วนเรื่องการใช้เปลือกทุเรียนเป็นแนวคิดทราบมาว่าทางประเทศจีนใช้ทั้งลูกทุเรียนเลี้ยงด้วงสาคู โดยเห็นตามตลาดนัดได้นำเปลือกทุเรียนนำไปทิ้ง จึงนำกลับมาใช้ประโยชน์ด้วยการเอามาเลี้ยงด้วงสาคู เริ่มเพาะพันธุ์ให้เป็นตัวก่อนแล้วจึงเริ่มเลี้ยงด้วยเปลือกทุเรียน ช่วยเรื่องการลดต้นทุนได้มาก ซึ่งไม่ใช่ราคาต้นทุนที่กะละมัง 90 บาทแล้ว แต่จะเหลือต้นทุนที่กะละมัง 50 - 60 บาท จากที่เราจะซื้ออาหารมาเป็นส่วนผสมการเลี้ยง แต่จะใช้เปลือกทุเรียนมาเป็นส่วนผสมเลี้ยงดีกว่านำไปทิ้งเสียประโยชน์ รสชาติของด้วงสาคูหากเทียบกับหนอนต่อ ด้วงสาคูจะมีรสชาติหวาน หอม มันได้ดีมาก เพราะว่าอย่างคนไม่เคยกินด้วยสาคูแล้วลองมาชิมดูติดใจทุกคน การเลี้ยงใช้เวลาประมาณ 35 - 40 วัน ช่วงเตรียมจับขายให้ล้างท้องด้วยเกลือ  ใบเตย ผลไม้ทุกชนิดที่ด้วงสาคูกินได้ ทิ้งไว้ 5 - 6 ชม.แล้วจึงนำมาทอดได้ 

 

 

ส่วนคนที่สนใจอยากเลี้ยงจะมีชุดทดลองให้ไปเลี้ยงสัก 1 กะละมัง ถ้าชอบหรือสนใจสามารถมาซื้อไปเลี้ยงอีกได้ อยากช่วยเหลือช่วงสถานการณ์โควิดที่หลายคนไม่ค่อยมีเงิน จึงอยากช่วยลดต้นทุนให้น้อยที่สุด 1 ชุดทดลองราคา 340 บาทพร้อมกะละมัง และฝาปิด มีสาคู จุนลินทรีย์ กากน้ำตาล อาหารหมู มีแม่พันธุ์ 5 คู่ต่อ 1 กะละมัง

แต่หากจะเลี้ยงขาย มีพ่อแม่พันธุ์ ราคาตัวละ 6 บาท เนื่องจากจะต้องเลี้ยง ไปในระยะ จากเดิมที่เคยเลี้ยงไว้ 40 วันเพิ่มเลี้ยงไปอีก 15 วันก็จะเป็นตัวโตเข้าไปม้วยทำรังอาศัยอยู่ในใยมะพร้าว โดยตัวด้วงจะสร้างรังจากกาบใยมะพร้าวลักษณะเป็นม้วนห่อตัวเอง หากเราไม่ขายก็สามารถเลี้ยงต่อไปเป็นพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ได้อีก

 

 

ด้วงสาคูจึงถือได้ว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจของกลุ่มชาวบ้านใน อ.บางแพ ที่หันมาสนใจทดลองเลี้ยงส่งออกขายตามตลาดทั่วไป เป็นสัตว์ที่มีโปรตีนสูง เมื่อนำทอดใส่ในกระทะจะมีลักษณะสีเหลืองอ่อน ลูกค้าหรือผู้ที่ชื่นชอบแมลงทอดกรอบก็บอกได้เป็นเสียงเดียวกันกันว่ารสชาติมันดี ไม่แพ้กับแมลงทั่วไปที่เคยทอดขายถือเป็นอีกตัวอย่างอาชีพที่ดีที่ได้ทำมาหากินสร้างรายได้ สร้างอาชีพในยุคปัจจุบัน สร้างความเข้มแข็งในกลุ่มจนประสบความสำเร็จ 

สำหรับผู้สนใจสามารถเข้าไปที่กลุ่มไลน์ด้วงสาคู จังหวัดราชบุรี กับเผือกเจริญฟาร์ม หรือตือต่อได้ที่ 089-5489994 และ 088-458999

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

ศบก.ถกโรงกลั่น ยัน‘ค่าการกลั่น’พุ่งช่วงนี้เป็นกลไกปกติ เร่งศึกษานำเข้า‘น้ำมันรัสเซีย’

ธีระศักดิ์ รายงานตัวเป็นสว.ใหม่ แทน หมอเกศ ส่งผลให้มี สภาสูง ครบ 200 คนแล้ว

ทรัมป์ ไม่สนโลก! โพสต์ยินดีราคาน้ำมันพุ่ง สหรัฐฯกอบโกยเงินได้มหาศาล

สิระรอด! ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง คดีเสรีพิศุทธ์ฟ้องหมิ่น ชี้แสดงความเห็นโดยสุจริต

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved