546.jpg
สมาคมสินแร่ฯหนุนมติ ครม.ส่งเสริมการลงทุนอุตฯเหมือง

สมาคมสินแร่ฯหนุนมติ ครม.ส่งเสริมการลงทุนอุตฯเหมือง

วันจันทร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 14.52 น.

สมาคมสินแร่ฯขานรับรัฐบาลเริ่มตาสว่าง ปรับปรุงมาตรการส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมเหมืองแร่และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง  ชี้โควิดและสงครามเปลี่ยนโลกเปลี่ยนวิธีคิดต้องพัฒนาทรัพยากรในประเทศแทนการนำเข้า เสนอทบทวนยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทแร่ให้เข้าสถานการณ์

ตามที่มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่  2 สิงหาคม พ.ศ.2565 กำหนดนโยบายส่งเสริมและแนวทางการแก้ไขปัญหาการพัฒนาอุตสาหกรรมเหมืองแร่ของประเทศไทย  โดยเห็นสมควรปรับปรุงมาตรการส่งเสริมการลงทุนสำหรับอุตสาหกรรมเหมืองแร่และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง พร้อมทั้งกำหนดสิทธิประโยชน์ให้มีความเหมาะสม โดยแบ่งประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริมออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่กลุ่มกิจการสำรวจแร่  กลุ่มกิจการทำเหมืองแร่/แต่งแร่ และกลุ่มกิจการถลุงแร่หรือประกอบโลหกรรม นั้น  


ดร.วิจักษ์ พงษ์เภตรา นายกสมาคมสินแร่และวัสดุก่อสร้าง กล่าวว่า  เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่รัฐบาลกลับมาเล็งเห็นถึงบทบาทและความสำคัญของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ที่สมควรต้องให้การสนับสนุนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพราะเป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำที่เป็นฐานของการพัฒนาประเทศ  และจะเป็นกำลังสำคัญในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19  กับเสริมสร้างความแข็งแกร่งจากผลกระทบของสงครามรัสเซีย-ยูเครน รวมถึงความขัดแย้งระหว่างประเทศมหาอำนาจที่มีแนวโน้มจะขยายตัวมากขึ้น

“เราเคยมีแนวคิดในการนำเข้าสินแร่จากต่างประเทศแทนการพัฒนาทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศ  แต่โรคระบาดใหม่และสงครามทำให้สินแร่หลายอย่างขาดแคลน ราคาแพงขึ้น ค่าขนส่งสูง  มีความไม่แน่นอนในการผลิตและขนส่ง  จึงจำเป็นต้องทบทวนนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติรวมถึงแผนแม่บทแร่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคต” ดร.วิจักษ์กล่าว 

ปัจจุบันประเทศไทยมีแนวโน้มความต้องการใช้แร่สูงขึ้น  ทั้งแร่โลหะพื้นฐาน โลหะมีค่า แร่หายากและแร่อุตสาหกรรมอื่นๆ  อันเป็นผลจากนโยบายสางเสริมพลังงานทดแทนในการผลิตไฟฟ้า  การส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า  และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19  โดยในปี 2563 มูลค่าเพิ่มของการทำเหมืองแร่คิดเป็นสัดส่วน 2.1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)

อย่างไรก็ตามประเทศไทยยังประสบปัญหาเกี่ยวกับแร่ในด้านต่างๆ อาทิ ต้องพึ่งพาการนำเข้าแร่จากต่างประเทศ  ขาดการวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตจากแร่  ขาดมาตรการและแนวทางส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมแหล่งวัตถุดิบในกระบวนการผลิต  และขาดการลงทุนเพื่อลดผลกระทบจากการทำเหมือง

อนึ่ง คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(BOI) และกระทรวงอุตสาหกรรม  ประสานความร่วมมือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  และกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในการกำหนดมาตรการที่เหมาะสมต่อไป
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top