วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
สวนสัตว์สงขลาประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในการเพาะขยายพันธุ์เต่าหกเหลืองภาคใต้ของไทย ล่าสุดแม่เต่าหกเหลืองได้วางไข่มากถึง 41 ฟอง ขณะนี้อยู่ในระหว่างการฟักไข่ ซึ่งต้องเฝ้าระวังและดูแลเป็นพิเศษเพื่อหวังผลว่า จะสามารถได้ลูกเต่าที่มีความแข็งแรงให้มากที่สุด
นายวันชัย ตันวัฒนะ ผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลา ได้เปิดเผยว่า ปัจจุบัน เต่าหกเหลืองในประเทศไทยมีจำนวนลดลงอย่างรวดเร็ว และเป็นสัตว์หายากอันเนื่องจากมีเขตการแพร่กระจายพันธุ์ค่อนข้างจำกัด มักอาศัยที่ดอนที่มีความชื้นสูง ดินแห้งแข็งไม่ชอบ ชอบขุดหลุมซุกตัวเองอยู่ในดิน หรือแอ่งดินที่มีน้ำขัง ชอบอยู่ตามภูเขา ตามพื้นราบไม่ค่อยพบ ถ้าเลี้ยงบนพื้นซีเมนต์ต้องให้น้ำตลอดเวลา เพื่อให้ตัวเปียกชื้น เต่าหกเหลืองมีอายุยืนมากกว่า 100 ปี วางไข่ครั้งละประมาณ 30 ฟอง การแพร่กระจายพันธุ์ พบในมาเลเซีย สุมาตรา สำหรับประเทศไทยพบทางภาคใต้ เช่น แถวจังหวัดระนอง นครศรีธรรมราช สำหรับอาหาร เต่าหกเหลืองกินพืชผัก ผลไม้ หัวเผือก หัวมัน รวมทั้งหอยต่างๆ และทากเป็นอาหารเช่นกัน
.jpg)
สวนสัตว์สงขลาประสบความสำเร็จในการเพาะขยายพันธุ์เต่าหกเหลือง ซึ่งเป็นเต่าบกที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพของทางภาคใต้เป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ภายใต้โครงการแผนวิจัย ‘การศึกษาชีววิทยาเต่าหกเหลือง (Manouria emys emys) ในการเพาะเลี้ยงเพื่อการอนุรักษ์ ระยะ 3 ปี (เดือนตุลาคม 2562 ถึง เดือนกันยายน 2564) ของฝ่ายอนุรักษ์ วิจัยและสุขภาพสัตว์ สวนสัตว์สงขลา
.jpg)
โดยระยะแรกศึกษาเรื่องชีววิทยา พฤติกรรม การผสมพันธุ์ และการวางไข่ในสภาพการเพาะเลี้ยง ระยะที่สองศึกษาค่าทางโลหิตวิทยาและสุขภาพของเต่าหกเหลือง และระยะสุดท้ายศึกษาในด้านความหลากหลายทางชีวภาพในสถานการเพาะเลี้ยง ผลการศึกษาวิจัยดังกล่าว สวนสัตว์สงขลามีพ่อพันธุ์เต่าหกเหลือง เพียง 5 ตัว และใช้แม่พันธุ์ที่มีความแข็งแรง อีก 14 ตัว ปรากฏว่า แม่เต่าหกเหลืองสามารถวางไข่ ครั้งแรก เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา ทั้งสิ้น 29 ฟอง โดยมีเชื้อที่สามารถฟักเป็นตัวได้ถึง 9 ฟอง และสามารถฟักเป็นตัวโดยใช้ระยะเวลา 60 วัน ในการออกจากไข่ได้ถึง 8 ตัว ขณะนี้อยู่ในขั้นการอนุบาลเต่าตามหลักวิชาการ
.jpg)
ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา แม่เต่าหกเหลืองก็ได้วางไข่มากถึง 41 ฟอง ปัจจุบันอยู่ในขั้นระหว่างการฟักไข่ ซึ่งต้องเฝ้าระวังและดูแลเป็นพิเศษ เพื่อหวังผลว่าจะสามารถได้ลูกเต่าที่มีความแข็งแรงให้มากที่สุดต่อไป
.jpg)
ปัจจุบัน เต่าหกเหลือง (Manouria emys emys) (Schlegel and Muller, 1844) เป็นเต่าบกขนาดใหญ่ของไทยที่มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ชนิดหนึ่ง จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 และระดับสากลจัดอยู่ในบัญชีหมายเลข 2 ตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศชนิดสัตว์และพืช ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) ที่ผ่านมาสวนสัตว์สงขลาเคยประสบความสำเร็จในการเพาะขยายพันธุ์เต่าหกเหลืองมาแล้ว และสามารถนำเต่าหกเหลืองกลับคืนสู่ธรรมชาติได้
.jpg)
นายวันชัย ตันวัฒนะ ผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลา กล่าวว่า สวนสัตว์สงขลา ก็ได้ดำเนินการโครงการเพาะขยายพันธุ์เต่าหกเหลือง ซึ่งเป็นเต่าบกขนาดใหญ่ ที่พบในภาคใต้ของเรา ในปีนี้เราประสบความสำเร็จเต่าออกไข่ และฟักออกเป็นตัวด้วย และเมื่อวานนี้ก็เพิ่งฟักแม่ตัวที่ 2 ได้ไข่เพิ่มขึ้นมา 41 ฟอง ก่อนหน้านี้ แม่ตัวที่ 1 ก็วางไข่และฟักออกมาเป็นตัวแล้ว ในโครงการเพาะขยายพันธุ์เต่าหกเหลืองนี้ เราต้องศึกษาวิจัยชีววิทยาการเจริญเติบโต การกินอาหาร การอนุบาล จนกว่าจะรอด ในอนาคตมีการวางแผนเพาะขยายพันธุ์ เพิ่มจำนวนขึ้น เพื่อนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ เนื่องจากเป็นสัตว์ประจำถิ่นของภาคใต้ ไปจนถึงมาเลย์และอินโดนีเซีย
.jpg)
จึงอยากให้ทุกท่านได้ช่วยกันอนุรักษ์เต่าหกเหลือง ซึ่งเป็นเต่าบกที่หายากของไทย เป็นเต่าบกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเต่าหกดำ หากเจอที่ไหนก็ช่วยกันอนุรักษ์ไว้ อย่ากินหรืออย่าเอาไปขาย ยังไงก็ช่วยกันให้เขาอยู่เพื่อให้เขา ช่วยขยายพันธุ์ต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี