สกู๊ปแนวหน้า : ปลดล็อก‘น้ำเมารายย่อย’  เปิดช่อง‘ขาย-โฆษณา’น่าคิด

สกู๊ปแนวหน้า : ปลดล็อก‘น้ำเมารายย่อย’ เปิดช่อง‘ขาย-โฆษณา’น่าคิด

วันพฤหัสบดี ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 02.00 น.

ยังคงต้องติดตามกันต่อไปสำหรับความพยายามของเครือข่ายผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายย่อยหรือธุรกิจระดับชุมชนท้องถิ่น ตลอดจนผู้มีรสนิยมชมชอบเครื่องดื่มดังกล่าว ในการปลดล็อกข้อจำกัดที่เห็นว่าไม่เป็นธรรม หลังล่าสุดเมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2565 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตีตกร่างกฎหมาย
“สุราก้าวหน้า” หรือ ร่าง พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต (ฉบับแก้ไข)ด้วยคะแนน 196 ต่อ 194 เสียง ขณะที่ กฎกระทรวงการผลิตสุรา พ.ศ.2565 ซึ่งออกมาในวันที่ 1 พ.ย. 2565ก็ถูกมองว่าไปไม่สุดทาง

โดยค่ำวันที่ 2 พ.ย. 2565 ผศ.ดร.เจริญ เจริญชัย อาจารย์สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ในฐานะแอดมินเพจ “Surathai” เครือข่ายผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายย่อยระดับท้องถิ่นจัดรายการสดผ่านเพจของตน ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกฎกระทรวงฉบับใหม่ไว้อย่างน่าคิด เช่น “การผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อบริโภคในครัวเรือน (ไม่ใช่เพื่อการค้า)” แม้จะเปิดช่องให้ทำได้เมื่อเทียบกับในอดีตที่ห้ามเด็ดขาด แต่ก็ยังต้องไปขออนุญาตและต้องถูกควบคุมภาพ


หรือเรื่องของ “การกำหนดกำลังผลิตขั้นต่ำ” ที่แม้เครื่องดื่มกลุ่มเบียร์จะไม่กำหนดแล้ว แต่ในส่วนของเหล้ายังคงกำหนดไว้เช่นเดิม กล่าวคือ โรงงานผลิตสุราขาว กำลังผลิตขั้นต่ำ 28 ดีกรี 90,000 ลิตรต่อวัน ส่วนโรงงานผลิตวิสกี้ บรั่นดี ยิน กำลังผลิตขั้นต่ำ 28 ดีกรี 30,000 ลิตรต่อวัน รวมถึงการอนุญาตให้สุราชุมชนเพิ่มกำลังการผลิตจากไม่เกิน 5 แรงม้า เป็นไม่เกิน 50 แรงม้า แต่ยังอนุญาตเฉพาะการผลิตเหล้าขาวเท่านั้น เป็นต้น

สำหรับร่างกฎหมายสุราก้าวหน้าที่ไปไม่ถึงฝั่งฝันหลังถูกโหวตคว่ำในวาระ 3 นั้น เป็นความพยายามผลักดันโดยเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพฯพรรคก้าวไกล ขณะที่อีกด้านหนึ่ง พรรคชาติพัฒนากล้า ก็เป็นอีกพรรคการเมืองที่พยายามผลักดันเช่นกัน ซึ่งทางพรรคได้เปิดแถลงเข่าวเดินหน้าปลดล็อกเงื่อนไขจำกัดการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2565 ที่ผ่านมา

ในเวทีนี้ ผศ.ดร.เจริญ ได้ร่วมแถลงข่าวด้วย โดยระบุว่า ยังมีกฎกมายอีกฉบับหนึ่งที่เป็นปัญหา คือ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 เนื่องจากมีผู้ได้รับผลกระทบอย่างกว้างขวาง “หลายคนวิตกกังวลว่าวันดีคืนดีอาจถูกแจ้งความดำเนินคดีฐานโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณหรือชักชวนให้ดื่ม” ตั้งแต่ผู้ประกอบการรายย่อยที่แม้จะนำผลิตภัณฑ์ไปประกวดได้รางวัลอะไรมาก็ไม่สามารถแสดงบนฉลากได้ ไปจนถึงนักเขียนแนววิจารณ์คุณภาพสินค้า (รีวิว-Review) และการสนทนากันของบุคคลทั่วไปผ่านช่องทางออนไลน์ที่ต้องระมัดระวัง

“ล่าสุดก็จะมีสมาชิกกลุ่มเฟซบุ๊คที่เขาพูดคุยกันถึงเรื่องความชื่นชมในตัวสินค้า ในตัวผลิตภัณฑ์ ซึ่งมันเป็นความรู้สึกส่วนตัวที่เขาเอามาแสดงในกลุ่มซึ่งมันเป็นปิดที่เขาพูดคุยกัน แต่ก็ยังมีเรียกว่าเป็นหนอน ก็เข้าไปสมัครเป็นสมาชิกกลุ่มด้วยแล้วก็ไปแคปหน้าจอว่าเขาพูดถึงเครื่องดื่มตัวหนึ่งแล้วเขาก็บอกว่าตัวนี้มันก็อร่อยดีนะ ซึ่งคำนี้จริงๆ แล้วมันคือการแสดงความรู้สึกส่วนตัว แต่เจ้าหน้าที่ก็ไปตีความว่ามันเป็นการชักจูงให้ดื่ม” ผศ.ดร.เจริญ กล่าว

นอกจากการห้ามโฆษณาแล้ว “การออกข้อกำหนดต่างๆ เกี่ยวกับการห้ามขาย” ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่อยู่ใน พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 เช่น นักท่องเที่ยวเดินทางมาจากต่างประเทศ เพิ่งลงจากเครื่องบิน จะหาซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กลับซื้อไม่ได้เพราะอยู่ในช่วงเวลาห้ามขายหรือการห้ามขายใน 5 วันสำคัญทางศาสนาพุทธ นักท่องเที่ยวที่นับถือศาสนาอื่นๆ ก็ไม่สามารถหาซื้อมาดื่มได้ ทั้งนี้ มีการรวบรวมรายชื่อจนครบ 1 หมื่นชื่อ เพื่อขอแก้ไขกฎหมาย
ดังกล่าวเข้าสู่รัฐสภา

ขณะที่ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า ทางพรรคมีจุดยืนสนับสนุน “เกษตรแปรรูป” หรือเกษตรอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง เช่น องุ่นจะมีค่ามากที่สุดเมื่อถูกแปรรูปเป็นไวน์ สับปะรดจะมีค่ามากที่สุดเมื่อถูกแปรรูปเป็นบรั่นดี ซึ่งการที่ประเทศไทยจะหลุดพ้นจากวิถีการเกษตรแบบเดิมๆ ที่ขายแต่วัตถุดิบ มีแต่ต้องปรับเปลี่ยนไปสู่แนวทางนี้

“มันไม่ได้ส่งเสริมให้คนไทยกินเหล้ามากขึ้น อังกฤษ สกอตแลนด์ เขาขายสุราชั้นดี เขาติดเหล้ากันทั้งบ้านทั้งเมืองไหม? ญี่ปุ่นเขามีสาเกชั้นเลิศ เขาติดเหล้ากันทั้งบ้านทั้งเมืองไหม? ไม่ใช่!เพราะฉะนั้นถ้าเราจะไปสู่เกษตรมูลค่าสูง มาแนวทางนี้คือแนวทางที่ถูกต้อง แต่แน่นอน พ.ร.บ.สรรพสามิต พูดถึงซีกเดียวคือซีกการผลิต ผมว่ามันไม่จบ แม้กระทั่งกฎหมาย พ.ร.บ.สรรพสามิต หรือสุราก้าวหน้า อนุมัติผ่านก็ไม่จบ เพราะมันไม่ได้พูดเรื่องการขาย เรากำลังพูดให้เขาผลิต แต่เราไม่เคยพูดเรื่องการขาย ผลิตได้ขายไม่ได้ แบบนี้มีปืนไม่มีกระสุน”
อรรถวิชช์ กล่าว

รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า ทางพรรคเสนอ 3 ข้อ ซึ่งทำได้ทันทีไม่ต้องรอรัฐบาลหลังการเลือกตั้งสมัยหน้า และไม่ต้องรอให้แก้ไขกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เรียบร้อยเสียก่อน โดยสามารถใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ดำเนินการได้ทันที ประกอบด้วย 1.ยกเลิกข้อกำหนดห้ามขายระหว่างเวลา 14.00-17.00 น. ซึ่งการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาดังกล่าวมีมาตั้งแต่ปี 2515 เนื่องจากกลัวเจ้าหน้าที่รัฐดื่มกันยาวตั้งแต่ช่วงพักกลางวัน แต่ไทยเป็นประเทศท่องเที่ยว เคยมีผู้มาเยือนมากถึง 40 ล้านคน

2.ยกเลิกข้อกำหนดห้ามขายทางออนไลน์ การห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทางออนไลน์ ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยไม่สามารถแข่งขันกับรายใหญ่ได้ เพราะผลิตภัณฑ์ของรายใหญ่มีวางจำหน่ายตั้งแต่ในห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีก ไปจนถึงร้านสะดวกซื้อ 3.ยกเลิกข้อกำหนดห้ามระบุสรรพคุณหรือส่วนผสมบนฉลาก เช่น ผลิตภัณฑ์เหล้าขาวแบรนด์หนึ่งขายในไทยบอกได้แต่เป็นสุราขาว แต่ส่งไปขายต่างประเทศบอกได้ว่าเป็นจิน (Gin) หรือวอดก้า (Vodka)

ด้าน ธนากร คุปตจิตต์ ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กล่าวเสริมในส่วนของข้อกำหนดเรื่องฉลากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะแก้ไขให้เป็นธรรมกับผู้ประกอบการ ที่จะสามารถแสดงตัวตนของผลิตภัณฑ์ได้อย่างไรโดยยังมีกรอบควบคุมอยู่ นอกจากนั้นยังไปเชื่อมโยงกับการอธิบายผลิตภัณฑ์บนฉลาก ซึ่งก็ก้ำกึ่งว่าจะเข้าข่ายจูงใจหรือโฆษณาหรือไม่ แต่การแก้ไขข้อกำหนดกลุ่มนี้สามารถทำได้ผ่านกฎหมายลำดับรองที่รัฐบาลแก้ไขได้เอง เช่น จากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วนายกรัฐมนตรีก็ลงนามเป็นประกาศออกมา

“เมื่อประกาศแล้ว แก้ไขแล้ว ยกเลิกเพิกถอนในสิ่งที่มันเป็นอุปสรรค 3 เรื่องที่บอก ก็มีการที่จะต้องเฝ้าติดตามดูว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันคุ้มค่ากับเรื่องของสังคม เศรษฐกิจและประโยชน์สาธารณะหรือไม่ ถ้าดูแล้วไม่คุ้มค่า ไม่เป็นประโยชน์ ก็กลับมาบังคับใช้ใหม่ได้ นี่คือ Quick Win (แผนระยะสั้น) ถ้ามันไม่ดีก็กลับมาใช้ใหม่ได้ เป็นอำนาจของรัฐบาล ของแค่ระดับ ครม. ประชุมโดยนายกฯ ได้อยู่แล้ว ทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวงนี้ ผมมองว่าไม่ได้กระทบต่องบประมาณแผ่นดินเลย ไม่ได้ของบ 200 300 400 ล้าน มาช่วยเศรษฐกิจ มาช่วยเกษตร” ธนากร กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top