533.jpg
พุทธศาสนิกชน 'ตักบาตรบนหลังช้าง' 20 เชือก สืบสานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น

พุทธศาสนิกชน 'ตักบาตรบนหลังช้าง' 20 เชือก สืบสานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 17.17 น.

พุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยว จำนวนมาก ร่วมทำบุญใหญ่ “ตักบาตรบนหลังช้าง” 20 เชือก  ที่อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ อย่างเนืองแน่น เพื่ออนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามให้คงอยู่ สร้างความรัก ความสามัคคี ส่งเสริมให้ให้เยาวชนและคนในท้องถิ่นเห็นคุณค่าและความสำคัญ มีความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของท้องถิ่น

31 ส.ค.66 นายสิงหชัย  ผ่องบุรุษ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ พุทธศาสนิกชน ตลอดทั้งนักท่องเที่ยว เดินทางไปร่วมทำบุญตักบาตรบนหลังช้าง ประจำปี 2566 ที่บริเวณหน้าทีว่าการอำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ โดยอำเภอสตึก ร่วมกับ ส่วนราชการ ภาคเอกชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และตลอดทั้งประชาชนชาวอำเภอสตึก จัดขึ้น


 

 

เพื่ออนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมและประเพณีที่ดีงามให้คงอยู่ สร้างความรัก ความสามัคคี ส่งเสริมให้ให้เยาวชนและคนในท้องถิ่นเห็นคุณค่าและความสำคัญ มีความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของท้องถิ่น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาติ  ส่วนบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก พระสงฆ์ 20 รูป นั่งบนหลังช้าง 20 เชือก  เดินรับบิณฑบาต ถึงแม้จะมีฝนตกโปรยปรายมาเป็นระยะ แต่พุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยว ต่างนำอาหารแห้งไปรอใส่บาตรเป็นจำนวนมาก 

 

 

สำหรับประเพณีการตักบาตรบนหลังช้าง ที่อำเภอสตึก เดิมจะจัดขึ้นในวันที่ 2 เมษายน เป็นประจำทุกปี ที่สำนักสงฆ์ป่าหนองพะยอม หมู่ที่ 10 ตำบลท่าม่วง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์  ซึ่งจะเป็นช่วงบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนช่วงเดือนมีนาคม และเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จากเริ่มต้นจากการตักบาตรอาหารแห้งแบบธรรมดาปกติทั่วไป 

 

 

ต่อมาพลังศรัทธาชาวบ้านตำบลท่าม่วง ที่เลี้ยงช้างกันอยู่แล้วและมีมากกว่า 100 เชือก ได้นำช้างที่เลี้ยงไว้มาให้พระสงฆ์นั่งบนหลังช้างเดินรับบิณฑบาตโดยไม่ต้องมีการจ้างแต่อย่างใด จากนั้นก็ปฏิบัติต่อๆ เรื่อยมา และมีภาพปรากฎออกสื่อเป็นภาพที่หาชมได้ยาก จึงมีประชาชนจากนักท่องเที่ยวทั่วสารทิศเดินทางไปร่วมทำบุญตักบาตรบนหลังช้างมากขึ้น เงินที่ได้จากการทำบุญก็จะนำไปสำนักสงฆ์ป่าหนองพะยอม  

ขณะเดียวกัน ทางจังหวัดบุรีรัมย์ได้มีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว 365 วัน เที่ยวได้ทั้งปี จึงได้ยกระดับการจัดงาน เพื่อประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามที่สืบทอดกันมายาวนาน ให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย.-008 

 


 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top