วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569
“ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity)” เป็นการรวมคำ 2 คำในภาษาอังกฤษ คือ Biological หมายถึงชีวภาพ กับ Diversity หมายถึงความหลากหลาย ซึ่งความหมายของความหลากหลายทางชีวภาพ คือ การมีสิ่งมีชีวิตนานาชนิดในระบบนิเวศ และทั้งสิ่งมีชีวิตรวมถึงระบบนิเวศก็ยังแตกต่างหลากหลายกันไปในพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก ทั้งนี้ ความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นเรื่องที่ประชาคมโลกให้ความสำคัญ เห็นได้จาก องค์การสหประชาชาติ (UN) ประกาศให้ปี 2553 เป็นปีสากลแแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ (International Year of Biodiversity)
“โครงการธนาคารความหลากหลายทางชีวภาพระดับชุมชน ทำให้คนชุมชน เปลี่ยนวิธีคิดเดิม หลังมีการตั้งคำถามในใจเกี่ยวกับเรื่องการสำรวจผืนป่า ทรัพยากรในชุมชนว่า ต้นไม้และพืชใกล้ตัว บนดอยมีเยอะแยะจะสำรวจไปทำไม จึงตั้งทีมนักสำรวจ ในการสำรวจ รวบรวม การอนุรักษ์ การเพาะขยายพันธุ์ และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน เป็นพื้นที่ต้นแบบ และนอกจากนี้เปิดโอกาสให้ชุมชนได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ เพิ่มขึ้น”
จิราพรรณ ทิมทอง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กื้ดช้างและที่ปรึกษากลุ่มวิสาหกิจชุมชนหมู่บ้านสมุนไพรบ้านเมืองบอกเล่ากับคณะสื่อมวลชน เมื่อครั้งติดตามคณะทำงานของ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ “BEDO” ลงพื้นที่เพื่อศึกษาดูงาน “โครงการธนาคารความหลากหลายทางชีวภาพระดับชุมชน (Community BioBank)” ณ บ้านเมืองกื้ด ต.กื้ดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ และบ้านปงไคร้ ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เมื่อเร็วๆ นี้
จิราพรรณ เล่าต่อไปว่า BEDO ได้เข้ามาสนับสนุนให้ก่อตั้งโครงการธนาคารความหลากหลายทางชีวภาพระดับชุมชน ขึ้นในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2562 เพื่อให้ช่วยค้นหา “ของดีในท้องถิ่น” นำมาสู่การออกสำรวจ ซึ่งพบว่า ในพื้นที่ป่าชุมชนห้วยกุ๊บกั๊บของ ต.กื้ดช้าง มีพืชเฉพาะถิ่นที่จะพบเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ระดับความสูง 700 เมตร จากระดับน้ำทะเลที่เป็นป่าเบญจพรรณที่สูง 156 ชนิดพันธุ์ และธนาคารทรัพยากรชีวภาพระดับชุมชน มีบทบาทในการรักษาพืชพันธุ์ จึงได้รวบรวมจัดประเภทพืชพันธุ์จำนวน 20 แปลงในชุมชน
ปัจจุบันมี 3 แปลงจาก 20 แปลง ที่ได้เป็นแปลงต้นแบบศูนย์การเรียนรู้และเส้นทางท่องเที่ยวของหมู่บ้าน โดยแบ่งเป็น 1.แปลงพืชป่าหายากใกล้สูญพันธุ์ตีนฮุ้งดอยสมุนไพรสมานแผลราคาสูงถึง 200-800 บาทต่อกิโลกรัม และขายในจีนสูง 10,000 บาท ซึ่งเป็น 1 ใน 9 ชนิด พืชในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ (โครงการ อพ.สธ.) ปัจจุบันมี 11 กล้า ในชุมชนอนุรักษ์และปลูก ใน 4 ธนาคาร
2.แปลงพืชป่าหายากใช้ประโยชน์ ได้แก่ 3 ดำ สมุนไพร ไพลดำ ขมิ้นดำ สมุนไพรที่เก็บรวบรวมส่วนใหญ่เป็นพืชหัว เช่น ปูเลยดำ ว่านชักมดลูก ค้างคาวดำ และ 3.แปลงไม้มงคลตระกูลว่าน ว่านในกลุ่มเสี่ยงทาย อาทิ ชุนเช่าใช้ในงานพิธีแต่งงาน เสียทายอยู่ยาวยั่งยืน ว่านจูงนาง (กำปองดิน) เลี้ยงรอด ร่ำรวย รวมทั้งว่านในกลุ่มเมตตา มหานิยม เพาะเลี้ยงง่ายปลูกหน้าบ้าน อาทิ ทิพยเนตรว่านสาวหลง และว่านที่นิยมนำมวลสารใส่ในตะกรุด เพชรหน้าทั่งฆ้องหน้าทั่ง มวลสารทำพระว่านพญาอึ่ง กล้วยไม้ดินรวมถึงนำว่านมงคลมาอบแห้งใส่ตะกรุดพกติดตัว
นอกจากนี้ “ชาไผ่จืด” สมุนไพรจากธรรมชาติผ่านการวิจัย ยังเป็นโครงการภายใต้โครงการธนาคารความหลากหลายทางชีวภาพระดับชุมชน โดยสืบเนื่องมาจากผลการศึกษาองค์ประกอบทางเคมีและการออกฤทธิ์ทางชีวภาพของไผ่จืดพบว่า ไผ่จืดมีสารฟีนอลลิก (Phenolic) สารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) และสารคาโรทีนอยด์ (Carotenoid) มีผลช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการสร้างไขมันในเซลล์ และลดน้ำตาลในกระแสเลือด
ข้อค้นพบดังกล่าว ทำให้ BEDO ร่วมมือกับ วิทยาลัยนวัตกรรมเกษตรและเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยรังสิตศึกษารวบรวมความหลากหลายของไผ่จืดในชุมชน ต.กื้ดช้างอ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ถึงความเหมือนความต่างของไผ่จืด เทคนิคทางวิทยาศาสตร์ องค์ประกอบทางเคมี ทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพคุณค่าทางโภชนาการพร้อมแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชาไผ่จืดในระดับชุมชน กลายเป็นผลิตภัณฑ์ไผ่จืดจำนวน 4 สูตร ดังนี้ 1.สูตรหอมละมุน ไผ่จืดร้อยละ 50เจียวกู่หลานร้อยละ 10 ดอกลาเวนเดอร์ร้อยละ 10 ดอกอัญชันร้อยละ 15 และมะตูมร้อยละ 15
2.สูตรผสมตรีผลา ไผ่จืดร้อยละ 50 เจียวกู่หลานร้อยละ 25 ตรีผลาร้อยละ 15 และดอกเก๊กฮวยป่าร้อยละ 103.สูตรหอมหมื่นลี้ ไผ่จืดร้อยละ 50 และดอกหอมหมื่นลี้ร้อยละ 50 และ 4.สูตรผสมคาร์โมมาย ไผ่จืดร้อยละ 50เจียวกู่หลานร้อยละ 25 และคาร์โมมายร้อยละ 25 ซึ่งในปัจจุบันชุมชนได้พัฒนาหีบห่อบรรจุภัณฑ์และสูตรของชาไผ่จืดสมุนไพรจากธรรมชาติสู่ตลาด ทั้งหมด 6 สูตร ดังนี้ ใจเดิมไกลใจ รัญจวน หวานใจ จวนใจ และเชยชม โดยส่งจำหน่ายทั่วไทยและร้านค้าเครือข่ายของ BEDO
ด้าน วันชัย อินยม ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเพาะเลี้ยงฟ้ามุ่ย บ้านปงไคร้ ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เล่าว่า สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO ได้เข้ามาให้ความรู้ในการสำรวจความหลากหลายกล้วยไม้ เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ และเทคนิคการนำกล้วยไม้ออกจากขวด รวมทั้งกระบวนการปล่อยกล้วยไม้คืนป่า ส่งผลให้ชุมชนมีความรู้ความเข้าใจได้เป็นอย่างดี นำมาสู่การจัดทำโครงการธนาคารกล้วยไม้ระดับชุมชนบ้านปงไคร้
“ธนาคารกล้วยไม้ระดับชุมชน เป็นหนึ่งในกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่น มีกล้วยไม้ลงทะเบียน 200 ต้น 36 ชนิด กล้วยไม้ในธนาคารกล้วยไม้ระดับชุมชน จะเป็นกล้วยไม้ที่ชาวบ้านใช้ผลิตฝักกล้วยไม้ อาทิ ฟ้ามุ่ย นกคุ้มไฟ เอื้องคำ และเอื้องมอนไข่ เป็นกล้วยไม้ที่จะนำไปเพาะขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนกล้วยไม้ให้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ชาวบ้านยังมีต้นกล้ากล้วยไม้ที่ได้จากการเพาะเมล็ดไว้จำหน่วย หรือเตรียมไว้ให้นักท่องเที่ยวทำกิจกรรมปล่อยกล้วยไม้คืนสู่ป่าอีกด้วย” วันชัย ระบุ
วันชัย กล่าวต่อไปว่า หมู่บ้านปงไคร้อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เป็นหมู่บ้านที่มีสภาพอากาศค่อนข้างเย็นตลอดทั้งปีมีป่าต้นน้ำที่อุดมสมบรูณ์ระบบนิเวศป่าดิบเขา ที่มีต้นไม้ใหญ่ หลากหลายสายพันธุ์กระจายหนาแน่นทั่วผืนป่า เป็นต้นน้ำที่สมบูรณ์น้ำไหลตลอดปีแหล่งต้นน้ำสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านอนุรักษ์ป่าดีเด่นของจังหวัดเชียงใหม่ และหมู่บ้านฟ้ามุ่ย เป็นหมู่บ้านที่พบกล้วยไม้ฟ้ามุ่ยในธรรมชาติแหล่งเดียวของประเทศไทย ที่มีการเพิ่มจำนวนการปลูก กล้วยไม้ฟ้ามุ่ยจากการเพาะเมล็ดและปล่อยคืนสู่ป่ามาอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งปล่อยฟ้ามุ่ยสู่ธรรมชาติเปรียบเสมือน “ซื้อของไม่ได้ของกลับบ้าน แต่ได้หัวใจที่รักธรรมชาติกลับไปแทน” กล่าวคือ “ปล่อยฟ้ามุ่ยคืนสู่ป่าและชมกล้วยไม้ฟ้ามุ่ยในธรรมชาติ” เป็นผลดีนอกจากในมุมสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังรวมถึงด้านเศรษฐกิจที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมเยือน
ซื้อสินค้าและร่วมกิจกรรมของชุมชน เช่น ใช้บริการที่พัก บริโภคอาหารจากธรรมชาติ สมุนไพร และชาจากดอกกล้วยไม้ กลายเป็นแหล่งรายได้จาก “การท่องเที่ยวเชิงชีวภาพ” ที่ชุมชนได้ประโยชน์จากการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศและหลากหลายของทรัพยากร
สุวรรณา เตียรถ์สุวรรณ ผู้อำนวยการ “BEDO” สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า โครงการธนาคารความหลากหลายทางชีวภาพระดับชุมชน (Community Biodiversity Bank หรือCommunity BioBank) เป็นกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ ตามนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพจากความหลากหลายทางชีวภาพ สนับสนุนและส่งเสริมให้ชุมชนท้องถิ่นเป็นเจ้าของฐานทรัพยากร
โดยกำหนดเป้าหมายว่า..ภายใน 10 ปี จะเกิด “ธนาคารความหลากหลายทางชีวภาพระดับชุมชน” ทั้งประเทศและนำไปสู่การจัดตั้งศูนย์รวบรวมความหลากหลายทางชีวภาพระดับชุมชนในทุกตำบล!!!
SCOOP@NAEWNA.COM
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี