Logo วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / ข่าว Like สาระ
'กะปิโลโซเดียม' ส่งออกร้านอาหารดังในอเมริกา

'กะปิโลโซเดียม' ส่งออกร้านอาหารดังในอเมริกา

วันอังคาร ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 13.13 น.
Tag : กะปิ กะปิโลโซเดียม
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

เปิดนวัตกรรมกะปิโลโซเดียม เตรียมขยายผลเป็นสมบัติของชุมชน และส่งออกร้านอาหารดังในอเมริกา

28 พฤษภาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวประมงพื้นบ้านหมู่ที่ 4 บ้านเกาะเคี่ยม ต.กันตังใต้ อ.กันตัง จ.ตรัง นำเรือออกหากุ้งเคยบริเวณริมตลิ่งใกล้รากไม้ในป่าชายเลนหรือป่าโกงกางซึ่งจะได้กุ้งเคยจำนวนมาก โดยระหว่างเดือนเมษายน-กรกฎาคมของทุกปี จะเป็นฤดูกาลหากุ้งเคย ซึ่งเป็นกุ้งขนาดเล็ก ตัวสีขาวใส ขนาดความยาวไม่เกิน 1.5 เซนติเมตร และมักหากินรวมกันเป็นฝูงในระดับความลึกตั้งแต่ 50 เซนติเมตร-1.5 เมตร


ส่วนวิธีการหากุ้งเคย แค่ใช้คันไม้ไผ่คู่ ความยาวประมาณ 7 เมตร เย็บถุงอวนตัดกับไม้ไผ่ ติดตั้งไว้หน้าหัวเรือ เวลาใช้ก็กางไม้ไผ่ออกเป็นเป็นช่องตรงกลาง แล้วเดินไปเรื่อยๆ  เพื่อให้กุ้งเคยเข้ามาติดในถุงอวนให้มากที่สุด โดยใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมงก็จะได้กุ้งเคยจำนวนมาก ซึ่งช่วงนี้มีชาวบ้านในหมู่บ้าน ใช้เรือออกหากุ้งเคยไม่ต่ำกว่า 15 ลำ โดยจะหาในช่วงเช้า เพราะจะได้หมักกุ้งเคยตากแดดได้ทัน ซึ่งเรือแต่ละลำจะหากุ้งเคยได้ตั้งแต่ 50-200 กิโลกรัม ขายให้กับแม่ค้ารับซื้อในหมู่บ้านกิโลกรัมละ 30 บาท แต่หากนำไปทำกะปิ ก็จะขายได้ในราคาที่สูงขึ้น

การทำกะปิของชาวประมงพื้นบ้านเดิม จะใช้เกลือ 15-20 % ของน้ำหนักกุ้งเคย เพื่อรักษากุ้งเคยให้เก็บไว้ได้นาน และยังใช้ น้ำตาล ผงชูรส เพิ่มรสชาติ แต่งสี และใส่หัวมันเทศเพื่อให้ได้ปริมาณที่มากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคที่รับประทานกะปิที่มีเกลือมาก ๆ ยังมีการปนเปื้อนของ ส่งผลให้ผู้บริโภคป่วยเป็นโรคไต โรคความดันโลหิตสูง และโรคต่างๆมากมายจากการบริโภคกะปิ

ดร.ประพล วีระพรสวรรค์ คณะวิจัยด้านอาหารฯ และเป็นผู้ประกอบการท่องเที่ยวและนักธุรกิจร้านอาหารกะช่องฮิวล์ จ.ตรัง ได้ใช้เวลาค้นหากระบวนการนำกุ้งเคยมาทำเป็นกะปิ ก็ค้นพบว่า ชาวประมงจะให้เกลือในปริมาณมากในการหมักดอกกุ้งเคนในกระวนการทำกะปิ และยังขาดความเข้าใจในการดูแลกุ้งเคยซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก กล่าวคือ เดิมชาวประมงพื้นบ้านจะใช้เวลาในการนำกุ้งเคยมาทำกะปินาน กว่าจะทำการหมักดองทำให้กุ้งเคยตาย และเสียรสชาติ เพราะกุ้งเคยจะตายทันทีที่นำขึ้นจากน้ำ

ฉะนั้นเพื่อให้ได้กะปิชั้นดี มีคุณค่าทางอาหารสูง เมื่อได้กุ้งเคยมาจากทะเลและก็ต้องรีบทำการหมักดองทันที ไม่ควรเกิน 1-2 ชั่วโมงจะไม่ทำให้รสชาติของกุ้งเคยผิดเพี้ยน และจากการศึกษาทดลอง การใช้เกลือ ได้ข้อสรุปว่า การใช้ดอกเกลือที่มีคุณภาพ จะใช้แค่ 4 % ของน้ำหนักกุ้งเคย  และไม่ใส่น้ำตาล ผงชูรส หรือสีลงไป แล้วทำการคลุกเคล้าดอกเกลือ 4% 

จากนั้นนำไปตากแดด 1 วัน เมื่อแห้งพอประมาณก็จะ นำใส่ถุงเก็บไว้ในตู้แช่อีก  6 วัน เพื่อให้เกิดกระบวนการหมักและรสชาติที่ดี ก่อนนำไปตากแดดเป็นครั้งที่ 2 อีก 1 วัน จึงนำมาใส่ครกไม้  ตำให้ละเอียดจนเป็นเนื้อกะปิ และนำไปเก็บไว้ในถังที่อุณหภูมิห้อง อีก 60 วัน เพื่อให้เกิดกระบวนการย่อย และเกิดโพรไบโอติกส์ (Probiotics) ซึ่งเป็นแบคทีเรียหรือจุลินทรีย์ในลำไส้ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของมนุษย์ ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างเป็นปกติ และจะมีกลิ่นหอม ก่อนจะนำมาปั้นเป็นก้อน หรือบรรจุภัณฑ์ นำออกจำหน่ายได้ ซึ่งกุ้งเคย 100 กิโลกรัม เมื่อทำเป็นกะปิแล้วจะมีน้ำหนักแค่ 30 กิโลกรัมเท่านั้น

ดร.ประพล วีระพรสวรรค์ ยังกล่าวต่อไปว่า ตนเองคิดว่าทำยังไงให้กะปิมีความเค็มน้อย ซึ่งความเค็มน้อยดีต่อสุขภาพ ซึ่งคนใต้ชอบกินแกงซึ่งมีส่วนผสมของกะปิจะได้ความเค็มที่ต่ำสุด เท่าที่ทำได้ นี่คือเป็นกะปินวัตกรรมใหม่เรียกว่า โลโซเดียม 4% ซึ่งดีต่อผู้บริโภคซึ่งเป็นความโชคดีที่จังหวัดตรัง มีต้นน้ำที่ดี โดยเฉพาะอ่าวลิบงและอ่าวกันตัง ทำให้กุ้งเคยมีสารปนเปื้อนน้อย  ในส่วนของกระบวนการทำกะปิดจะใช้เกลือที่เหมาะสมกับปริมาณของการหมักดอง ไม่มากเกินไป  และสำคัญคือเราบอกชาวประมง บอกกิจการร้านอาหารว่า เราควรจะเลือกใช้กะปิที่ไม่ใส่ผงชูรส และไม่มีน้ำตาล ส่วนเหตุผลของชาวบ้านก็เข้าใจได้คือการกินกะปิ หรือใช้กะปิในการปรุงแต่งอาหารจะให้อร่อยทันที แต่ไม่ดีต่อสุขภาพ  บางคนก็ไม่ทาน 

ตนเองในนามกะช่องฮิวส์รีสอร์ท และห้องอาหารลูกลม ได้คิดค้นกะปิ Low Sodium โดยทำแบรนด์ “รสเคย” โดยชวนประมงพื้นบ้านทำกะปิ Low Sodium ที่ใช้เกลือแค่ 4% เพื่อให้ดีต่อสุขภาพ ใครอยากจะไปเค็ม ไปหวานก็สามารถไปปรุงเพิ่มได้ นี่คือนวัตกรรมใหม่ ที่จะขอให้เมืองตรังเป็นเมือง Gastrocity UNESCO ซึ่งภูเก็ตเป็นแล้ว เพชรบุรีเป็นแล้ว ตรังกำลังร้องขอ ที่จะเป็นเมืองสร้างสรรค์ซึ่งจะต้องมีนวัตกรรม กะช่องฮิวส์เลยคิดว่ากุ้งเคยหรือกะปิที่คนทั่วโลกกิน อยากจะชวนให้มาทำกุ้งเคยที่ดี จากการที่ไม่มีสารปนเปื้อนหรือมีความเค็มต่ำ จะทำให้เมืองเรามีวัตถุดิบสักอย่างที่เป็นการโชว์ให้เห็นว่า ถ้าต้นน้ำดี สุขภาพคนก็จะดี ความยั่งยืนของอาหารของเมืองนี้ก็จะดี และเตรียมส่งกะปิ Low Sodium ไปให้เชฟร้านอาหารไทยในอเมริกา และอังกฤษ ใช้เพื่อเปิดตลอดส่งกะปิ Low Sodium ของตรังไปจำหน่ายต่อไป

แต่ที่บ้านของนางภัคมณฑ์ จิหลน (เจี๊ยบ) อายุ 49 ปี นอกจากจะเป็นแหล่งรับซื้อกุ้งเคยจากชาวบ้านแล้ว ยังเป็นแหล่งทำกะปิรายใหญ่ที่มีมานานนับ 100 ปีแล้ว โดยได้ปรับเปลี่ยนวิธีทำกะปิใหม่ เป็นกะปิโลโซเดียม ลดความเค็ม ไม่เติมความหวาน ไม่ใส่ผงชูรส ไม่ใส่สีและสารกันเสียใด ๆ โดยใช้ดอกเกลือแค่ 4% ในการมักดองกับกุ้งเคย เพื่อจะให้ได้กะปิที่มีคุณภาพ จากการทำกะปิแบบดั้งเดิมต้องใส่เกลือ 15-20 % เพื่อรักษากุ้งเคยให้เก็บไว้ได้นานนับปี ทำให้ผู้บริโภคที่รับประทานกะปิที่มีเกลือมาก ๆ ยังมีการปนเปื้อนของน้ำตาล ผงชูรส และหัวมันเทศ  ส่งผลให้ผู้บริโภคป่วยเป็นโรคไต โรคความดันโลหิตสูง และโรคต่าง ๆ มากมาย จากการบริโภคกะปิ

นางภัคมณฑ์ และครอบครัวจึงปรับเปลี่ยนสูตรใหม่ เอาใจกลุ่มคนรักสุขภาพ โดยมีผู้ประกอบการร้านอาหารกรีนคลีน ใน จ.ตรัง เดินทางไปรับซื้อเพื่อนำไปขายต่อเป็นแบรนด์ของ จ.ตรัง สัปดาห์ละหลายร้อยกิโลกรัม แต่ขายในราคาเดิมคือกิโลละ 150 บาท ขายส่งกิโลละ 120-130 บาท ส่วนกรรมวิธีการทำกะปิของที่นี่ ยังเป็นแบบโบราณและใช้แรงงานคนในครอบครัวทำมือทุกขั้นตอน ซึ่งนอกจากกุ้งเคยจะนำมาทำกะปิโลโซเดียมแล้ว กุ้งเคยที่ได้มาสด ๆ ยังนำมาผสมเกลือ น้ำตาล ขายเป็นเคยฉลู หรือกะปิน้ำ แต่ที่ชาวบ้านนิยมกินคือการนำมาชุบแป้งทอด ทำไข่เจียวกุ้งเคย กุ้งเคยผัดสมุนไพร แกงคั่วและอีกสารพัดเมนู ซึ่งจะให้ความหอม เค็ม มัน เป็นเมนูขึ้นโต๊ะอาหารได้.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

ระทึก รถปูนติดแหง็กคารางรถไฟ ชาวบ้านช่วยกันโบก หยุดขบวนรถไฟเป็นการด่วน

อีกแล้ว! รวบหมอดูเขมร หลอกสาวใหญ่แก้กรรม ลวนลาม สูญเงินกว่า 1.7 ล้าน

ฝรั่งเศสฉะเดือดไม่ไว้หน้า แบน รมต.อิสราเอล สั่งห้ามเข้าประเทศ เซ่นปมคลิปฉาวสนั่นโลก

อนุทิน เตรียมร่วมนิทรรศการ ราชพัสตราสู่สากล กรุงปารีส เผยเตรียมหารือวงเล็ก กับปธน. ฝรั่งเศส

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved