วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
วันที่ 29 ต.ค.64 รศ.ดร.ต่อตระกูล ยมนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม อดีตนายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟสบุ๊กส่วนตัว "ต่อตระกูล ยมนาค" โดยชื่นชมทีมไทยที่ได้เข้ารอบเป็น 1 ใน 10 ทีมจากทั่วโลกที่ได้รับการคัดเลือกจากนาซา NASA เข้ารอบสุดท้ายในการประกวดโครงการ Deep Space Food Challenge โดยมีเนื้อหาดังนี้
"ข่าวดีๆ วันศุกร์ ทีมไทย ได้เข้ารอบเป็น 1 ใน 10 ทีมจากทั่วโลกที่ได้รับการคัดเลือกจากนาซา NASA เข้ารอบสุดท้าย ในการประกวดโครงการ Deep Space Food Challenge ซึ่งเป็นการประกวดข้อเสนอ วิธีที่จะผลิตอาหารได้เองในยานอวกาศ สำหรับนักบินอวกาศ 4 คนที่จะต้องเดินทางยาวนาน 3 ปี
ทีมไทยได้เสนอการเพาะเลี้ยงแมลง หนอน มดและการปลูกพืช ที่พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน แล้วนำมาฉีดออกมาเป็นอาหารรูปแบบต่างๆด้วยเครื่องพิมพ์อาหารสามมิติ ( 3D Food Printer) ทีมไทย เป็นกลุ่มมันสมองชั้นยอดจากการรวบรวมจากมหาวิทยาลัย และสถาบันต่างๆ หลายแห่ง มารวมกันประกอบด้วย
-นางสาวนภัสธนันท์ พรพิมลโชค นักศึกษาวิศวกรรมอากาศยาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
-นายประพันธ์พงศ์ ดำส่งแสง นักศึกษาปริญญาเอก KTH Royal Institute of Technology ประเทศสวีเดน
-นายสิทธิพล คูเสริมมิตร นักศึกษาวิศวกรรมอากาศยาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
-นายวัชรินทร์ อันเวช นักศึกษาปริญญาโทชีวเคมีการแพทย์และชีววิทยาโมเลกุล ม.มหิดล
และ -ดร. วเรศ จันทร์เจริญ อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์และกรรมการผู้จัดการบริษัทสตาร์ทอัพด้านอวกาศสัญชาติไทย SPACE ZAB Company
.jpg)
ทั้งนี้การโพสต์ดังกล่าว รศ.ดร.ต่อตระกูล ได้อ้างอิงข้อมูลจาก www.tnnthailand.com/news/tech/94577/ ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้
"ทีม KEETA จากประเทศไทยนำเสนอเทคโนโลยีการผลิตอาหารด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ โดยใช้วัตถุดิบจากระบบนิเวศขนาดจิ๋ว"
องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติหรือนาซาประกาศผลทีมที่ได้รับการคัดเลือกผ่านเข้ารอบการแข่งขันพัฒนาเทคโนโลยีอาหารสำหรับนักบินอวกาศ Deep Space Food Challenge โดยเป็นทีมจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา 18 ทีม ทีมจากต่างประเทศนานาชาติ 10 ทีม ซึ่งทีม KEETA จากประเทศไทยเป็น 1 ใน 10 ทีม ที่ผ่านเข้ารอบการแข่งขันในรอบที่ 2 ร่วมกับทีมจากประเทศโคลอมเบีย เยอรมนี ออสเตรเลีย อิตาลี บราซิล ซาอุดีอาระเบีย ฟินแลนด์ และอินเดีย
โจทย์การแข่งขันพัฒนาเทคโนโลยีอาหารสำหรับนักบินอวกาศ Deep Space Food Challenge กำหนดให้แต่ละทีมพัฒนาเทคโนโลยีอาหารเพียงพอที่จะทำให้นักบินอวกาศ 4 คน ดำรงชีพอยู่ในอวกาศได้นาน 3 ปี โดยไม่ต้องเติมเสบียงจากโลก รวมไปถึงแก้ไขปัญหาการขาดแคลนอาหารบนโลก อาหารที่ถูกผลิตขึ้นสร้างของเสียน้อยที่สุด มีความหลากหลายของเมนูอาหารใช้เวลาในการเตรียมอาหารน้อย
ทีม KEETA จากประเทศไทยนำเสนอเทคโนโลยีการผลิตอาหารด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ โดยใช้วัตถุดิบจากระบบนิเวศขนาดจิ๋ว การเลี้ยงแมลง หนอน มดและการปลูกพืช ที่พึ่งพาอาศัยกันบนอวกาศภายใต้สภาพแวดล้อมที่ถูกควบคุมอย่างเป็นระบบสามารถผลิตอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงเป็นแหล่งโปรตีน วิตามินและแร่ธาตุสูง สำหรับนักบินอวกาศได้เป็นระยะเวลานาน
สมาชิกทีม KEETA ประกอบด้วย นางสาวนภัสธนันท์ พรพิมลโชค นักศึกษาวิศวกรรมอากาศยาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายประพันธ์พงศ์ ดำส่งแสง นักศึกษาปริญญาเอก KTH Royal Institute of Technology ประเทศสวีเดน นายสิทธิพล คูเสริมมิตร นักศึกษาวิศวกรรมอากาศยาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายวัชรินทร์ อันเวช นักศึกษาปริญญาโทชีวเคมีการแพทย์และชีววิทยาโมเลกุล ม.มหิดล ดร. วเรศ จันทร์เจริญ อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของวงการอวกาศไทยที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาเทคโนโลยีอาหารสำหรับนักบินอวกาศใช้บริโภคในอวกาศได้เป็นระยะเวลานาน โดยใช้องค์ความรู้และจุดเด่นของประเทศไทยที่มีความหลากหลายทางด้านทรัพยากรชีวภาพผสมเข้ากับเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่กำลังกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการขับเคลื่อนด้านต่าง ๆ รวมไปถึงวงการอวกาศและการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนอาหารในบางพื้นที่บนโลก
ข้อมูลจากเฟสบุ๊ก "ต่อตระกูล ยมนาค" และเว็บไซต์ข่าว https://www.tnnthailand.com/news/tech/94577/
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี