ฝนตกหนักดิน-หินสไลด์ปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติ อช.เฉลิมรัตนโกสินทร์ชั่วคราว

ฝนตกหนักดิน-หินสไลด์ปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติ อช.เฉลิมรัตนโกสินทร์ชั่วคราว

วันศุกร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 10.07 น.

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี ประกาศปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ชั่วคราว หลังฝนตกหนักทำดิน-หินสไลด์จากยอดเขาทับสะพานทางเดินเสียหาย

วันนี้ (9 ธ.ค.65) เพจอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ จ.กาญจนบุรี ได้นำภาพหินสไลด์ลงจากยอดเขามาทับสะพานทางเดินศึกษาธรรมชาติมาโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก โดยในภาพพบว่ามีร่องรอยหินสไลด์เป็นทางขนาดใหญ่ และมีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ 3 คน 1 ในนั้นคือนายสิขกพงษ์ กระแจะจันทร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ อยู่ด้วย พร้อมกับระบุว่า "หินสไลด์ทับสะพานทางเดินศึกษาธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ ขอปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติ บางช่วง ของเส้นทางศึกษาธรรมชาติถ้ำธารลอดน้อย - ถ้ำธารลอดใหญ่ ตั้งแต่น้ำตกไตรตรึงษ์ชั้นที่ 1 จนถึงถ้ำธารลอดใหญ่


เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมามีฝนตกหนักทำให้เกิดหิน หินสไลด์ลงมาทับสะพานทางเดินศึกษาธรรมชาติ ได้รับความเสียหาย อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ จึงเห็นสมควรปิดบางช่วงของเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่เสียหายเพื่อทำการปรับปรุงซ่อมแซมให้กลับคืนมาใช้งานได้ดังเดิม

ทั้งนี้ การท่องเที่ยวในถ้ำธารลอดน้อย และน้ำตกไตรตรึงษ์ ยังคงสามารถท่องเที่ยวได้ตามปกติโดยมีระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร และทางอุทยานได้ติดป้ายประกาศและจัดเจ้าหน้าที่คอยดูแล แจ้งเตือนนักท่องเที่ยว ในระหว่างปรับปรุงเส้นทางให้กลับมาใช้งานได้ หากการดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมแล้วเสร็จจะประกาศแจ้งให้ทราบ อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ ขออภัยในความไม่สะดวก"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากรูปภาพและข้อความข้างต้นแล้วทางอุทยานยังได้นำประกาศปิดลงนามโดยนายสิขกพงษ์ กระแจะจันทร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ มาโพสต์เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับทราบเหตุผลและข้อเท็จจริง เรื่องขอปิดการท่องเที่ยวเส้นทางศึกษาธรรมชาติถ้ำธารลอดน้อย - ถ้ำธารลอดใหญ่ บางช่วงเป็นการชั่วคราว เนื่องจากผลกระทบจากภัยธรรมชาติ

เนื้อหาระบุว่า “ด้วยอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรี ที่มีการให้บริการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติ โดยได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มีนักท่องเที่ยวเฉลี่ยต่อปีไม่น้อยกว่า 30,000 คน อุทยานฯ ได้จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในแหล่งท่องเที่ยว และมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติถ้ำธารลอดน้อย – ถ้ำธารลอดใหญ่ เป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ คือ ถ้ำธารลอดน้อยและถ้ำธารลอดใหญ่ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์สำคัญของอุทยานฯ เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติหลักที่รองรับบริการแก่นักท่องเที่ยว

แต่เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา เกิดพายุฝนตกหนักต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ทำให้เกิดการพังถล่มของดินและหินลงในเส้นทางศึกษาธรรมชาติฯ ส่งผลให้เส้นทางบางช่วงชำรุด เสียหายอย่างหนัก ประกอบกับเส้นทางบางช่วงอยู่ระหว่างการปรับปรุง ซ่อมแซมทำให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวในเส้นทางได้ทั้งหมด

อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ ได้ตรวจสอบพื้นที่เบื้องต้นแล้วปรากฏว่าเส้นทางศึกษาธรรมชาติถ้ำธารลอดน้อย - ถ้ำธารลอดใหญ่ เกิดความชำรุดเสียหาย บางช่วงไม่สามารถใช้งานได้ การดำเนินการปรับปรุง ซ่อมแซมเส้นทาง ให้สามารถใช้งานได้ตามปกติจำเป็นต้องใช้ระยะเวลา บุคลากร และงบประมาณในการดำเนินการ ซึ่งหากยังเปิดให้บริการอาจเกิดอันตรายแก่นักท่องเที่ยว และส่งผลเสียต่อการให้บริการของอุทยานแห่งชาติในภาพรวมได้ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจมาท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติของนักท่องเที่ยว อุทยานฯจึงขอแจ้งปิดการท่องเที่ยวเส้นทางศึกษาธรรมชาติถ้ำธารลอดน้อย - ถ้ำธารลอดใหญ่ ระหว่างน้ำตกไตรตรึงษ์ ชั้นที่ 1 ถึง ถ้ำธารลอดใหญ่ เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ทั้งนี้ เส้นทางศึกษาธรรมชาติฯ ระหว่างถ้ำธารลอดน้อย - น้ำตกไตรตรึงษ์ ชั้นที่ 1 ระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร ยังสามารถให้บริการแก่นักท่องเที่ยวได้ตามปกติ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกันประกาศ ณ วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2565

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top