วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
หลังจากมีข่าวการร่วมลงทุนของนายวิลลี่ แมคอินทอช และ นายเกียรติศักดิ์ อุดมนาค หรือ เสนาหอย ในธุรกิจภาคเกษตรของไทยที่ชื่อว่า "อะโกรว์พลัส" (Agrowplus) นั้นทาง "แนวหน้า ออนไลน์" มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ "นายตะวัน น้อยมีธนสาร" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (GROUP CEO) ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ในการดำเนินธุรกิจการเกษตร ภายใต้แบรนด์ "อะโกรว์พลัส" (Agrowplus)และ ประสบความสำเร็จในเส้นทางเกษตรกรรมด้วยวัยเพียง 40 ปี และกำลังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน "เกษตรคนเมือง" ให้ทำเกษตรได้ง่ายขึ้น ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งบริษัทอะโกรว์พลัสทุ่มสรรพกำลังลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา (R&D)ไปกว่า 50 ล้านบาท
.jpg)
- ทำไมถึงมาสนใจลุยธุรกิจด้านการเกษตร?
“นายตะวัน” :- ส่วนตัวผมชอบทำเกษตร และ พื้นฐานเป็นวิศวกร มีบริษัททำวิศวกรรมของตัวเองอยู่ก่อนแล้ว และ ด้วยความสนใจเรื่องเกษตร เพราะมองว่า “เมกกะ เทรนด์” ของโลกต่อไป คือ เรื่องเกษตร ตามมาด้วยเรื่องสุขภาพ (Health Care) เป็นอีกเมกกะเทรนด์หนึ่ง จากเดิมที่ผมเคยทำมาทั้งจากวงการยานยนต์ เคมีคอล หรือ วงการอาหาร เทคโนโลยีเขาไปไกลๆ ไกลมาก
ตรงนี้่ก็เป็นจุดแข็ง และ เราพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว อย่างตัวผมเองก็เคยทำด้านออโต้เมชั่นมานาน แล้วทำเกษตรเรื่องนี้ หลักๆ คือ ทำเรื่องเทคโนโลยีขั้นสูง โดยใช้พื้นฐานยานยนต์ ซึ่งเคยทำเรื่องโรบอท(ROBOT) มาก่อน พอไปทำด้านเคมีคอล ก็มีโอกาสทำเรื่องดาต้า อะนาลิซิส เพราะฉะนั้น ผมจะมีแบคกราวน์อยู่แล้ว แค่มาจับใส่กับการเกษตร มันก็ไปได้เร็ว
จุดแรกเริ่ม อย่างที่บอกผมเห็นช่องว่างมันพัฒนาได้อีกก็เริ่มเรียนรู้การเกษตร ก็พยายามไปหาพันธมิตรในหน่วยงานราชการ เช่น มหาวิทยาลัย และ อย่าง สวทช. (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ : สวทช. : NSTDA)อย่างนี้ ก็เป็นจุดเริ่มแรกที่ทำให้่เรียนรู้ เกษตรมันยาก ผมก็เลยหาความรู้เพิ่มเติมจากหน่วยงานราชการ
เรื่องมหาวิทยาลัยเราก็มีพาร์ทเนอร์ เซ็นเอ็มโอยู (MOU) ก็มาผนวกกับวิศวกรรม พอผมรู้ปัจจัยแวดล้อมที่พืชต้องการทั้งหมด ทั้งอาหารพืช ดินน้ำลมไฟ อะไรพวกนี้ พอรู้ว่าพืชหลักๆ ชอบอะไร เราก็แค่เอาสภาวะนั้นมาควบคุมให้ได้ โดยทางวิศวกรรมทำได้หมด
พอทำได้ปุ๊ป ผมก็มาเรื่องตัวเลข ซึ่งในส่วนของนวัตกรรม ทางวิศวกรรมทำได้หมด เช่น เรื่องอุณหภูมิ , ปล่อยค่าร์บอนไดออกไซต์ก็มีตัวควบคุม ทำได้ ไฟก็ทำได้ จะเอาความเข้มเท่าไหร่ ก็ทำได้หมด ระบายอากาศก็ทำได้ ก็ควบคุมได้ พอต่อมา ทำแล้วมันคุ้มทุนไหม สิ่งที่ผมบอก วงการอื่นยากกว่านี้เยอะ ถ้าบัดเจด (Budget) ไม่อั้น ทำได้เยอะกว่านี้อีก
ผมก็มาเน้นว่าในเชิงลูกค้า ซื้อระบบเราไป คุ้มทุนไหม อย่างที่เห็นเราก็ต้องดูแลลูกค้าให้ทำธุรกิจได้ ในมุมของเราในการขายชุดกลุ่มย่อย เราคุ้มทุนหรือเปล่า มันก็เป็นข้อจำกัดที่ผมจะต้องดูว่า ชุดปลูกได้มากกว่านี้ แต่ไม่มีตลาด ทำได้ดีกว่านี้ แต่ต้องดูในหลายมิติ

- ทำไมถึงทุ่มงบประมาณกับด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ?
“นายตะวัน” :- เรื่องเกษตรผมมองว่า ยังไม่มีเครื่องมืออะไร ทำให้มันมีช่องว่างที่ให้พัฒนาอีกเยอะมาก และพอดีผมมีแบลกกราวนด์ จบคณะวิศวกรรมศาสตร์ ด้านไฟฟ้า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ปริญญาโท เยอรมัน “RWTH Aachen University” (RWTH Aachen University :- มหาวิทยาลัยในประเทศเยอรมนี มี 9 คณะ 260 สถาบัน และ ศูนย์วิจัยอีก 9 แห่ง )ซึ่งเกษตรมีคนทำเยอะ แต่ในเมืองไทยยังไม่มีเจ้าไหนทำอย่างชัดเจน และ อีกตัวคือ โอนเนอร์เองก็มีแบคเป็นวิศวกรอยู่แล้วทุกคน เพราะฉะนั้น เราเป็นโอนเนอร์กัน เพราะฉะนั้นความใส่ใจหรือการพัฒนามันดี ก็ให้พนักงาน
งานวิจัย มันเป็นช่องว่าง เกษตรกรบ้านเราเป็นหนี้กันเยอะ ถ้าดูจากอิสราเอล เนเธอร์แลนด์ ผมก็อยากให้เกษตรกรเมืองไทยพัฒนาเป็นแบบนั้น คือ ต้องลดหนี้ก่อน ซึ่งก็ต้องมีความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งธนาคาร ซึ่งเป็นแหล่งเงินทุน, หน่วยงานราชการ และ ภาคเอกชน อันนี้ผมทำได้ คือ ทำอุปกรณ์ที่ดีๆ ในราคาที่จับต้องได้ ให้ทุกๆคนได้ใช้ นี่เป็นสิ่งที่ผมทำได้เอง ผมก็พยายามทำราคาถูก ดูดี และ เข้าถึงได้ง่าย ตอนที่เราไปเรียนหนังสือที่เยอรมัน เกษตรกรมีไม่กี่คน จัดการฟาร์มได้เยอะมาก และ ใช้เครื่องมือ และ อย่างอิสราเอง เขาแห้งแล้งกว่าเราอีก แต่ปลูกด้วยเทคโนโลยี
ประเทศเรายังขอฟ้าขอฝนอยู่เลย มันต้องพัฒนา มันเป็นเรื่ององค์ความรู้ ก็มาทำตรงนี้ พอทำไปทำมา ก็เน้นเรื่องระบบ และ ต่อยอดด้วยธุรกิจ ซึ่งต่อมาผมก็ได้เจอพี่วิลลี่ (นายวิลลี่ แมคอินทอช) และพี่หอย (นายเกียรติศักดิ์ อุดมนาค) ก็ได้บูรณาการ จนมาเป็นต้นน้ำ กลางน้ำ และ ปลายน้ำ คือจริงๆก็รู้จักมาสักระยะแล้ว แกก็ทำวิน ฟาร์ม นั่นแหล ผมก็ไปช่วยแกด้วย และ พัฒนา วิน ฟาร์ม ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ อย่างพี่หอยแกก็คลุกฝุ่นกับ “วิน ฟาร์ม” มา 3-4 ปี ซึ่งช่วงแรกๆ แกก็เจ๊งกะบ๋งเหมือนกัน มันยาก คนเริ่มทำ อะไรก็เยอะแยะไปหมด ตอนนี้ก็เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว หมดเงินไม่เยอะ แต่เสียเวลา กว่าผักจะออกก็เดือนหนึ่ง รู้ผลก็เดือนหนึ่ง มันมีโน ฮาว(know how) แต่โนฮาวพวกนี้ไม่ได้แพร่หลาย แก่ก็ทำผิดๆถูกๆมาเป็นปีเหมือนกัน มันไม่ได้ง่ายเกษตร พอทำเห็นผลก็เริ่มรอบใหม่ๆ
พอไปทำที่วิน ฟาร์ม ก็เห็นตรงกันว่า เมืองไทยยังไม่มีเทคโนโลยีอะไรบ้าง หรือ มีก็น้อย เรามาร่วมมือกันดีกว่า ก็เลยเป็นอะโกรว์พลัส และ บริษัทอื่นๆ อีก

- คุณวิลลี่และคุณหอยถือหุ้นในสัดส่วนอย่างไร?
“นายตะวัน” :- พี่วิลลี่กับพี่หอยถือหุ้นในอะโกรว์พลัส สัดส่วนหนึ่งในสาม และ อะโกรว์พลัสเข้าไปถือหุ้นในอีก 4 บริษัท ในสัดส่วนหนึ่งในสาม เป็น “หุ้นส่วน” ซึ่งเงินลงทุนไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะทำธุรกิจมันมีกำไรอยู่แล้ว เราก็เอากำไรมาลงทุนต่อ
"ผมเห็นช่องว่ามันเยอะ มันเป็นบลู โอเชี่ยน ที่เราฉกฉวยได้ สร้างโอกาสได้ เรามีองค์ความรู้น้อย มาแปรผันได้กับเทคโนโลยีและอุปกรณ์ ส่วนผักปลอดสาร เป็นเพนพอยท์ และ มีเซ็นทรัล แล็บ เราก็มีที่ยืนในตลาด เฉพาะเงินวิจัยและพัฒนารวมๆแล้วก็ 50 กว่าล้าน เป็นเงินของผู้ถือหุ้นอย่างเดียว พอจับจุดได้ สิ่งที่เราทำ เราไม่ได้ copy ใคร ซึ่ง 50 กว่าล้านก็มีทั้งลองผิดลองถูก ที่แพงก็คือ ค่าแม่พิมพ์และค่าเซ็ตอัพต่างๆ"
ตอนนี้ก็มีการทำงานวิจัยโดยร่วมวิจัยกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยมหิดล และ ในส่วนมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ในส่วนนี้เรารวมทำวิจัยกับบริษัทมหาชนเจ้าหนึ่ง ทำให้เรามีจุดแข็งในภาคอุตสาหกรรมเกษตรที่เป็นต้นน้ำ เช่น อุปกรณ์ควบคุมอาหารพืช เซ็นเซอร์,หลอดไฟ ส่วนปลายน้ำ ก็มีเดลิเวอร์รี่ เช่น น้ำชา และปุ๋ย
เราอยากจะเป็นแพลทฟอร์ม (Platform) การเกษตร เชื่อมต่อธุรกิจและประสานผลประโยชน์ ในมุมผู้บริหาร เราไม่ได้ทำคนเดียวร้อยเปอร์เซนต์ เราต้องซินเนอร์จี้ ทั้งตัวเราเอง และ ตัวพาร์ทเนอร์ ที่เราไปจับมือกัน เช่น มีที่ มาคุยกับอะโกรว์ พลัส ถ้าไม่มีทุน ผมหาทุนให้ มีเทคโนโลยีไหม ผมหาพาร์ทเนอร์ไหม หรือ อยากแปรรูปไหม ผมพาไปคุยกับ ม.เกษตร เราอยากซินเนอร์จี้ บิสซิเนส เพื่อต่อยอด เรามีความพร้อม ประสานผลประโยชน์ บิสซิเนส แมทช์ชิ่ง เรามีทั้งหมด จุดแข็งเรามีต้นน้ำ แต่ปลายน้ำเราไม่อาจหาญกล้าไปแข่ง เช่น บริษัทเครื่องดื่ม แต่เราทำได้ในส่วนเป็นพาร์ทเนอร์กันได้ ต่อยอดกันได้ และ อุตสาหกรรมไทยโตขึ้น ผลก็ออกมาที่เกษตรกร

- มองเกษตรคนเมืองในวันนี้และอนาคตอย่างไร?
“นายตะวัน” :- เกษตรบนดิน ก็เป็นเกษตรกรรมของโลกไปอีกนานแสนนาน แต่สังคมเมืองเติบโตขึ้น นวัตกรรมการปลูกก็เติบโตขึ้นมา อย่างที่ผมทำในคอนโดมิเนียม ที่ผมทำเป็นระบบน้ำ ไฮโดรโปนิกส์ แต่ถ้าชอบดิน และ ออร์แกนิกส์ เราก็มีให้เลือก ถ้าเรื่องความปลอดภัยมีมาตรฐานจีเอ็มพี และ เป็นผักปลอดสารเหมือนกัน แล้วแต่ลูกค้าชอบ
ณ วันนี้ เกษตรมีความสมัยใหม่ขึ้น ซึ่งยุคเก่าการทำเกษตรก็ยาก เหนื่อย แต่การทำเกษตรสมัยใหม่ มันดีขึ้น ไม่ต้องหลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน และ ที่แน่ๆ สังคมเมืองเริ่มมา เป็นสิ่งที่เป็นอนาคตจริงๆ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี