เปิดให้ขึ้นปีละครั้ง! พระปรางค์หลังวิหาร'หลวงพ่อพระพุทธชินราช'พิษณุโลก

เปิดให้ขึ้นปีละครั้ง! พระปรางค์หลังวิหาร'หลวงพ่อพระพุทธชินราช'พิษณุโลก

วันศุกร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2566, 10.54 น.

ในงานสมโภชพระพุทธชินราชประจำปี 2566  หรืองานวัดใหญ่ ประชาชนชาวพิษณุโลกและนักท่องเที่ยวจะมีโอกาสได้ขึ้นพระปรางค์ ด้านหลังวิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราช เปิดให้ขึ้นได้ปีละ 1 ครั้งในช่วงจัดงานวัดใหญ่ ไหว้พระบรมสารีริกธาตุบรรจุในสถูปเจดีย์สีทอง

27 มกราคม 2566 งานสมโภชพระพุทธชินราชประจำปี 2566 หรือ งานวัดใหญ่ งานประเพณีเก่าแก่ของเมืองพิษณุโลก วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร หรือ วัดใหญ่ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ได้จัดเป็นประจำทุกปี ระหว่าง วันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 3 ปี นี้กำหนดจัดงานระหว่าง 27 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2566 ที่วันนี้ประชาชนทั้งชาวพิษณุโลกและต่างจังหวัดได้เดินทางมาเที่ยวงานจำนวนมาก 


โดยเฉพาะบริเวณหน้าวิหารและภายในวิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราช เนืองแน่นด้วยผู้คน ที่เข้ามากราบนมัสการพระพุทธชินราช พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดพิษณุโลก และถือเป็นประเพณีที่ทำสืบต่อกันมายาวนาน ในทุกปีของงานสมโภชพระพุทธชินราช วัดใหญ่ ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว ได้ขึ้นไปบนพระปรางค์ ที่อยู่ด้านหลังวิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราช ในตลอดช่วงเวลาจัดงาน 7 วัน จากที่ปกติ จะปิดประตูล็อค และไม่ให้ขึ้นไปบนพระปรางค์

ในครั้งนี้ ทั้งชาวพิษณุโลกและนักท่องเที่ยว ได้มีโอกาสปีนบันได 25 ขั้น ขึ้นไปบนพระปรางค์ ที่ภายในมีสถูปเจดีย์สีทอง บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ โดยมีนักเรียนโรงเรียนพุทธชินราชพิทยา คอยอำนวยความสะดวกและแนะนำ การขึ้นลงให้อย่างปลอดภัย แม้ว่าใจกลางพระปรางค์จะไม่สูงมากนัก แต่บันไดทางขึ้นค่อนข้างชัน และนักเรียนจะคอยไปขึ้นไปเก็บดอกไม้ธูปเทียนที่นักท่องเที่ยวนำขึ้นไปด้านบน รวมถึงคอยขอความร่วมมือห้ามปิดทองที่สถูปเจดีย์สีทอง

พระปรางค์วัดใหญ่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร อ.เมือง จ.พิษณุโลก ในช่วงงานวัดใหญ่ของทุกปี เป็นโอกาสอันดี สำหรับบางท่านที่อาจจะไม่เคยขึ้นไปกราบนมัสการองค์สถูปเจดีย์ ที่เชื่อกันว่าบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า เป็นศูนย์รวมยึดเหนี่ยวจิตใจชาวพุทธศาสนิกชน โดยเฉพาะที่สำคัญของพระมหากษัตริย์คู่พิษณุโลกสองแควเนิ่นนานมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ในพระมหาธรรมราชาที่ 1 ลิไท เดิมนั้นพระปรางค์วัดใหญ่ น่าจะเป็นเจดีย์ทรงดอกบัวตูมหรือพุ่มข้าวบิณฑ์

ต่อมาสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถ สมัยอยุธยาตอนต้น พิษณุโลกได้เป็นเมืองหลวงถึง 25 ปี จึงทำนุบำรุงพุทธศาสนานำเอาศิลปะแบบอยุธยาเข้ามาสร้างให้ มีเอกลักษณ์เพื่อเป็นขอบเขตอาณาจักร สัญลักษณ์ ขอบเขตที่เป็นพื้นที่ๆ ห้ามลุกลาน เจดีย์จึงได้บูรณะปรับปรุงให้เป็นพระปรางค์ตามยุคสมัย  เป็นพระปรางค์ทรงคล้ายฝักข้าวโพดและมีการซ่อมแซมเปลี่ยนแปลง โดยการบูรณะตามยุคสมัยกาลเวลา

เช่น การนำเอากระเบื้องโมเสทที่ฉาบด้วยทองไปปิดทำให้เกิดความสวยงาม เรียก“นพเก้า” ปัจจุบันมีการบูรณะใหม่เปลี่ยนกระเบื้องโมเสค 'นพเก้า' ลอกปูนที่หมดอายุนำเอาปูนปั้นรูปพญาครุฑยุดนาค ลงทั้ง 12 ตน และนำครุฑที่เรียกครุฑพาห์ทิศละ 1 ตน และยักษ์พระเวสสุวัณทิศละ 6 ตน สี่ทิศด้วยกันที่เห็นได้ในปัจจุบันนี้

ครั้งในข่วงสมัยรัชกาลที่ 7 ได้กำหนดให้มีงานประจำปีกำหนดทุกวันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 3 จึงเกิดเป็นงานสมโภชประจำปีๆละครั้ง ที่สำคัญได้ให้โอกาสประชาชนที่ศรัทธาได้เข้าใกล้องค์สัมมาสัมพุทธเจ้า  กราบพระบรมสารีริกธาตุ โดยทางวัดเปิดให้ขึ้นพระปรางค์ ในช่วงงานสมโภชพระพุทธชินราชเป็นประจำทุกปี ซึ่งต่างจากเจดีย์หรือพระธาตุจังหวัดอื่นๆที่มักจะไม่ให้คนทั่วไปได้เข้ากราบและเข้าชม เป็นที่อันสงวนถึงความศักดิ์สิทธิต้องห้าม (โดยเฉพาะผู้หญิง) จึงถือว่าน่าเป็นโอกาสที่ดี ในงานวัดใหญ่ทุกๆปีหากมีโอกาสควรขึ้นไปกราบนมัสการ ชมความสวยงามศิลปะไทย

สิ่งที่น่าประทับใจใจกลางพระปรางค์ อาทิ สถูปเจดีย์สีทองที่เป็นทรงลังกาหรือคล้ายระฆังคว่ำบรรจุพระบรมสารีริกธาตุศูนย์รวมจิตใจพุทธศาสนิกชนบนฐานบัลลังก์สามชั้น ลงพื้นสีชาดแดงและปิดทองมีลายไทยลายประยามประดับกระจก 2 ชั้นบน,กระเบื้องทอง,คาดลายดอกไม้ฐานบน,คาดลายประจำยามก้ามปูฐานกลาง,ลายกระจังตาอ้อยคว่ำหงายฐานล่าง, ด้านหลังประดิษฐานพระปรางมารวิชัยในคูหา ,ตัวดาวเพดานบูรณะคราวเดียวกันลงชาดปิดทอง ล่องลงสีเขียวที่รอบดาวเดือน สีเขียวเข้ามาสร้างความสวยงามตามสมัยนิยม

หากได้นมัสการจะรู้สึกความอิ่มใจอิ่มตาในความสวยงามพุทธศิลป์ บานประตูใหม่จากที่เริ่มผุพัง แกะลายไทยกนกเปลวสีทองล่องลงสีชาดแดง (บานเดิมอยู่หน้าพิพิธภัณฑ์ให้ชม) ขั้นบันได 25 ขั้น เสริมราวสแตนเลท เพื่อความปลอดภัย (เดิมหากมีงานประจำปีจะเป็นลำไม้ไผ่ให้ชาวเมืองได้จับขึ้นไป) มีพญานาค 7 เศียรเป็นราวบันไดให้คนสมัยก่อนได้ ค่อยๆลูบราวหรือเกล็ดพญานาคขึ้นไปอย่างมีสติแฝงกุศโลบาย หน้าพญานาคมีเทวดา 2 องค์ คอยดูแลเรียกเทพดาพนม.012

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top