Logo วันอังคาร ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
546.jpg
หน้าแรก / ข่าว Like สาระ
‘วิศวะมหิดล’จับมือ‘จันวาณิชย์’ พัฒนานวัตกรรมสารสนเทศการแพทย์

‘วิศวะมหิดล’จับมือ‘จันวาณิชย์’ พัฒนานวัตกรรมสารสนเทศการแพทย์

วันอาทิตย์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.
Tag : จันวาณิชย์ วิศวะมหิดล
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ร่วมกับ บริษัท จันวาณิชย์ จำกัด ในโครงการวิจัยและพัฒนาระบบนวัตกรรมสารสนเทศทางการแพทย์อัจฉริยะ วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ด้านวิชาการ การวิจัย การผลิตนวัตกรรม และการพัฒนาบุคลากร สร้างสรรค์ทักษะด้านระบบเทคโนโลยีการแพทย์อัจฉริยะร่วมกัน

รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ บริษัท จันวาณิชย์
จำกัด ได้ทำงานร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง และในครั้งนี้เป็นการร่วมมือครั้งสำคัญใน โครงการวิจัยและพัฒนาระบบนวัตกรรมสารสนเทศทางการแพทย์อัจฉริยะ ระยะ 5 ปี เพื่อพัฒนาโครงข่ายและเครือข่ายการพัฒนาสาธารณสุขดิจิทัลของประเทศไทยในยุคเทคโนโลยี 5G ท่ามกลางความท้าทายและการแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่โควิด-19


ซึ่งระบบจะเชื่อมต่อและส่งข้อมูลอย่างรวดเร็วเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย คุณภาพความแม่นยำของงานรักษาพยาบาล/ฟื้นฟู และลดต้นทุนด้านเวลา ภาระงานของบุคลากรแพทย์และค่าใช้จ่ายของ รพ. โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีแนวทางดำเนินงาน ดังนี้ 1.สนับสนุนและร่วมผลักดันให้เกิดความร่วมมือกันของหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับระบบข้อมูลสารสนเทศสุขภาพและการแพทย์ของประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยน พัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศชาติ

2.ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการศึกษาวิจัยและแลกเปลี่ยนข้อมูล รวมทั้งการจัดประชุมสัมมนาทางวิชาการที่เกี่ยวข้อง 3.สนับสนุนคณาจารย์และนักวิจัยให้สามารถทำการค้นคว้าในโครงการวิจัยได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้โดยเป็นไปตามเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย 4.ความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมสารสนเทศการแพทย์อัจฉริยะ เพื่อสนับสนุนความก้าวหน้า ในบริการสุขภาพและการแพทย์ดิจิทัล

ด้าน นายธนพล กองบุญมา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จันวาณิชย์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีประวัติศาสตร์การก่อตั้งมากว่า 100 ปี ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา ความร่วมมือกับคณะวิศวะมหิดล จะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมเฮลท์แคร์ของประเทศไทยให้ตอบโจทย์เฮลท์แคร์ยุคดิจิทัล ในปัจจุบันรูปแบบของการรักษาพยาบาลมีแนวโน้มใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาผสมผสานการใช้องค์ความรู้ในหลากหลายศาสตร์

ประกอบด้วยความสามารถของคน Data และเทคโนโลยี เรามีความมุ่งมั่นที่จะสร้าง Infrastructure เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพดีและเสริมความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมและบริการเฮลท์แคร์ โดยบริษัท จันวาณิชย์ จำกัด จะมีบทบาทดังนี้ 1.ศึกษาความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ 2.ศึกษาวิจัยแนวทางการออกแบบทางสถาปัตยกรรมระบบสารสนเทศ 3.ศึกษาวิจัยและพัฒนางานวิจัยด้านสุขภาพและการแพทย์จากข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และ 4.สนับสนุนด้านสถานที่ เครื่องมืออุปกรณ์ ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

นายเคอิตา โอโน่ ผู้อำนวยการสำนักบ่มเพาะและสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม (Innogineer) คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ข้อมูลจากการศึกษาพบว่า 5 ปัจจัย ที่ทำให้ Digital Healthcare เติบโตในหลายประเทศ คือ 1.สังคมมีประชากรสูงวัยมากขึ้น (Ageing Population) 2.การสนับสนุนนโยบายทางการเมืองที่ส่งผ่านทาง WHO หรือ UN ใน Sustainable Goal Development (SDG) เป้าหมายการพัฒนาเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งมี 97 ข้อนั้น ใน 3 ข้อ จะเป็นเรื่องเฮลท์แคร์ เป็นจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับพัฒนาสุขภาพของประเทศทั่วโลกให้ก้าวหน้าดีขึ้น

3.Accountable Care Organization (ACO) ระบบเฮลท์แคร์ในหลายๆ ประเทศรวมถึงประเทศไทย จะดูแลบริหารจัดการโดยส่วนกลางจากรัฐบาล บุคลากรแพทย์และ รพ. จะต้องแบกรับภารกิจหนักและปัญหาในส่วนนี้ จะทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์มากขึ้นและต้นทุนลดลง 4.สร้างระบบดูแลสุขภาพอย่างครบวงจรมีความสำคัญยิ่ง มิใช่เพียงดูแลกันเป็นครั้งๆ เพราะสุขภาพไม่ใช่เรื่องของคนคนเดียวแต่เป็นเรื่องของชุมชนส่วนรวมและประเทศด้วย

5.เทรนด์การรักษาจากโรงพยาบาลให้กระจายตัว โดยการรักษาพยาบาลและฟื้นฟูผู้ป่วยนอกสถานที่ แบบ Ambulatory Care ผู้ป่วยอยู่บ้านมากขึ้น ซึ่งเป็นการตอบโจทย์ว่าจะทำอย่างไรถึงเพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดต้นทุนมากขึ้น เช่น ประหยัดเวลา ค่าเดินทาง ลดขั้นตอนการรักษาพยาบาลและติดตามผลทำได้รวดเร็ว ทั้งนี้ ในอนาคตปี 2025 เราจะเริ่มเห็น Healthcare เติบโตปีละกว่า 8% ซึ่งจะเป็นตลาด Digital Healthcare โดยเฉพาะสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา รวมถึงประเทศไทยด้วย

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569

กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved