546.jpg
เปิดปฏิบัติการฝนหลวง ประจำปี 2566 รับมือภัยแล้ง-หมอกควัน-พายุลูกเห็บทั่วประเทศ

เปิดปฏิบัติการฝนหลวง ประจำปี 2566 รับมือภัยแล้ง-หมอกควัน-พายุลูกเห็บทั่วประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดปฏิบัติการ ฝนหลวงประจำปี 2566 โดยมี นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวให้การต้อนรับ เพื่อแสดงถึงความพร้อมของหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงทุกหน่วยที่จะออกปฏิบัติการฝนหลวง และสร้างขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดต่างๆ โดยในช่วงเช้าได้มีการจัดพิธีสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และมีการแสดงภาพตัวอย่างภารกิจการปฏิบัติการฝนหลวง และการบรรยายภาพรวมภารกิจการปฏิบัติการฝนหลวง ประจำปี 2566 โดย นางสาววาสนา วงษ์รัตน์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการฝนหลวง หลังจากนั้นประธานได้คล้องพวงมาลัยให้กับนักบิน ผู้อำนวยการศูนย์ และหัวหน้านักบิน จำนวน 8 ชุด ที่จะไปประจำการ ณ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภูมิภาคต่างๆ และทำพิธีปล่อยคาราวานเครื่องบินฝนหลวงออกปฏิบัติการทั่วประเทศ ณ จุดจอดเครื่องบิน นอกจากนี้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ยังได้มอบน้ำแข็งแห้งเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการฝนหลวงอีกด้วย

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากที่สถานการณ์สภาพอากาศในปี 2566 ได้รับอิทธิพลจากปรากฏการณ์ลานีญาทำให้มีฝนตกมากกว่าค่าปกติโดยทั่วไป แต่คาดการณ์ว่าปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” จะกลับมามีอิทธิพลต่อสภาพอากาศในประเทศไทยอีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงกลางปีนี้เป็นต้นไป ส่งผลให้สภาพอากาศแห้งแล้งมากขึ้นและฝนตกน้อยลง


ซึ่งอาจส่งผลกระทบเรื่องการขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภคน้ำเพื่อทำการเกษตร รวมถึงเขื่อนและอ่างเก็บน้ำต่างๆ ที่อาจมีปริมาณน้ำเก็บกักได้น้อยกว่าในปีที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้มอบหมายให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ในฐานะหน่วยงานดูแลบริหารจัดการน้ำในชั้นบรรยากาศ เร่งปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งให้รวดเร็วทันต่อสถานการณ์มากขึ้น โดยได้น้อมนำศาสตร์ตำราฝนหลวงพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งให้แก่เกษตรกรและผู้ใช้น้ำทั่วทั้งประเทศ รวมถึงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้กับระบบบริหารจัดการน้ำของประเทศด้วย

ด้าน นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร รักษาราชการแทนอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับในปี 2566 มีแผนปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ประสบภัยแล้ง และสร้างความชุ่มชื้นให้กับป่าไม้ การป้องกันการเกิดไฟป่าและบรรเทาปัญหาหมอกควัน ป้องกันการเกิดพายุลูกเห็บ สถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) เกินเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนทั่วไป รวมถึงการเติมน้ำต้นทุนให้กับอ่างเก็บน้ำและเขื่อนต่างๆ ของประเทศ ประจำปี 2566 ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ถึงวันที่ 30 กันยายน 2566 ของศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงประจำ 5 ภูมิภาค จำนวน 7 ศูนย์ โดยมีอากาศยานรวมทั้งหมด 30 ลำ ได้แก่ อากาศยานของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จำนวน 24 ลำ อากาศยานของกองทัพอากาศ จำนวน 6 ลำ ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง ดังนี้

1.ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือตอนบน

- หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่ วันที่ 1 มีนาคม 2566 เป็นต้นไป

- หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดตาก ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2566 เป็นต้นไป

2.ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือตอนล่าง

- หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดแพร่ ตั้งแต่วันที่ 1-31 มีนาคม 2566 และ วันที่ 1-30 มิถุนายน 2566

- หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดพิษณุโลก ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน-31 พฤษภาคม 2566 และ วันที่ 1 กรกฎาคม-30 กันยายน 2566

3.ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลาง

- หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดนครสวรรค์ ตั้งแต่วันที่ 1-31 มีนาคม 2566

- หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดกาญจนบุรี ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน-30 กันยายน 2566

- หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดลพบุรี ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน-31 สิงหาคม 2566

4.ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

- หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม-30 เมษายน 2566

- หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดขอนแก่น ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม-30 กันยายน 2566

5.ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

- หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน-30 กันยายน 2566

- หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดอุบลราชธานี ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม-30 กันยายน 2566

6.ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออก

- หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดจันทบุรี ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม-31 พฤษภาคม 2566

- หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดสระแก้ว ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน-31 สิงหาคม 2566

- หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดระยอง ตั้งแต่วันที่1-30 กันยายน 2566

7.ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้

- หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดชุมพร ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน-30 กันยายน 2566

- หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดสงขลา ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม-30 กันยายน 2566

นายสุพิศกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแผนการตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง อาจมีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ของสภาพอากาศและความต้องการน้ำในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อให้เหมาะสมในการปฏิบัติการช่วยเหลือให้ตรงตามเป้าหมาย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชนต่อไป

ทั้งนี้ สามารถติดต่อประสานแจ้งข้อมูลและขอฝนหลวงได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2109-5100 ต่อ 410 หรือช่องทางเพจ Facebook กรมฝนหลวงและการบินเกษตร, Instagram, Tiktok, Twitter : @drraa_pr และศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงทั้ง 7 ศูนย์ทั่วประเทศ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top