546.jpg
เพจดังเล่าประสบการณ์ตรง! เจอคนไข้โคม่า หลังได้รับพิษ'ไซยาไนด์' ชี้สุดอันตราย

เพจดังเล่าประสบการณ์ตรง! เจอคนไข้โคม่า หลังได้รับพิษ'ไซยาไนด์' ชี้สุดอันตราย

วันพฤหัสบดี ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2566, 11.05 น.

วันที่ 27 เมษายน 2566 เพจเรื่องเล่าหมอชายแดน แชร์ประสบการณ์การช่วยชีวิตคนไข้จากไซยาไนด์ โดยระบุว่า "วันนี้อยากเล่าเรื่องพิษจากไซยาไนด์ เพราะมีเหตุการณ์สะเทือนขวัญ น่าจะเป็นคดีระดับโลกได้หากเป็นจริงตามที่สงสัยกัน มีการใช้สารพิษไซยาไนด์ในการฆ่าคนกว่า 12 ศพ

ซึ่งที่โรงพยาบาลแม่สอดได้เคยวินิจฉัยโรคนี้เมื่อ ก.ย. 65 ที่ผ่านมา ด้วยความสงสัยของแพทย์ประจำห้องฉุกเฉินของเรา พญ.กมลวรรณ หรือหมอพลอย พบคนไข้หญิงอายุราว 60 ปี ญาติบอกว่าหลังกินข้าวเที่ยงแล้วไปนอนพักที่โซฟานาน 15 นาที มีอาเจียนรุนแรงและหมดสติไปทันที มาถึงโรงพยาบาลตอนบ่ายสอง โดยญาติบึ่งรถยนต์มาจากบ้านใช้เวลา 15 นาที คงมาแบบเร็วสุดเพราะระยะทางก็ไม่ได้ใกล้


ที่ห้องฉุกเฉินคนไข้โคม่า E1V1M1 แต่ยังหายใจเฮือก ไม่ขยับตัวเลย ตัวอ่อนปวกเปียก ช็อกความดันต่ำ 80/50 mm.Hg แพทย์ห้องฉุกเฉินใส่ท่อช่วยหายใจทันที ตอนแรกนึกถึงโรคหลอดเลือดสมองตีบ/แตก เลือดเป็นกรดรุนแรง เม็ดเลือดขาวขึ้นมาก 20,000 ค่าแลคเตตซึ่งแสดงว่าอาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียรุนแรงมากกว่า 22 เกินเครื่องจะวัดได้

นอกจาก stroke แล้วก็ยังนึกถึงภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดด้วย จึงจัดการส่งเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์สมองพบว่าปกติดี ให้ยาปฏิชีวนะ ให้สารน้ำ ให้ยากระตุ้นความดัน ดูแลแบบผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือด ทำ Echo ตรวจหัวใจและอัลตราซาวน์ช่องท้องผลปกติ หัวใจบีบตัวดีมาก

ตอนนั้นหมอพลอยก็บอกว่าประวัติมันแปลกๆ มันรวดเร็วเกินไป ไม่มีไข้ ไม่มีอาการติดเชื้อมาก่อนเลย เหมือนได้รับสารพิษอะไรบางอย่าง จึงโทรศัพท์ปรึกษาศูนย์พิษวิทยาโรงพยาบาลรามาธิบดี ให้ความเห็นว่าถ้าไม่สามารถแยกโรคพิษจากไซยาไนด์ได้ ให้รักษาเสมือนผู้ป่วยได้รับสารพิษไซยาไนด์ไปก่อน เพราะหากช้าผู้ป่วยจะไม่รอดชีวิต หมอพลอยจึงรีบให้ยาต้านพิษ ซึ่งโชคดีมากที่โรงพยาบาลแม่สอดเรามี

ต่อมาผู้ป่วยมีภาวะชักจึงได้ให้ยากันชักด้วย โชคดีที่หัวใจของผู้ป่วยยังไม่เป็นไร มีเพียงเต้นเร็วกว่าปกติ ด้วยความพยายามของแพทย์ห้องฉุกเฉินและแพทย์เวรอายุรกรรมในวันนั้นภายใน 12 ชั่วโมง ก็สามารถแก้ไขให้ผลเลือดกลับมาเป็นปกติได้หมด และผู้ป่วยสามารถเอาท่อช่วยหายใจออกได้ในวันรุ่งขึ้น

ผลการตรวจเลือดที่ส่งตรวจกับทางศูนย์พิษวิทยาโรงพยาบาลรามาธิบดี พบว่ามีสารไซยาไนด์จริง โดยเคสนี้คิดว่าได้รับสารไซยาไนด์ที่อาจมีการปนเปื้อนในอาหาร หรือสารเคมีในบ้าน

นอกจากนี้ยังปนเปื้อนอยู่ในอาหารบางชนิด เช่น มันสำปะหลังดิบ หน่อไม้ดิบ ถั่วบางชนิด ก่อนหน้านี้ก็เคยมีคนไข้ชาวสวนกินมันสำปะหลังดิบแล้ววูบมาโรงพยาบาลแต่อาการไม่ถึงตาย เพราะอาจจะได้รับเข้าไปเล็กน้อย

อยากให้ประชาชนทุกคนรับรู้ถึงพิษของมันและระมัดระวังในการรับประทานอาหารหรือน้ำที่อาจจะมีสารไซยาไนด์ปนเปื้อน หรือสูดดมอากาศที่มีไซยาไนด์ระเหย หากประมาทถึงตายได้"

อ่านรายละเอียด : เพจดังเผยวิธีแก้เบื้องต้นหากถูกวางยาพิษ'ไซยาไนด์' คนช่วยชีวิตห้ามผายปอดเด็ดขาด!


 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top