Logo วันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
546.jpg
หน้าแรก / ข่าว Like สาระ
เปิดตำนานพระสังกัจจายน์-ตะกรุดปลากระป๋องห้อยคอสุนัขพระมหาศิลาสิริจันโท

เปิดตำนานพระสังกัจจายน์-ตะกรุดปลากระป๋องห้อยคอสุนัขพระมหาศิลาสิริจันโท

วันพฤหัสบดี ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 16.42 น.
Tag : ตะกรุดปลากระป๋อง ตำนานพระสังกัจจายน์ พระมหาศิลาสิริจันโท เรื่องเล่าชาวบ้าน ห้อยคอสุนัข
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

เรื่องเล่าชาวบ้าน...ตำนานพระสังกัจจายน์-ตะกรุดปลากระป๋องห้อยคอสุนัขพระมหาศิลาสิริจันโท วัดสันติวิหาร ตำบลธงธานี อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด 

พระครูปริยัติวรศาสน์(พระมหาชำนิ)ท่านเจ้าอาวาสวัดสันติวิหารต.ธงธานี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด เล่าว่า ช่วงราวปี พ.ศ.2525 พระมหาศิลาสิริจันโท(หรือหลวงปู่มหาศิลาสิริจันโท หรือพระครูปลัดวชิรโสภณญาณ)ท่านจำพรรษาที่วัดสันติวิหาร ต.ธงธานี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือพระเณรในวัดและติดตามหลวงพ่อสมาน ธัมมรักขิโตท่านเจ้าอาวาสวัดสันติวิหารฯในขณะนั้นซึ่งถือว่าเป็นเกจิอาจารย์ดังของทางภาคอีสานอีกท่านหนึ่งในสมัยนั้นโดยทั้ง2ท่านได้ร่วมกัน พัฒนาศาสนสถานวัดจนเจริญรุ่งเรืองมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย 


ด้วยหลวงปู่มหาศิลาสิริจันโทท่านเป็นพระที่ไผ่ศึกษาเรียนรู้อย่างรอบด้านท่านได้ร่ำเรียนวิปัสนาและเรียนอักษรธรรมลาว และอ่านหนังสือจากใบลานอีสานได้อย่างแตกฉาน และได้ศึกษาคัมภีร์ใบลานสายสมเด็จลุนจาก สปป. ลาว หลายฉบับ ศึกษาจนแตกฉานถึงขั้นสามารถเข้าใจถึงภาษาสัตว์ต่างๆได้อย่างน่าอัศจรรย์บ่อยครั้งที่ท่านทำหน้าที่แปลภาษาสัตว์ร่วมกับหลวงพ่อสมานให้กับพระสงฆ์ สามเณรภายในวัดได้รับฟังในขณะที่ท่านทำการสอนหนังสือ อีกทั้งยังรับหน้าที่เป็นพระที่สวดปาฏิโมกข์ในการลงอุโบสถของคณะสงฆ์ตลอดมา

อนึ่งนอกจากหลวงปู่มหาศิลาสิริจันโทจะมีความแตกฉานด้านพระปริยัติ ยามว่างจากวัตรปฏิบัติประจำ ท่านยังออกธุดงค์ปลีกวิเวกไปตามป่าเขาในหลายจังหวัด และยังเคยเดินธุดงค์ข้ามแม่น้ำโขง ไปยังภูเขาควาย ประเทศ สปป.ลาว พบกับครูบาอาจารย์พระเกจิอาจารย์ชื่อดังภาคอีสานหลายรูป อาทิ หลวงปู่ทองมา ถาวโร, หลวงพ่อมหาบุญมี สิรินธโร, หลวงปู่ลี กุสลธโร เป็นต้น

ทั้งนี้ในขณะที่หลวงปู่จำพรรษาที่วัดสันติวิหารฯท่านก็ได้ตั้งใจไผ่ปฎิบัติยึดหลักธรรมคำสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นที่ตั้งเรื่อยมาอีกทั้งหลวงปู่ท่านในสมัยนั้นยังเป็นพระหนุ่มไฟแรงนอกจากข้อวัตรปฎบัติทางศาสนาที่ท่านเคร่งคัดในทางปฎิบัติแล้วท่านยังเป็นพระที่มีอารมย์ขันในสาระอีกด้วย หลวงปู่มีความเมตตากรุณาต่อญาติโยมและสัพสัตว์ทั้งหลาย กิจวัตรประจำวันของหลวงปู่หรือพระมหาศิลาสิริจันโทในสมัยนั้นที่ท่านชอบทำก็คือการแกะพิมพ์/บล๊อกพระเครื่องวัตถุมงคลด้วยมือของท่านโดยใช้หินอ่อนเป็นแม่พิมพ์/บล๊อก ทำ/สร้างพระเครื่องด้วยดินเหนียวหรือมวลสารศักดิ์สิทธิ์จากธรรมชาติที่ท่านจะสามารถหามาได้หรือบางครั้งก็มีญาตโยมนำมาถวาย ท่านจะใช้เวลาว่างจากการปฎิบัติธรรมทำสิ่งนี้อยู่บ่อยครั้งจนสิ่งที่ท่านทำสำเร็จด้วยความเพียรพยายาม ส่วนพระเครื่องที่ท่านทำขึ้นมาท่านก็จะแจกจ่ายให้กับพระ เณร ญาติโยมที่มาคอยอุปัฏฐากวัดวาอารามอยู่เนืองๆ

พระมหาชำนิเล่าต่ออีกว่า อยู่มาวันหนึ่งหลวงพ่อสมาน ธัมมรักขิโตท่านเจ้าอาวาสวัดสันติวิหารฯในขณะนั้นท่านได้นิมิตเห็นพระมหากัจจายนะหรือพระสังกัจจายน์ ซึ่งเป็นพระอรหันต์องค์หนึ่งในพระอสีติมหาสาวกของพระโคตมพุทธเจ้า มองขึ้นไปบนท้องฟ้าเห็นองค์ท่านสีเขียวมรกตพร้อมทอดบันใดสีทองเหลืองอร่ามจากสรวงสวรรคลงมายังวัดสันติวิหารฯและพระองค์ท่านยังเปล่งวาจาออกมา3ครั้ง คำว่า กัจ จะ นะ กัจ จะ นะ กัจ จะ นะ ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ตรงนั้นเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูป*พระมหากัจจายนะองค์ใหญ่* ซึ่งหลังจากนิมิตได้ไม่นานหลวงพ่อสมานและหลวงปู่มหาศิลาพร้อมญาติธรรมชาวตำบลธงธานีและลูกศิษย์ลูกหาของท่านก็ได้ช่วยกันจัดสร้างพระมหากัจจายนะซึ่งถือได้ว่าเป็นพระพุทธรูปองค์แรกของวัดสันติวิหารฯและทางวัดสันติวิหารฯก็ใช้สถานที่แห่งนี้เป็นที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอยู่เรื่อยมาตราบเท่าปัจจุบัน

ต่อมาหลวงปู่มหาศิลาฯด้วยท่านเป็นพระที่มีความชอบในการแกะพิมพ์/บล๊อกพระเครื่องจากหินอ่อน การปั้นพระตามจินตนาการของท่าน และทำพระสร้างพระด้วยมือของท่านเองตามที่ได้กล่าวมาข้างต้นนั้นท่านได้นำดินเหนียว มวลสารศักดิ์สิทธิ์ที่ได้จากธรรมชาติมาปั้นเป็นรูปพระสังกัจจายน์ตามนิมิตของหลวงพ่อสามานและตามจินตนาการของท่าน และหลวงปู่มหาศิลาฯท่านก็ได้มอบพระสังกัจจายน์ที่ท่านทำขึ้นมาด้วยมือของท่านให้กับสามเณรชำนิหรือพระครูปริยัติวรศาสน์(พระมหาชำนิ)ท่านเจ้าอาวาสวัดสันติวิหารฯองค์ปัจจุบันให้เป็นคนเก็บรักษาไว้

นอกจากพระสังกัจจายน์ที่หลวงปู่ท่านได้สร้างตำนานไว้ที่วัดสันติวิหารฯแล้ววัตถุมงคลเครื่องรางที่สร้างชื่อเสียงให้กับหลวงปู่ที่วัดสันติวิหารฯแห่งนี้ทำให้ชื่อเสียงของหลวงปู่เป็นที่รู้จักของพุทธศาสนิกชนทั้งในและนอกพื้นที่ อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง นั่นก็คือตะกรุดปลากระป๋องหรือตะกรุดห้อยคอสุนัขพระมหาศิลาสิริจันโท วัดสันติวิหารฯ ตำนานบทนี้มีอยู่ว่าขณะที่ พระมหาศิลาสิริจันโทหรือหลวงปู่มหาศิลาสิริจันโทหรือพระครูปลัดวชิรโสภณญาณ(ศิลา สิริจันโท)อยู่จำพรรษาที่วัดสันติวิหาร ต.ธงธานี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด เมื่อครั้งที่หลวงพ่อสมานธัมรักขิโตเป็นเจ้าอาวาสในขณะนั้น  มีเรื่องราวเล่าขานสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น

เรื่องมีอยู่ว่าสุนัขที่หลวงพ่อเลี้ยงไว้ที่วัด(หมาวัด)ชื่อหมาไอ้แบนซน/ดื้อมักจะออกไปนอกวัดไปไล่กัดเป็ดกัดไก่ชาวบ้านแล้วโดนชาวบ้านทำร้ายด้วยการใช้หนังสติ๊กบ้างปืนแก๊ปบ้างสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับชาวบ้านระแวกนั้นเป็นประจำ พระมหาศิลาฯในสมัยนั้นจึงรู้สึกสงสาร เมตตาหมาไอ้แบนกลัวจะถูกทำร้ายถึงชีวิตจึงนำกระป๋องปลา(ปลากระป๋อง)ที่พอหาได้และมีอยู่ในวัดขณะนั้นมาตัดและตีให้แบนเป็นแผ่นและลงอักขระยันต์พร้อมเษกคาถา(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล)ที่ร่ำเรียนวิชามาจากครูบาอาจารย์ลงไปในแผ่นโลหะ(ปลากระป๋อง)ดังกล่าวแล้วนำไปห้อยไว้ที่คอสุนัขหมาไอ้แบนวันต่อมาหมาไอ้แบบ ก็ได้วิ่งออกไปนอกวัดและดื้อ/ซนเหมือนเดิมไปกัดเป็ดกัดไก่ชาวบ้านอีก ซึ่งในขณะนั้นชาวบ้านก็ไม่รู้ว่าหมาไอ้แบนตัวดังกล่าวเป็นสุนัขที่ทางวัดสันติวิหารฯโดยพระมหาศิลาฯเลี้ยงไว้จึงได้ใช้ปืนแก๊ปประจำกายซึ่งสมัยนั้นมีอยู่แทบทุกบ้านยิงหมาไอ้แบนสุนัขวัดแต่จะด้วยความบังเอิรน์หรือไม่อย่างไรปืนที่ชาวบ้านใช้ยิงสุนัขวัดตัวนั้น(หมาไอ้แบน)บางครั้งก็ยิงไม่ออกหรือยิงออกก็ไม่โดน หรือโดนก็ไม่เข้า (แค่ถากๆ)

ชาวบ้านที่เป็นคนยิงเจ้าแบน(สุนัขวัด)เล่าให้ฟังต่ออีกว่าพอยิงโดนเต็มๆกระสุนปืนแก๊ปก็แค่ถากๆเป็นรอยไหม้ไม่สามารถเจาะเข้าเนื้อหรือทำอันตรายหมาไอ้แบนได้แต่อย่างใดตนเองถึงกับงง หรืออาจจะเป็นเพราะว่าการบรรจุกระสุนปืนแก๊ปในสมัยนั้นอาจจะใส่ส่วนผสมดินปืนน้อยไปหรือเปล่าก็เป็นได้ เจ้าของสัตว์เลี้ยงที่ถูกหมาไอ้แบนสุนัขของวัดไล่กัดประจำเล่าต่ออีกว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลายครั้ง แต่พอตนทราบข่าวว่าสุนัข(หมาไอ้แบน)เป็นสุนัขของวัดสันติวิหารฯและพระมหาศิลาเป็นผู้อุปการะเลี้ยงไว้และสิ่งที่ห้อยคอหมาไอ้แบนอยู่นั้นเป็นตะกรุดปลากระป๋องของพระมหาศิลาสิริจันโท ก็ตกใจทำอะไรไมถูกพอตั้งหลักได้จึงนำขัน5มาทำการขอขมาพระมหาศิลาฯพร้อมกับพูดกับพระมหาศิลาฯในสมัยนั้นว่า “ผู่ข่ายอมแล้ว “(ตนยอมแล้ว) ด้วยเหตุนี้จึงเป็นตำนานให้ผู้คนได้กล่าวขานถึง ตำนานตะกรุดห้อยคอสุนัข พระมหาศิลาสิริจันโท วัดสันติวิหารฯเรื่อยมา ตราบเท่าปัจจุบันนี้

ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พ.ค.64 ที่ผ่านมา ในพิธีวางศิลาฤกษ์เจดีย์บูรพาจารย์พระครูธวัชสันติคุณ(สมานธัมรักขิโต)พระครูปลัดวชิรโสภณญาณ(ศิลาสิริจันโท)วัดสันติวิหาร ต.ธงธานี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด พระมหาศิลาสิริจันโทได้ลงอักขระยันต์ที่ท่านเคยลงไว้/เษกไว้ในแผ่นตะกรุดปลากระป๋องที่ห้อยคอสุนัข(เจ้าแบน)ในสมัยนั้น ลงแผ่นกระดาษขาวบริสุทธิมอบให้กับหลวงพ่อพระครูปริยัติวรศาสน์(พระมหาชำนิ)เจ้าอาวาสวัดสันติวิหารร้อยเอ็ดเพื่อนำไปจัดสร้างวัตถุมงคล/เครื่องรางเพื่อสงเคราะห์บรรดาลูกศิษย์และนำปัจจัยจากผู้ร่วมทำบุญตามกำลังศรัทธาหรือแจก/ทานตามวาระที่เหมาะสม ปัจจัยที่ได้ให้นำมาเป็นทุนในการก่อสร้างเจดีย์บูรพาจารย์ตามเจตนาและความตั้งใจอันบริสุทธิของหลวงพ่อพระครูปริยัติวรศาสน์(พระมหาชำนิ)ท่านเจ้าอาวาสวัดสันติวิหารฯและชาวบ้านต่อไป นอกจากพระสังกัจจายน์-ตะกรุดปลากระป๋อง(ตะกรุดห้อยคอสุนัข) พระมหาศิลาสิริจันโท ที่ท่านสร้างไว้เป็นตำนานที่วัดสันติวิหารแห่งนี้แล้ววัตถุมงคลยุคต้นๆจำนวนมากที่ท่านสร้างในสมัยที่ท่านปฏิบัติธรรมจำพรรษาที่วัดสันติวิหารฯนั้นได้ถูกเก็บไว้รักษาไว้ในที่อันสมควรแล้ว

วัตถุมงคลที่จัดสร้างขึ้นในวาระนี้จึงเป็นการสร้างตำนานพระสังกัจจายน์-ตะกรุดปลากระป๋อง(ตะกรุดห้อยคอสุนัข) พระมหาศิลาสิริจันโท วัดสันติวิหารต.ธงธานี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ดให้ลูกหลานได้จดจำสืบต่อไป

สำหรับมวลสารศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ในการสร้างตำนานพระสังกัจจายน์ในครั้งนี้ได้มาจากหลากหลายสถานที่ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ถูกรวบรวมไว้โดยหลวงพ่อพระครูปริยัติวรศาสน์(พระมหาชำนิ)สมัยที่ท่านเป็นสามเณรอุปัฎฐากหลวงพ่อสมานและในสมัยที่หลวงปู่มหาศิลาสิริจันโท จำพรรษาอยู่ที่วัดสันติวิหารฯสามเณรชำนิยังแอบไปเรียนวิชากับหลวงปู่อยู่บ่อยครั้ง และในสมัยที่พระมหาชำนิท่านเป็นพระหนุ่มท่านยังเคยร่วมสร้างวัตถุมงคลร่วมกับหลวงปู่มหาศิลาสิริจันโท เพื่อช่วยเหลือวัดที่ไฟไหม้กุฎิถูกหมดทั้งหลังอีกด้วย 

อนึ่ง พระมหาชำนิท่านยังเคยเดินทางไปจาริกยังต่างประเทศตามลอยหลวงพ่อสมานผู้เป็นอาจารย์ เช่นประเทศ สหรัฐอเมริกา อินเดีย เนปาล จีน ลาว พม่า เป็นต้น จึงไม่แปลกใจทำไมมีมวลสารจากต่างประเทศหลายประเทศ 

มวลสารศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้เป็นมวลสารในการสร้างวัตถุมงคลพระสังกัจจายน์พระมหาศิลาสิริจันโท วัดสันติวิหารฯขอยกตัวอย่างพอสังเขปดังต่อไปนี้ มวลสารจากต่างประเทศประกอบด้วย 1.ดินจากพุทธสังเวชนิยสถาน4ตำบล ประเทศอินเดีย เนปาล 2.น้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์บ่อสรงน้ำพระพุทธเจ้า วัดเชตวันมหาวิหาร ประเทศอินเดีย 3.ดินจากใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ พุทธคยา ประเทศอินเดีย 4.ดินจากกุฏิที่ประพุทธเจ้าทรงประทับจำพรรษาวัดพระเชตวัน เมืองสาวัตถี ประเทศอินเดีย เป็นต้น และมวลสารภายในประเทศประกอบด้วย 1.น้ำพระพุทธมนต์อันศักดิ์สิทธิ์  ลูกประคำแก่นมะขามอันศักดิ์สิทธิ์108ที่สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงอธิฐานจิต ปี2542 2.น้ำพระพุทธมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ที่พระสงฆ์ไทยทั่วประเทศร่วมอธิฐาน 3.ดินอิฐโบราณจากพระธาตุนาดูน จังหวัดมหาสารคาม 4.ผงธูป ดอกไม้บูชาจากวัดระฆัง กรุงเทพมหานคร เป็นต้น พระทุกองค์จะฝังตะกรุดอักขระยันต์หลวงปู่และอุดกริ่งตามดำริของเจ้าของตำนานหลวงปู่มหาศิลาสิริจันโท อีกด้วย

เรื่องเหนือธรรมชาติในวาระพิเศษพิธีกดพิมพ์นำฤกษ์ตำนานพระสังกัจจายน์-ตะกรุดห้อยคอสุนัข (ตะกรุดปลากระป๋อง) พระมหาศิลาสิริจันโท รุ่น1 วัดสันติวิหารร้อยเอ็ดและพุทธาภิเษก/อธิฐานจิตวัตถุมงคลเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564ที่ผ่านมาโดยหลวงปู่มหาศิลาสิริจันโทเป็นเจ้าพิธีร่วมกับหลวงพ่อพระครูปริยัติวรศาสน์(พระมหาชำนิ)เจ้าอาวาสวัดสันติวิหารฯและคณาจารย์ผู้เรืองเวทย์หลายรูป 

หลังเสร็จพิธีอธิฐานจิตพุทธาภิเษก หลวงปู่มหาศิลาฯท่านได้เดินพบปะพูดคุยกับศิษยานุศิษย์และผู้ที่มาร่วมงานก่อนที่จะขึ้นรถกลับวัดที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ท่านบอกกับลูกศิษย์ที่เดินมาส่งท่านที่รถว่า *ข่อยกลับก่อนเด้อเผิ่นสิมาแล้ว*(ปู่กลับก่อนนะจะมีคนมาแล้ว) พูดเสร็จหลวงปู่ก็เดินขึ้นรถ พอรถหลวงปู่เริ่มเคลื่อนออกไปยังไม่พ้นประตูวัดสันติวิหารฯได้เกิดปรากฎการไม่คาดคิดและเหนือธรรมชาติขึ้นต่อหน้าต่อตาศิษยานุศิษย์และผู้ที่มาร่วมงาน อยู่ๆเกิดฝนฟ้าคะนองฝนตกลงมาอย่างหนักโดยก่อนหน้านี้ไม่มีทีท่าว่าจะเกิดฝนตกเลยแม้แต่นิดเดียว ในระหว่างที่ฟ้าฝนตกกระหน่ำอยู่นั้นได้เกิดฟ้าผ่าลงมาบริเวณจัดงานที่พึงแล้วเสร็จไปใหม่ๆหมาดๆผ่าติดๆกันถึง 4 ครั้งและแต่ละครั้งไม่ได้ผ่าเพียงจุดเดียวแต่ผ่าทั้ง 4 ทิศ ทิศตะวันออก ทิศตะวันตก ทิศเหนือ และทิศใต้ ซึ่งเป็นเรื่องอัฒจันทร์อย่างยิ่งทำให้บรรดาลูกศิษย์และชาวบ้านที่มาร่วมงานต่างตกใจกับเหตุการณ์ที่พึ่งเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา และผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็พูดถึงเหตุการณ์ที่พึ่งเกิดขึ้นไปต่างๆนาๆบ้างก็ว่าเป็นเรื่องของธรรมชาติ บ้างก็ว่าเป็นเรื่องของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในวัดสันติวิหารฯแห่งนี้ท่านคงมานิยมสมพรและยังสรุปได้วว่าที่หลวงปู่พูดไว้ว่ามีคนจะมา นั่นก็คือฟ้าฝนนั่นเอง

จากการที่หลวงปู่เป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ มีพุทธาคมจึงได้รับนิมนต์ไปเข้าร่วมพิธีพุทธาภิเษกงานทั่วภาคอีสาน รวมทั้งงานใหญ่ระดับประเทศ อาทิ งานพุทธาภิเษกพระกริ่งวัดสุทัศน์ เป็นต้น 

ด้วยความที่เป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเสมอต้นเสมอปลาย ทำให้ชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของพุทธศาสนิกชนทั้งในและนอกพื้นที่ อย่างรวดเร็ว ในแต่ละวันจึงมีญาติโยมจำนวนมากเดินทางมากราบนมัสการ รับฟังธรรม และประพรมน้ำพุทธมนต์เสริมสิริมงคลอย่างไม่ขาดสาย

สำหรับปัจจัยที่ได้จากการบริจาคหลวงปู่จะ นำไปบริจาคพัฒนาให้กับวัดต่างๆเช่นวัดพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม วัดบึงพลานชัย,วัดสันติวิหาร,วิทยาลัยสงฆ์จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นต้น อีกทั้งหลวงปู่ท่านยังให้ความสำคัญทางด้านการศึกษาของชาติ ให้การอุปถัมภ์โรงเรียนในพื้นที่หลายแห่ง อาทิ ร.ร.บ้านธาตุประทับ จ.ร้อยเอ็ด, ร.ร.เหล่านาแกวิทยา และร.ร.แกเปะราชนิยม จ.กาฬสินธุ์ และยังบริจาคเงินช่วยเหลือโรงพยาบาลหลายแห่งเช่นโรงพยาบาลร้อยเอ็ด โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เป็นต้น

ส่วนหลักธรรมคำสอนที่พร่ำสอนญาติโยม เพื่อใช้เป็นแนวทางการดำเนินชีวิต คือมีความกตัญญูกตเวทิตาต่อบุพการี ไม่เบียดเบียนสรรพสัตว์ร่วมโลก และให้ยึดศีล 5 ไว้เป็นหลักชีวิต เพียงเท่านี้จะทำให้ชีวิตพานพบแต่ความสุขความเจริญ นับเป็นมงคลอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่ได้สัมผัสใกล้ชิดและได้รับฟังคำสั่งสอน 

ปัจจุบันพระมหาศิลาสิริจันโท หรือหลวงปู่มหาศิลาสิริจันโท หรือพระครูปลัดวชิรโสภณญาณ(ศิลา สิริจันโท)ท่านจำพรรษาอยู่ที่สวนสงฆ์แกแปะวัดโพธิ์ศรีสะอาด บ้านแกแปะ ต.เชียงเครือ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ท่านมีอายุ 77 ปี (พ.ศ.2564)

การจัดสร้างวัตถุมงคลในวาระนี้พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระครูปริยัติวรศาสน์(พระมหาชำนิ)เจ้าอาวาสวัดสันติวิหารฯองค์ปัจจุบันท่านได้มอบหมายให้ลูกศิษย์คุณธนกร จันทะโยธา(โยมจ่า)ช่างสร้างพระมือทองที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเป็นคนดำเนินการจัดสร้างเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา โดยให้จัดสร้างตามตำนานของหลวงปู่มหาศิลาฯที่วัดสันติวิหารฯโดยมีจำนวนการจัดสร้างดังนี้ -สร้างพระสังกัจจายน์เท่าองค์ต้นแบบ จำนวน 345 องค์ -สร้างพระสังกัจจายน์พิมพ์เล็กจำนวน 3,456 องค์ และ-สร้างตะกรุดปลากระป๋อง(ห้อยคอสุนัข)จำนวน 1,101 ดอกและวัตถุมงคลในวาระนี้จะอยู่จำพรรษาที่วัดสันติวิหารฯมากกว่า3เดือน และจะมีพิธีพุทธาภิเษกถึง 9 วาระเพื่อเป็นสิริมงคลและเข้มขลังตามความเชื่อของศรัทธา ที่วัดสันติวิหาร ต.ธงธานี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด 

ทั้งนี้ปัจจัยที่ได้จากการเช่า/บูชาวัตถุมงคลในวาระนี้จะนำไปเป็นทุนในการก่อสร้างเจดีย์บูรพาจารย์พระครูธวัชสันติคุณ(สมานธัมมรักขิโต)พระครูปลัดวชิรโสภณญาณ(ศิลาสิริจันโท)วัดสันติวิหาร ต.ธงธานี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ดและบูรพาจารย์ทั่วโลกเพื่อให้ชาวบ้านสาธุชนทั้งหลายที่เคารพศรัทธาได้กราบไหว้สักการะบูชาเพื่อสืบสานรักษาและต่อยอดอายุของพุทธศาสนาสืบไป

สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส้รางบุญใหญ่ในครั้งนี้ ติดต่อคุณธนกร จันทะโยธา(ช่างจ่า) 089-576-3551 คุณโกสิทธิ์ วันโพนทอง(คุณหอย) 087-864-4400 จึงขออนุโมทนาบุญมา ณ โอกาสนี้

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569

กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved