546.jpg
'น้องจ่อย'หนุ่มวัย20ปี เล่าอดีตตายแล้วฟื้น 'ท้าวหิรัญพนาสูร'พากลับเข้าร่าง

'น้องจ่อย'หนุ่มวัย20ปี เล่าอดีตตายแล้วฟื้น 'ท้าวหิรัญพนาสูร'พากลับเข้าร่าง

วันจันทร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2565, 19.43 น.

เรื่องเล่าอดีตตายแล้วฟื้น จากน้องจ่อย หนุ่มวัย 20 ปี เผยว่าเมื่อ10ปีที่ผ่านมาตายแล้วฟื้น ไปพบญาติพี่น้องที่เสียชีวิตหลายคน ก่อน'ท้าวหิรัญพนาสูร'ช่วยชีวิตให้กลับเข้าร่าง ปัจจุบันร่างกายแข็งแรงไม่เคยเจ็บป่วย และยังสามารถล่วงรู้ถึงเหตุการณ์ข้างหน้าได้อีกด้วย

17 มกราคม 2565 ที่บ้านเลขที่ 62 หมู่ 5 ตำบลมงคลธรรมนิมิต อำเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทอง พบนายบุญมาก คล้ายทอง น้องจ่อย วัย 20 ปี พร้อมครอบครัว ได้เล่าเรื่องราวเมื่อ10 ปีที่ผ่านมา ถึงความอัศจรรย์ของตนเองที่ป่วยเลือดหัวใจห้องล่างขวาตีบตับ ผนังกั้นหัวใจห้องล่างมีรูรั่ว และเส้นเลือดหัวใจเกิน ตั้งแต่แรกเกิด และเข้าออกรักษาตัวผ่าตัด ที่โรงพยาบาลเด็กในกรุงเทพอย่างต่อเนื่อง   


และในตอนช่วงนั้นอายุ10ขวบ แพทย์ทำการผ่าตัดอีกครั้ง และต้องนอนอยู่ในห้องไอซียู ตลอดเวลา 14 วัน ใช้เครื่องช่วยหายใจมาตลอด กระทั่งในวันที่ 9 พ.ค.54 พยาบาลที่มาตรวจพบว่าน้องจ่อย ไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบใดๆ ไม่มีความดันในร่างกาย ไม่หายใจ ตัวเย็นเฉียบ แพทย์และพยาบาลได้แจ้งว่าตนตายไปแล้วในช่วงบ่าย

โดยทางนางสมคิด คล้ายทอง ผู้เป็นแม่ ปัจจุบันอายุ 58 ปี ได้แจ้งให้ทางนายพา คล้ายทอง สามีที่อยู่บ้าน ที่อำเภอสามโก้ ให้ทราบว่าน้องจ่อยได้เสียชีวิตแล้ว ทางญาติได้ช่วยกันเตรียมงานเพื่อรอรับศพน้องจ่อย เตรียมโลงเย็น เครื่องไฟ นิมนต์พระ ทำงานเลี้ยงแขกที่จะมาช่วยงานศพ และนำภาพน้องจ่อยตั้งหน้าศพเพื่อรอรับศพน้องจ่อยออกจากโรงพยาลนำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี

แต่ก็เกิดเรื่องน่าอัศจรรย์ขึ้นในช่วงเย็น เมื่อทางหมอได้เข้าไปตรวจที่ศพน้องจ่อย พร้อมนำดอกไม้ธูปเทียนออกจากมือ จะอาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย เปลี่ยนเสื้อผ้าจะนำศพกลับไปบ้าน น้องจ่อยนั้นเท้ากระดิกได้ จากนั้นแพทย์และพยาบาลก็มาดู เอาที่วัดความดันมาวัด ก็พบว่าความดันเริ่มขึ้นมาเรื่อยๆ และทางแพทย์พยาบาลก็นำตัวกลับเข้าไปทำการรักษาและรอดชีวิตมาจนกึงปัจจุบัน นับจากวันนั้นถึงวันนี้เวลาก็10ปีแล้ว

ส่วนทางด้าน นายบุญมาก คล้ายทอง น้องจ่อย เล่าให้ฟังว่า ในตอนนั้นตนเองจำได้ว่าไปอยู่อีกที่หนึ่ง แต่ไม่รู้ที่ไหนไม่รู้มีแต่หมอกควัน พบคนแต่ตัวแบบโบราณนั่งกินข้าวกันเป็นกลุ่มๆ บางคนก็ไม่ได้กิน เนื่องจากจะได้กินนั้นต้องมีคนทำบุญไปให้หรือเราทำบุญไว้ตอนมีชีวิต  

และได้พบกับทางตาตนเอง ที่ได้ตายจากไปนานแล้ว บอกกับน้องจ่อยว่า น้องจ่อยตายแล้วจึงมาอยู่ที่นี่ และยังได้พบกับพี่ชายที่ตายไปแล้วอีกคน ได้พูดคุยกับตนเองอยู่นาน และได้พบกับท้าวหิรัญพนาสูร ที่มีรูปร่างใหญ่ขี่ม้าเข้ามาหาตนและได้ช่วยชีวิตตนให้ฟื้นกลับมา

ท้าวหิรัญพนาสูร พูดว่า ให้บอกกับพ่อของน้องจ่อยด้วยว่า ให้เอาขนุนมาทำการแก้บน รูปปั้นท้าวหิรัญพนาสูร ที่อยู่บริเวณหลังโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และทางพี่ชายกับตาก็พามาส่งแล้ว ให้เอาดอกไม้ธูปเทียนออกจากมือน้องจ่อย และตนเองก็ฟื้นขึ้นมา

ปัจจุบันนี้ร่างกายแข็งแรง ไม่เคยเจ็บไข้ได้ป่วยเลย แต่ก็มีร่างกายบางส่วนที่เป็นมือและเท้าหลุดเน่าตอนที่เสียชีวิตไปบางส่วน ซึ่งปัจจุบันก็ทำงานได้ทุกอย่างและที่สำคัญยังรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า ว่าก็อะไรขึ้นอีกด้วย. 012

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top