วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ไวยาวัจกรวัดธาตุทองโบ้ยการจัดงานบริเวณลานจอดรถเป็นเรื่องระหว่างเขตวัฒนากับผู้ค้ายันไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวและไม่ทราบเรื่องที่สำนักงานเขตมีหนังสือแจ้งขอยกเลิกการจัดงาน ขณะที่เจ้าหน้าที่ประชาชนชี้มีพิรุธน้ำ-ไฟใช้จากไหน เป็นไปไม่ได้ที่ทางผู้ค้ากับเขตจะจัดกันเองถ้าไม่ได้รับไฟเขียวเรื่องสถานที่ จี้ชี้แจงข้อเท็จจริงก่อนบานปลาย
ความคืบหน้ากรณีประชาชนร้องเรียนไปยังสำนักงานเขตวัฒนาขอให้ยกเลิกการจัดงานในวันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษาช่วงวันที่ 13 -21 ก.ค.65 ภายในบริเวณลานจอดรถวัดธาตุทอง เขตวัฒนา กทม. เนื่องจากเป็นช่วงสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิดกลับมาระบาดรอบใหม่จึงไม่เหมาะที่จะรวมกลุ่มทำกิจกรรมใดๆ ที่เป็นการสุ่มเสี่ยงให้เกิดคลัสเตอร์ใหม่ โดยเฉพาะภายในบริเวณวัดธาตุทอง เนื่องจากเกรงจะส่งผลกระทบกับโรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง, โรงเรียนวัดธาตุทอง, โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง สร้างความเดือดร้อนต่อส่วนรวมมากกว่าเกิดประโยชน์ ซึ่งทางผู้อำนวยการเขตวัฒนาได้มีหนังสือแจ้งขอยกเลิกการจัดงานไปแล้วตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค.65 ที่ผ่านมา และพระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ก็ไม่ได้เซ็นอนุญาต ตามที่ข่าวได้เสนอไปแล้วนั้น
.jpg)
ล่าสุดวันที่ 15 ก.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังนายธนศักดิ์ ชูศรี หนึ่งในไวยาวัจกรวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ถึงกรณีดังกล่าวโดยได้รับคำชี้แจงว่า ตนไม่ทราบเรื่องที่เป็นข่าวมาก่อน เพิ่งมาทราบจากผู้สื่อข่าวนี้เป็นครั้งแรก ส่วนเรื่องการจัดงานนั้นเป็นเรื่องระหว่างทางเขตวัฒนากับผู้ค้า ตนไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไร ส่วนเรื่องที่ทางสำนักงานเขตวัฒนาได้ประกาศและมีหนังสือขอยกเลิกการจัดงานที่วัดนั้นเรื่องนี้ตนก็ไม่ทราบ
ขณะที่นายชุมพล พรประภา ไวยาวัจกรวัดธาตุทองอีกคนหนึ่ง กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ได้รับทราบเพียงข่าวที่ปรากฏเท่านั้น แต่เรื่องอื่นไม่รู้และตนไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับการจัดงานครั้งนี้ด้วย
ด้านเจ้าหน้าที่วัดธาตุทองรายหนึ่งเปิดเผยกับ "แนวหน้าออนไลน์"ว่า เรื่องนี้มีการพูดไม่ตรงกับความเป็นจริง เนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น.วันที่ 12 ก.ค.65 ที่ผ่านมาทางกรรมการมูลนิธิวัดธาตุทองได้เข้ากราบพระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง เพื่อหารือเกี่ยวกับกรณีการจัดงานภายในบริเวณลานจอดรถของวัดธาตุทอง โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักพุทธและไวยาวัจกรวัดนั่งร่วมหารืออยู่ด้วยจำนวนหนึ่ง โดยมีนายธนศักดิ์ด้วย ซึ่งทางไวยาวัจกรวัดได้มีการแจ้งต่อหน้าพระราชวรญาณโสภณว่า ได้บอกให้ทางผู้จัดงานเลิกจัดแล้ว และทางพระราชวรญาณโสภณ ก็ไม่ได้เซ็นอนุมัติแต่ให้ทางผู้จัดไปคุยกับทางสำนักงานเขตเอาเองและก็มีการจัดขึ้นจนได้ ซึ่งการที่นายธนศักดิ์บอกว่าไม่ทราบที่ทางเขตมีหนังสือขอยกเลิกการจัดงานนั้นไม่น่าจะใช่
.jpg)
ในเมื่อทางวัดปฎิเสธว่าไม่ทราบเรื่อง แล้วมาบอกว่าการจัดงานเป็นเรื่องระหว่างเขตกับผู้ค้านั้นไม่น่าจะใช่ เพราะในเมื่อทางเขตได้มีหนังสือขอแจ้งยกเลิกการจัดงานยืนยันมายังวัดธาตุทองมาแล้วตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่กลับมีการจัดงานขึ้นตามปกติภายในบริเวณลานจอดรถซึ่งเป็นพื้นที่ของวัดได้อย่างไร การที่พ่อค้าแม่ค้าจะมาจัดงานกันเองโดยที่ไม่มีผู้จัดและไม่มีผู้อนุมัติให้ใช้สถานที่จัดงานคงเป็นไปไม่ได้ ถ้าทางวัดไม่มีการอนุมัติเปิดไฟเขียวให้ แม้กระทั่งการจะใช้พื้นที่จัดกิจกรรมใดๆ ภายในพื้นที่ของวัดในช่วงที่ผ่านมาทางเขตก็ยังต้องมีหนังสืออนุญาตกับทางวัดเลย ถ้าทางวัดไม่อนุมัติก็จะไม่สามารถจัดได้
"เรื่องนี้ทางคณะกรรมการวัดหรือไวยาวัจกรวัดจะต้องชี้แจงให้สังคมได้รับทราบ รวมทั้งต้องชี้แจงถึงรายได้จากการจัดงานนี้ให้ชัดเจนด้วยว่าใครมีส่วนได้ส่วนเสียบ้าง และเงินค่าเช่าพื้นที่ในการจัดงานครั้งนี้ไปอยู่ที่ไหนบ้าง โดยเฉพาะเรื่องน้ำไฟทางผู้จัดงานใช้น้ำไฟจากวัดหรือจากส่วนไหน เรื่องนี้ทางวัดและไวยาวัจกรจะต้องทราบและต้องแถลงชี้แจงให้เกิดความชัดเจน ก่อนที่จะเกิดปัญหาบานปลายไปมากกว่านี้ เนื่องจากตอนนี้มีประชาชนเริ่มตั้งข้อสงสัยและสอบถามกันเข้ามาพอสมควรแล้ว" เจ้าหน้าที่รายนี้กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในบริเวณวัดธาตุทองเมื่อช่วงค่ำวันที่ 15 ก.ค.65 ว่า วันนี้ภายในวัดมีงานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมศพ 5 ศพทำให้ผู้เดินทางมาร่วมงานได้รับผลกระทบจากการเดินทางเข้ามาร่วมงานโดยเฉพาะการจราจรติดขัดมาก และเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโควิดระลอกใหม่ - 003
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี