วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
ด่วน! สาธารณสุขเมืองคอนตั้งกรรมการสอบแพทย์หญิงพาครอบครัวฉีดไฟเซอร์ วงจรปิดจับภาพชัด เจ้าตัวยื่นลาออกแล้ว
จากกรณีที่โลกออนไลน์ มีการแชร์เหตุการณ์แพทย์สาวจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช นำครอบครัวเข้ารับวัคซีนไฟเซอร์ จนเป็นที่โจษจันในวงการแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขของจังหวัดนครศรีธรรมราช
ข้อมูลจากการสืบสวนผ่านผู้เกี่ยวข้องระบุว่า ในวันนั้นได้เบิกจ่ายวัคซีนจำนวน 11 ขวด จะมีผู้ได้รับวัคซีนซึ่งเป็นบุคลากรด่านหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่อำเภอที่เกิดเหตุ จำนวน 66 คนมารอรับ โดยวัคซีนไฟเซอร์ 1 ขวดจะฉีดให้บุคลากรได้ 6 คน แต่มีเทคนิคคือแต่ละขวดหากใช้วิธีการ Low Dead Space Syringe จะดึงวัคซีนฉีดได้ถึง 7 คน ซึ่งโดยปกติแต่ละขวดนั้นจะฉีดเฉพาะ 6 คน หรือ 6 โดสเท่านั้น ที่เหลือจะได้รับคำสั่งให้ทิ้ง ประเด็นนี้ได้มีการเตรียมการล่วงหน้า โดยผู้ที่มารับวัคซีนซึ่งเป็นครอบครัวของแพทย์หญิงคนดังกล่าวนั้นได้รับวัคซีนจากส่วนที่เหลือ 1 คน คือพี่สาว
ส่วนแม่นั้นเจ้าหน้าที่ดูดวัคซีนจากขวดได้แค่ 6 โดส ได้ใช้ในส่วนนี้ และเป็นที่น่าสังเกตว่าคนที่เข้ามาฉีดนั้นไม่มีใบเซ็นยินยอมรับวัคซีนและไม่มีสติกเกอร์ Lot Vaccine ไม่มีการส่งเอกสารเข้าระบบ MOPH IC แต่ตรวจสอบได้ว่าบุคคลดังกล่าวได้รับวัคซีนในขวดที่ 2 ใน Lot : 30125BA Exp.30/11/2564 แต่ไม่ทราบลำดับโดส เพราะไม่มีสติกเกอร์ติดให้ ในขณะที่เหตุการณ์เกิดขึ้นมีแพทย์หญิงคนดังกล่าวกำกับอยู่ตลอด ที่สำคัญเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นกล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ได้สร้างความอึดอัดให้แก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง หลังจากเกิดเหตุการณ์ได้รายงานให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทราบโดยทันทีแล้ว และหลังจากที่ถูกกล่าวถึงในแวดวงเจ้าหน้าที่มากขึ้น แพทย์หญิงคนดังกล่าวได้แสดงความจำนงที่จะยื่นขอลาออกจากตำแหน่งแพทย์ปฏิบัติการของโรงพยาบาลดังกล่าวแล้ว ในขณะที่เรื่องการลาออกนั้นขณะนี้ยังไม่ปรากฏเอกสารอย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ นพ.จรัสพงษ์ สุขกรี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้กล่าวย้ำทุกครั้งในการประชุมและการแถลงข้อมูลกับผู้สื่อข่าวนับตั้งแต่ก่อนการรับวัคซีนมาจากส่วนกลางว่า การรับวัคซีนไฟเซอร์จะต้องเป็นไปตามเจตนารมณ์คือต้องเป็นแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าเท่านั้น หากผิดไปจากนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องจะถูกสังคมลงโทษและต้องดำเนินการทางวินัย ในส่วนของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลดังกล่าวนั้นขณะนี้ได้ลงนามตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามขั้นตอนของทางราชการแล้ว ส่วนการที่แพทย์หญิงคนดังกล่าวจะลาออกนั้นขณะนี้ยังไม่เห็นเอกสาร
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี