ยิงยาสลบ! ล้อมจับเสือโคร่งใหญ่ ปล่อยป่าห้วยขาแข้ง อาละวาดกัดวัวแพะชาวบ้าน

ยิงยาสลบ! ล้อมจับเสือโคร่งใหญ่ ปล่อยป่าห้วยขาแข้ง อาละวาดกัดวัวแพะชาวบ้าน

วันอาทิตย์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 08.13 น.

11 กรกฎาคม 2564 เมื่อช่วงกลางคืนที่ผ่านมานายธนิตย์ หนูยิ้ม ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12(นครสวรรค์) ได้ปล่อยแถวเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ห้วยขาแข้ง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทับเสลา-ห้วยระบำ เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน อปพร.ตำบลระบำ ชาวบ้าน หมู่ 9 บ้านบึงเจริญ ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี กว่า 40 นาย บริเวณหลังเขตดับไฟป่าห้วยขาแข้ง

โดยมีนายสังวาลย์ แสงสวัสดิ์ หน.พื้นที่เตรียมการฯทับเสลา รายงานเหตุการณ์จากกรณี ว่าเมื่อวันที่ 5 ก.ค.64 เวลา 10.20 น. เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ได้รับแจ้งจากชาวบ้านบึงเจริญ หมู่ที่ 9 ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ว่ามีเสือโคร่งมาทำร้ายแพะของชาวบ้านหลังเขตดับไฟป่าห้วยขาแข้ง ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบพบนายเจนวิทย์ แป้นตระกูล คนเลี้ยงแพะ 1 ฝูง ประมาณ 42 ตัว ได้มองเห็นเสือโค่รงขนาดใหญ่กำลังไล่กัดแพะ 


เมื่อเสือหายไปแล้ว จึงได้เข้าตรวจสอบพบแพะทีเลี้ยงไว้ โดนเสือตะปบหัวกัดตายไป 1 ตัว เป็นแพะท้องแก่ตัวเมียส่วนแพะอีก 1 ตัว ได้รับบาดเจ็บ และก่อนหน้า 1 วัน เสือได้มากัดแพะของผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ตายไปอีก 1 ตัว เหตุเกิดบริเวณพิกัด 47P 0543187 E 1722568 N ในพื้นที่เตรียมการเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทับเสลา-ห้วยระบำ

ด้านนายธนิตย์ หนูยิ้ม ผอ.บริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) ได้มอบหมายให้ ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) และหัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ลงพื้นที่เพื่อวางแผนพลักดันเสือให้กลับสู่ป่า รวมทั้งได้สั่งการให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และพื้นที่เตรียมการเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทับเสลา-ห้วยระบำ พร้อมกับประสานไปยังผู้นำหมู่บ้าน ให้ประกาศแจ้งเตือนกับชาวบ้าน พร้อมกับประสานทุกจุดวางกำลังเฝ้าระวังไม่ให้เสือออกมาทำร้ายสัตว์เลี้ยงของราษฎร พร้อมกับให้เจ้าหน้าที่ว่างกำลังเฝ้าคอกวัว ควาย แพะ กว่า 5 พันตัว ตามสถานที่ต่างๆของชาวบ้านที่ขังไว้ จนกว่าจะมั่นใจว่าเสือกลับเข้าป่าลึก แต่เสือตัวดังกล่าวยังวนเวียนอยู่ตามชายขอบป่าบริเวณนั้น

โดยได้จัดชุดเฝ้าระวัง จำนวน 10 ชุด เจ้าหน้าที่อนุรักษ์ พร้อม อปพร. ชาวบ้าน กว่า 40 นาย เพื่อเฝ้าระวังตามจุดต่างๆ 10 จุด เสี่ยงในพื้นที่ป่าห้วยขาแข้ง รอยต่อกับชุมชนชาวบ้าน พร้อมกับลาดตระเวนกดดันเสือ ตามพื้นที่รอยต่อป่าและชุมชนกับบริเวณจุดเลี้ยงสัตว์ของชาวบ้านในหมู่บ้าน เพื่อไม่ให้เสือออกมากัดสัตว์ชาวบ้าน พร้อมกับได้ว่างกับดักเพื่อล่อเสือโคร่งเข้ากรง ซึ่งก่อนหน้านั้น เสือโครงออกมานอกเขตฯ เข้ามาล่าเหยื่อสัตว์เลี้ยงชาวบ้านในหมู่บ้าน ต.ระบำ อ.ลานสัก ติดต่อกันหลายวัน 

ล่าสุดเมื่อช่วงเวลา 03.00 น.ของวันที่ 10 ก.พ.นี้ เสือได้บุกขย้ำวัวท้องแก่ใกล้คลอด ของชาวบ้านหมู่ที่ 9 บ้านบึงเจริญ ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ตายคาคอก 2 ตัว เจ็บ 1ตัว ส่วนวัวที่เหลืออีก 4 ตัว กระโดดข้ามรั้วกั้นคอกหนีกระเจิง รอดตายหวุดหวิด จนเมื่อวันที่ 10 ก.พ.64 นายธนิตย์ หนูยิ้ม ผอ.สำนักบริหารพื้นที่ 12 (นครสวรรค์) หลังจากได้นำกำลัง จนท.กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จนท.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งและฝ่ายปกครอง ร่วมกันออกตรวจสอบแหล่งซ่อนตัวของเสือโครงห้วยขาแข้ง

โดยพบแหล่งซ่อนตัวของเสือโคร่ง ที่บริเวณป่าเต็งรังด้านหน้าของสถานีควบคุมไฟป่าห้วยขาแข้ง พบนอนภายในท่อระบายน้ำ โดยอยู่ห่างจากจุดที่เสือโคร่งบุกเข้าไปขย้ำวัวท้องแก่ใกล้คลอด เพียง 1.5 กม.เท่านั้น 

เจ้าหน้าที่ได้ก่อรมควัน พร้อมใช้ปืนยิงยาสลบ แต่เสือยังใจแข็งหนีออกจากท่อวิ่งไปไกลนับ 100 เมตร กระทั่งยาสลบออกฤทธิ์ ทำให้สามารถจับเสือโคร่งได้ โดยเสือโคร่งตัวดังกล่าวมีลำตัวขนาดใหญ่มาก ต้องใช้เจ้าหน้าที่หามกันหลายคน พร้อมกับทำการสวมปลอกคอเพื่อใช้ในการติดตามตัวใช้ในการวิจัย จากนั้นได้ช่วยกันหามนำขึ้นรถยนต์ใส่ในกรงเหล็ก บรรทุกนำไปปล่อยที่ใจกลางผืนป่าห้วยขาแข้งอย่างรวดเร็ว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top