วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ใกล้เต็มที... ในที่สุด "กัญชา" และ "กัญชง" ซึ่งเคยเป็นพืชที่ห้ามปลูก เพราะถือเป็น "ยาเสพติด" ชนิดหนึ่งตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด ก็จะได้รับการอนุมัติจากทางการให้เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่เกษตรกรไทยสามารถเลือกที่จะปลูก เพื่อทดแทนพืชเศรษฐกิจตัวเดิมๆ ซึ่งถือว่ากระแส "กัญชา" และ "กัญชง" มีคนให้ความสนใจเป็นอย่างมากและอีกไม่นานก็จะมีการปลดล็อคอย่างเสรี ทำให้มีอิสระในการปลูกและผลิตมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีกฎหมายควบคุมไว้

วันนี้ "ทีมข่าวเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์" ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมโครงการ VSC HEMP ที่เริ่มปลูก "กัญชง" ตามกฎหมายกำหนดโดยบริษัท วิสและบุตร (จำกัด) ร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร ศึกษาพัฒนาต่อยอดสายพันธุ์ใหม่ๆ ขึ้นมาเพื่อเป็นตัวเลือกให้กับเกษตรกรไทยในวันข้างหน้า

นายมนตรี ฉายทองคำ CEO VSC HEMP เปิดเผยถึงที่มาที่ไปของโครงการ VSC HEMP ที่เริ่มมาปลูก "กัญชง" ให้ทีมข่าวฟังว่า เดิมบริษัทเราทำธุรกิจการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลาสติก เป็นผู้นำด้านการผลิตและจำหน่ายพลาสติกฟิล์มและชีทประเภท PE (Polyethylene) โดยคัดสรรเม็ดพลาสติกคุณภาพสูง ผลิตด้วยเครื่องจักรสมัยใหม่ ภายใต้การควบคุมมาตรฐานให้อยู่ในระดับสากลโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญทำให้เราได้รับการยอมรับจากลูกค้ามายาวนานกว่า 30 ปี ทั้งภาคกลุ่มอุตสาหกรรม และกลุ่มเกษตรกรรมสมัยใหม่ ตั้งอยู่ที่นิมคมอุตสหกรรมบางปูใหม่ 112/2-3 ม.12 ถ.บางพลี-กิ่งแก้ว ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

ส่วนแนวคิดที่มาปลูกกัญชงนั้น เริ่มจากที่ตนเคยเห็นเพื่อนเป็นมะเร็ง เลยศึกษาว่า "กัญชา" สามารถช่วยรักษาได้มะเร็งได้ ซึ่งก็หลายปีมาแล้วจนเพื่อนเสียชีวิตไปแล้ว จนเพิ่งมารู้ว่าถ้าเริ่มตั้งแต่แรกก็สามารถช่วยคนได้เยอะ จนศึกษาเรื่อยๆ พอดีที่ ผศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร มาคุยกับเราเรื่อง "กัญชง"ทางเราก็สนใจและศึกษาที่สถาบันวิจัยว่าทำอย่างไรที่จะได้สายพันธุ์ใหม่ๆ ขึ้นมา ก็เลยเริ่มศึกษาและเริ่มทำโครงการ "VSC HEMP"

นายมนตรี เล่าให้ฟังอีกว่า ก่อนอื่นเลย "บริษัท วิสและบุตร (จำกัด)" หรือ "VSC" เป็นบริษัทที่ผลิตพลาสติกเกี่ยวกับทางด้านการเกษตรและขายให้กับเกษตรกร ซึ่งระยะหลังๆ เรื่องกัญชากัญชงเริ่มเข้ามาในอาชีพเกษตรมากขึ้น เราจึงเริ่มโครงการ VSC HEMP ขึ้นมา เพราะคิดว่าถ้าจะนำเมล็ดจากต่างประเทศเข้ามาอย่างเดียวเกษตรบ้านเราคงซื้อไม่ไหว เพราะแพงมากจึงเริ่มคิดสายพันธุ์ใหม่ที่ความเข้มข้นของสาร CBD เข้ามา 4 สายพันธุ์ดังนี้

"1.Red Robin (เรด โรบิน) 2.Super woman (ซุปเปอร์วูเมน) 3.Rosella (โรเซลลา) และ 4.Auto magik (ออโต้เมจิค) ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ที่เราปลูกต้นจะไม่สูงมากประมาณ 3-4 เมตร และจะนำมาพัฒนาต่อยอดเพื่อเป็นสายพันธุ์ของ "VSC" เองหรือสายพันธุ์ของไทยที่ให้ค่าสารสกัด CBD สูงในราคาที่เข้าถึงได้ ส่วนเรื่องการสกัด VSC Hemp จะนำส่งบริษัทฯ ภายนอก" นายมนตรี กล่าว

นายมนตรี บอกด้วยว่า ทั้ง 4 สายพันธุ์เรานำเข้ามาสหรัฐฯอย่างละ 200 เม็ด ตกราคาเม็ดละราคาประมาณ 500-600 บาท หากจะนำไปผลิตและขยายพันธุ์เองจะต้องได้รับใบรับรองและต้องขออนุญาตขึ้นทะเบียนก่อนถึงจะสามารถนำไปขายต่อได้และสามารถช่วยลดต้นทุนจากการนำเข้าได้ ซึ่งหากประเทศไทยเปิดเป็นเสรีใครต้องการเมล็ดพันธุ์ที่ดีสามารถมาติดต่อกับเราได้ เพราะราคาจับต้องได้ และเป็นสายพันธุ์ของคนไทยเอง ทั้งนี้ เนื่องจากรัฐบาลกำหนดมาว่าต่อไปอีก 5 ปีเราจะต้องใช้เมล็ดพันธุ์ที่มาจากประเทศไทย

"สำหรับโครงการ VSC HEMP เราได้เริ่มปลูกต้นแรกเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2564 เริ่มจากไม่รู้อะไรเลย เวลาจะทำอะไรก็ต้องขออนุญาตทั้งหมด แต่สำหรับกัญชง ต้องสร้างโรงเรือนอะไรให้เรียบร้อยเสียก่อนจากนั้นจึงค่อยมาขออนุญาตจนในที่สุดก็ได้ใบอนุญาตมา โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 4 เดือนในการขออนุญาต ซึ่งทางเราได้ขออนุญาตปลูกไว้ 600 ต้น และต้องขออนุญาตขอปลูกใหม่เป็นรอบๆ โดยใช้งบประมาณต่อ 1 โรงเรือนประมาณ 6 ล้านบาท โครงการนี้เราลงทุนไปแล้ว 20 ล้านบาท ซึ่งจะต้องขออนุญาตปีต่อปี" นายมนตรี กล่าว

พร้อมกับบอกอีกว่า โครงการนี้เราเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งตอนนี้มีที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งทั้ง 2 แห่งนี้จะทำให้เราได้ทราบว่าปลูกในพื้นที่ที่ต่างกันคุณภาพจะเป็นอย่างไร ซึ่งจะทำให้เราได้พัฒนาสายพันธุ์ของเราไปด้วย สำหรับโครงการ VSC HEMP ที่จังหวัดเชียงใหม่ที่เริ่มปลูกต้นแรกเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2564 นี้จะมีการเปิดโครงการอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 มีนาคม 2565 นี้ที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งโครงการ VSC HEMP ในอนาคตจะมีการขยายพื้นที่การปลูกอีกหลายโครงการภายใต้บริษัท VSC HEMP

"ระยะเวลาในการปลูกรวมถึงการเก็บเกี่ยวใช้เวลาประมาณ 4-4 เดือนครึ่ง สำหรับ "ราก" สามารถนำไปใช้เป็นสมุนไพรในการทำยาได้ "ต้น" สามารถนำไปใช้ในการทำเส้นใย อาทิ เสื้อผ้า, อิฐบล็อก, วัสดุเกี่ยวกับรถยนต์ เป็นต้นได้ "ใบ" สามารถนำไปปรุงอาหารเมนูต่างๆ และสามารถนำไปผลิตเป็นชาไว้ดื่มกับนน้ำร้อนได้ ส่วน "ดอก" ทำน้ำมัน CBD อาทิ นำไปทำเครื่องสำอาง, พลาสเตอร์แปะแผล เป็นต้น สำหรับ "เมล็ด" เอาไปบีบสกัดเป็นน้ำมันได้ เรียกว่ากัญชงทั้งต้นตั้งแต่รากไปจนถึงเมล็ดสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากมายนอกจากที่เอ่ยมา" นายมนตรี กล่าว

น.ส.ศิวพร โชติกพนิช ประธานเจ้าหน้าที่ สายงานพัฒนาธุรกิจ บุตรสาวของนายวีรพัฒน์ โชติกพนิช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วิสและบุตร จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของโครงการ VSC HEMP เรามีผลิตภัณฑ์ที่อยากต่อยอดไป คือ เครื่องสำอาง เป็นในส่วนของความงาม เพราะว่าสารสกัดจาก "กัญชง" สามารถแก้เรื่องการอักเสบได้ และสามารถบำรุงผิวได้ดี เพราะฉะนั้นสินค้าที่เราจะพัฒนาต่อไปจะเป็นในส่วนของตัวบำรุงต่างๆ อาทิ ครีม , เซรั่ม เป็นต้น และในส่วนของผลิตภัณฑ์การมาส์กหน้าที่ทำจากสารสกัด CBD สูง และนอกจากนั้น "กัญชง" สามารถช่วยในการลดการอักเสบ เราจำผลิตเป็น "พลาสเตอร์" ในการรักษาแผล ถ้ามีผลตอบรับที่ดีเราจะพัฒนาต่อยอดในส่วนของคอร์ดเมติก และพัฒนาในส่วนของอาหาร เครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยวต่างๆ

"คิดว่าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจะตอบโจทย์สำหรับผู้หญิงได้ดี เพราะผู้หญิงดูแลตัวแลมากขึ้น เพราะฉะนั้นคิกว่าตัวกัญชงมีประสิทธิภาพในการตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี จึงคิดว่าน่าจะได้ผลตอบรับที่ดีในตลาด" น.ส.ศิวพร กล่าว

ขณะที่นายสดุดี ขวัญชัย ผู้ดูแลโครงการ กล่าวว่า โครงการ VSC HEMP สายพันธุ์จะพัฒนามาจากต่างประเทศ จะปลูกด้วยเมล็ดทั้งหมด ลักษณะใบก็จะไม่เหมือนของไทย โดยที่โครงการจะมีลักษณะใบที่กลมกว่า อย่างไรก็ตาม โครงการ VSC HEMP เกิดขึ้นมาจากวิสัยทัศน์ของผู้บริหารของ บริษัท VSC ซึ่งมาความสนใจในการทำธุรกิจแบบนี้อยู่แล้ว สิ่งแรกที่เริ่มทำ คือ การร่วมมือกับมหาวิทยาลัยนเรศวร โดย ผศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ทำ MOU ร่วมกันในการพัฒนาสายพันธุ์

แต่ในกรอบแรกได้สร้างโรงเรือนตัวอย่างขึ้นมาทั้งระบบ เพราะปัจจุบัน "กัญชง" ที่ประเทศไทย คือ สายพันธุ์ "อาร์พีเอฟ"(RPF) ของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวสพ.ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่จะให้ชาติพันธุ์ปลูก เพื่อเอาเส้นใยมาทำเครื่องนุ่งห่ม พอมีช่องทางทางกฎหมายเปิดโอกาสให้หน่วยงานเอกชนร่วมกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐพัฒนาสายพันธุ์ เพื่อที่จะทำเป็นเมล็ดพันธุ์ใหม่ ที่จะเอาไว้เก็บช่อดอก เพื่อจะเก็บสาร CBD โดยเฉพาะได้ ตรงนี้จึงเป็นที่มาของโครงการ VSC HEMP และเริ่มปลูกขึ้นมาเพื่อสอนการปลูกให้เข้าใจพืช จริงๆ “กัญชง-กัญชา” มีเทคนิคการปลูกที่เหมือนกัน แต่ที่โครงการ VSC HEMP นั้น ปลูกแต่เฉพาะ "กัญชง". -008


โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี