เปิด2ผลงานนวัตกรรมเด่น  ไทยทำได้หากมีแรงสนับสนุน

เปิด2ผลงานนวัตกรรมเด่น ไทยทำได้หากมีแรงสนับสนุน

วันเสาร์ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2565, 02.00 น.
Tag :

“ช่วงปี 2561-2562 ให้การสนับสนุนทุนทั้งหมด 199 โครงการใน 9 กลุ่มโครงการ มูลค่ากว่า 324 ล้านบาท และช่วงปี 2563 จนถึงปัจจุบันได้ให้การสนับสนุนทุนในกลุ่มโครงการ TED Youth Startup โปรแกรม Ideation Incentive Program (IDEA) และโปรแกรม Proof Of Concept (POC) ไปแล้วกว่า 300 โครงการ ด้วยวงเงินสนับสนุนทุนกว่า 224 ล้านบาท จากการให้ทุนได้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เห็นได้จากการทำงานตลอดระยะเวลา 5 ปี ได้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม ทั้งทางตรงและทางอ้อม มีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท”

คำกล่าวของ ชาญวิทย์ ตรีเดช ผู้จัดการกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TEDFund) เมื่อครั้งลงพื้นที่เพื่อติดตามผลการพัฒนาผู้ประกอบการที่ได้รับการจัดสรร “เงินสนับสนุนทุนเทคโนโลยีและนวัตกรรม” ได้แก่ โครงการยุววิสาหกิจเริ่มต้น (TED Youth Startup) ณ มหาวิทยาลัยพะเยา อ.เมือง จ.พะเยา และ โครงการเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ (รุ่นที่ 2) ณ ต.ป่าแงะ อ.ป่าแดด จ.เชียงรายช่วงปลายเดือน ก.พ. 2565 ที่ผ่านมา


ชาญวิทย์ กล่าวต่อไปว่า จากการที่ TED Fundได้มุ่งดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ “แหล่งเงินทุนและองค์ความรู้ เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ยกระดับความสามารถในการแข่งขันและมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจของประเทศ” ได้ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการรายใหม่ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นิสิต นักศึกษา หรือผู้ที่จบการศึกษาจากสถาบันการศึกษาไม่เกิน 5 ปี หรือบุคลากรในสถาบันการศึกษาหรือสถาบันวิจัย

หรือผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลาง-ขนาดย่อม (SMEs) ตลอดจนธุรกิจสตาร์ทอัพ (Startup) ซึ่งสำหรับการดำเนินงานตามแผนของ TED Fund ในปี
งบประมาณ 2565 ตั้งเป้าจะให้ทุน TED Youth Startupโปรแกรม IDEA จำนวน 150 โครงการ ภายใต้กรอบวงเงิน 15 ล้านบาท และทุน TED Youth Startup โปรแกรม POC จำนวน 75 โครงการ ภายใต้กรอบวงเงิน112.5 ล้านบาท ผ่านแนวทางการสรรหาผู้ประกอบการเพื่อขอรับทุนอุดหนุน 3 แนวทาง คือ 1.สรรหาโดยการเปิดรับสมัครตรงผ่าน TED Fund 2.สรรหาโดยเครือข่ายร่วมพัฒนาผู้ประกอบการ (TED Fellow)

และ 3.สรรหาในกิจกรรม Road Show และการประกวดเวทีต่างๆ ภายใต้หลักการพิจารณาที่สำคัญคือ มีการพัฒนาธุรกิจบนฐานเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีศักยภาพทางการตลาด สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และมีความต้องการพัฒนา ปรับปรุงหรือขยายผลด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมมีผลลัพธ์หรือผลผลิตที่ชัดเจนภายในระยะเวลาที่รับการสนับสนุนทุน รวมถึงมีความพร้อมในการร่วมลงทุนในลักษณะที่เป็นงบประมาณ (In cash) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของมูลค่าโครงการ

ขณะที่ ธนพัฒน์ แพ่งเกษร ผู้ก่อตั้งธุรกิจ “สกัดเก่ง” (ชุดสกัด DNA ที่ไม่ต้องอาศัยเครื่องปั่นเหวี่ยง) หนึ่งในผู้ได้รับการสนับสนุนจากกองทุน TED Fund อธิบายนวัตกรรมของตนว่า ชุดสกัดเก่ง ประกอบด้วย “อุปกรณ์หลอดดูดเก่ง” ที่ภายในบรรจุเม็ดบีดสำหรับตรึง DNA “น้ำยาแตกเก่ง” ที่ใช้ในการแตกเซลล์ของตัวอย่างให้ปลดปล่อย DNA ออกมา “น้ำยาจับเก่ง” ที่ใช้ในการตรึง DNA ให้ยึดจับกับเม็ดบีด “น้ำยาล้างเก่ง” ที่ช่วยล้างดีเอ็นเอให้เกิดความบริสุทธิ์ และ “น้ำยาล้วงเก่ง” ที่ทำหน้าที่ชะเอา DNA ที่บริสุทธิ์ออกมาจากเม็ดบีด

จึงนับได้ว่าได้ปฏิวัติกระบวนการสกัด DNA โดยเปลี่ยนคอลัมน์ที่บรรจุอยู่ในพลาสติกชิ้นที่สอง ซึ่งโดยปกติจะถูกยึดให้อยู่กับที่ ให้เปลี่ยนมาอยู่ในรูปของเม็ดบีดทรงกลม จำนวนหลายเม็ด จากนั้นได้ลดจำนวนหลอดพลาสติกที่ใช้จากสองหลอดที่ครอบซ้อนกันอยู่ให้เหลือเพียงหลอดเดียว เม็ดบีดที่บรรจุอยู่ภายในหลอดสกัดจะทำหน้าที่ในการตรึงดีเอ็นเอ โดยอาศัยเพียงการเขย่าให้สารละลายสัมผัสกับเม็ดบีด จากนั้นจึงดูดสารละลายส่วนเกินทิ้งไป จะเห็นได้ว่าวิธีการนี้ไม่ต้องอาศัยเครื่องปั่นเหวี่ยงความเร็วสูงแต่อย่างใด

ธนพัฒน์ เล่าต่อไปว่า จากการสำรวจตลาดพบว่า มีชุดสกัดดีเอ็นเอที่จำหน่ายทั่วโลกไม่ต่ำกว่า 21 ยี่ห้อมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 181.16 บาทต่อหนึ่งตัวอย่างสกัด (สำรวจ ณ วันที่ 15 มีนาคม 2564) โดยมีราคาต่ำสุดที่ 58.49 บาท และราคาสูงสุดอยู่ที่ 330.57 บาท ซึ่งชุดสกัดเก่งได้กำหนดราคาขายไว้ที่ 45 บาทต่อหนึ่งตัวอย่างสกัด อาจกล่าวได้ว่า เป็นราคาที่ถูกที่สุดในท้องตลาด และมีราคาถูกกว่าราคาเฉลี่ยมากกว่า4 เท่า ทั้งนี้เนื่องจากสินค้าคู่แข่งต้องนำเข้า จึงพบว่าราคาขายจริงในไทยอาจสูงกว่าที่รายงานถึง 2 เท่า

นอกจากนี้เมื่อพิจารณาชุดสกัด DNA ทั้งหมดในท้องตลาด ชุดสกัดเก่งยังเป็นชุดสกัด DNA เดียว ที่ไม่ต้องอาศัยเครื่องปั่นเหวี่ยงความเร็วสูงอีกด้วย ซึ่งธุรกิจสกัดเก่งมีกลยุทธ์ที่จะเข้าไปทำส่วนแบ่งทางการตลาดในตลาดกลุ่มนักวิจัยเป็นอันดับแรก ด้วยผู้ใช้กลุ่มนี้สามารถตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ได้โดยไม่อยู่บนเงื่อนไขของมาตรฐานการผลิต และยังมีลักษณะเป็น Influencer ที่มักส่งคุณค่าผลิตภัณฑ์โดยการบอกต่อ

“ในช่วง 1-3 ปีแรก จะมุ่งเน้นในตลาดกลุ่มในภาคสนาม และใช้ช่วงเวลาดังกล่าวทำการทดสอบตลาดห้องปฏิบัติการทางแพทย์และตลาดสถาบันอุดมศึกษาไปพร้อมกัน อีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาที่จะใช้ในการขอมาตรฐานอุตสาหกรรมเพื่อรองรับการขยายตัวสู่อีกสองตลาดที่เหลือในช่วงปีที่ 3-5 และหลังจากปีที่ 5 เป็นต้นไป จะมุ่งสู่ตลาดในต่างประเทศ” ธนพัฒน์ กล่าว

อีกหนึ่งผู้ได้รับการสนับสนุนจากกองทุน TED Fund ศุขมิตร ทีฆะเสนีย์ จากบริษัท ไอซีเอ็ม อิเล็กทรอนิกส์ จำกัด ผู้ก่อตั้งธุรกิจ “เครื่องประเมินสภาพน้ำ” เล่าว่า จากการเห็นความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ประสบปัญหาสัตว์น้ำตายยกบ่อ ซึ่งหมายถึงเงินที่ลงทุนไปสูญเปล่าและนำไปสู่การเป็นหนี้สินด้วย ทำให้พัฒนานวัตกรรมนี้ขึ้นมา โดยเครื่องจะมีหน้าที่วัดค่าออกซิเจนในน้ำค่า PH ในน้ำ อุณหภูมิผิวน้ำ อุณหภูมิในอากาศ และค่าความเค็มในน้ำ ซึ่งจะสั่งในเครื่องตีน้ำทำงานอัตโนมัติ โดยที่เครื่องจะมีทุ่นที่มีเซ็นเซอร์วัดค่าต่างๆ

อีกทั้งเครื่องทำงานโดยใช้กระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ จึงทำให้ไม่ต้องเดินสายไฟให้ยุ่งยากการทำงานทุ่นจะส่งสัญญาณไร้สายจากทุ่นกลางน้ำไปยังตู้ควบคุมที่อยู่บนฝั่ง และตู้ควบคุมจะแสดงสถานะต่างๆ ให้ผู้ใช้เห็นผ่านจอสี LED ที่เป็นฟังก์ชั่นภาษาไทยนอกจากนี้ถ้าค่าต่างๆ ในน้ำไม่ได้ตามที่ตั้งค่า ตู้ควบคุมจะส่งข้อมูลให้เครื่องตีน้ำทำงาน แต่ถ้าได้ค่าตามที่ตั้งค่าไว้เครื่องตีน้ำจะหยุดทำงาน นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชั่นฉุกเฉินแจ้งเตือนผ่านทางระบบไลน์มือถือทำให้ทราบโดยทันที ช่วยป้องกันไม่ให้สัตว์น้ำตาย

“จากที่ได้นำเครื่องต้นแบบนำไปทดสอบกับฟาร์มลูกค้า ทำให้ช่วยลดงานภายในฟาร์มไปถึงร้อยละ 60 และค่าไฟฟ้าลดลงถึงร้อยละ 7-12 และประหยัดเวลาในการเฝ้าดูแลบ่อเพาะพันธุ์เลี้ยงสัตว์น้ำ และฟาร์มสัตว์น้ำ สามารถเพิ่มจำนวนสัตว์น้ำได้มากขึ้น และเพิ่มรายได้ให้กับเจ้าของฟาร์มเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 20 เนื่องจากค่าล่วงเวลาพนักงานดูแลบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำลดลงจากเดิมจำนวนพนักงานดูแลรอบดึก 3 คน เป็น 1 คน”ศุขมิตร ระบุ

SCOOP@NAEWNA.COM

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top