542.jpg
มท.สั่งเข้ม 21 จังหวัดชายแดนไทย-เมียนมา-ลาว-มาเลเซีย เดินหน้ายกระดับความมั่นคง

มท.สั่งเข้ม 21 จังหวัดชายแดนไทย-เมียนมา-ลาว-มาเลเซีย เดินหน้ายกระดับความมั่นคง

วันเสาร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.14 น.

’ปลัดมท.‘ สั่ง ‘21 จังหวัดติดชายแดนไทย-เมียนมา-สปป.ลาว-มาเลเซีย’ ขับเคลื่อนกลไก ‘ศส.ชด.จังหวัด’ เข้มมาตรการยกระดับความมั่นคงตามแนวชายแดนทุกด้าน กำชับหากพบจนท.เอี่ยวทำผิด ฟันไม่เลี้ยงทุกระดับทั้งวินัย-อาญา

วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงผลการประชุมศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดน (ศบค.ชด.) เมื่อวันที่ 29มิ.ย.ที่ผ่านมาที่บัญชาการกองทัพไทย ซึ่งมีพล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานการประชุมว่า ได้มีมติสำคัญในการมอบหมายให้จังหวัดชายแดนใช้กลไกศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัด (ศส.ชด.จังหวัด) เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงชายแดน เพื่อลดภัยคุกคามในพื้นที่อย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะปัญหาความมั่นคงด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การค้ามนุษย์ และยาเสพติด อันเป็นแนวทางตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ที่ได้กำชับให้ดำเนินมาตรการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดที่ส่งผลต่อความมั่นคงและชีวิตทรัพย์สินประชาชนอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง


นายอรรษิษฐ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ทางกระทรวงมหาดไทย จึงได้สั่งการด่วนที่สุดไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนไทย-เมียนมา ไทย-สปป.ลาว และไทย-มาเลเซีย ทั้ง 21 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ เชียงใหม่ ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง ยะลา สงขลา นราธิวาส สตูล และจังหวัดปัตตานี เร่งจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีด้านความมั่นคงชายแดนจังหวัด ให้สอดคล้องกับบริบทในพื้นที่และแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ โดยใช้กลไก "ศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัด (ศส.ชด.จังหวัด)" เป็นกลไกสำคัญในการปฏิบัติ เพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย ปกป้องผลประโยชน์ของชาติ และสร้างความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชนตามแนวชายแดนอย่างยั่งยืนต่อไป

"พร้อมกันนี้ ยังได้กำชับการดำเนินการให้สอดคล้องกับผลการ Workshop ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ซึ่งมุ่งเน้นขับเคลื่อนนโยบายความมั่นคงอย่างจริงจังและครอบคลุม 3 ด้าน ได้แก่ 1. "ด้านการป้องกัน" ด้วยการบูรณาการการทำงานร่วมกันในลักษณะ "ทีมจังหวัด" โดยใช้กลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน เป็นเครือข่ายเฝ้าระวังและป้องกันภัยคุกคามต่อความมั่นคงทุกรูปแบบในพื้นที่ รวมทั้งการสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว 2. "ด้านการปราบปราม" ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง และ 3. "ด้านการช่วยเหลือ" เพื่อเยียวยาและดูแลประชาชน โดยมีศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นกลไกหลักการรับเรื่องร้องเรียน แก้ไขปัญหา และติดตามผลอย่างใกล้ชิด พร้อมให้ความสำคัญกับการใช้และการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน" ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว

นายอรรษิษฐ์ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ หากมีเจ้าหน้าที่คนใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นผู้บังคับบัญชาหรือผู้ใต้บังคับบัญชา เราจะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายทั้งวินัยและอาญา โดยไม่เกรงกลัวอิทธิพลใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย อันจะเสริมความเข้มแข็งให้กลไกในระดับพื้นที่สามารถดำเนินการได้อย่างมีเอกภาพ และสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม ความมั่นคง และความผาสุกที่ยั่งยืนให้กับสังคมไทย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top