546.jpg
บทความพิเศษ : เศรษฐกิจไทยกับค่าเงินบาท

บทความพิเศษ : เศรษฐกิจไทยกับค่าเงินบาท

วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

รัฐบาลไทย ในฐานะผู้คุมนโยบาย เศรษฐกิจการเมืองรวมนโยบายการคลัง (Politico Economics Including Fiscal Policy) และผู้ว่าฯแบงก์ชาติ ในฐานะผู้ควบคุมนโยบาย การเงิน (monetary policy) น่าจะถามประชาชน ผู้ได้รับความเดือดร้อน จากสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันว่า อยากจะให้อัตราแลกเปลี่ยนเป็น 38 บาท ถึง 40 บาทต่อดอลลาร์ แทนที่จะปล่อยให้มันแข็งอยู่ที่ 32.40- 34.0 บาทอย่างทุกวันนี้หรือไม่ เพราะถ้าธปท.รักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 38-40 บาท/$ รัฐบาล และ ธปท.ก็จะสามารถแก้ไขความทุกข์ร้อนของประชาชน และความเสื่อมสลายของบ้านเมืองสร้างความมั่นคง และความเจริญเติบโตของชาติและความอยู่ดีกินดีของประชาชนได้ดังต่อไปนี้

1.จะทำให้ราคาพืชผลทางเกษตรเพิ่มขึ้น 10-20%


2.จะทำให้สินค้า ส่งออก Export สามารถเพิ่มปริมาณส่งออกได้ 10% และมีกำไร ในธุรกิจต่างๆ ในขณะเดียวกันก็สามารถลดปริมาณการนำเข้าของสินค้า ซึ่งเป็นคู่แข่งของเราได้โดยไม่ต้องขึ้นกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ

3.จะทำให้โรงงานอุตสาหกรรมดำเนินการต่อไปได้ตามปกติ และไม่มีความจำเป็นต้องปิดโรงงาน แต่มีโอกาสที่จะขยายโรงงานเพิ่มกำลังผลิต

4.จะทำให้คนงานไม่ตกงาน ค่าแรงก็จะทยอยกันเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน

5.จะทำให้ประชาชนมี เงิน จับจ่ายใช้สอยได้ตามอัตภาพไม่ขัดสนและไม่ต้องไปขายบ้านขายช่องขายที่ขายนา มาชำระหนี้

6.จะทำให้ หนี้ครัวเรือน และหนี้สินบริษัทต่างๆ เป็นหนี้ที่ดี เป็นการลด หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้

7.จะทำให้ ธนาคาร สามารถปล่อยกู้ได้ตามปกติและลดดอกเบี้ยให้ลูกหนี้ได้ เพราะไม่ต้องสำรองหนี้ ไม่ก่อให้เกิดรายได้

8.จะทำให้โรงงานมีกำไร ผู้ประกอบการมีกำไรก็มีการลงทุนเพิ่มขึ้น การว่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นต่างชาติก็จะแห่ผสมโรงตามมาลงทุนเพิ่มด้วย

9.จะทำให้มี การว่าจ้างแรงงานเพิ่มรายรับประชาชน การจับจ่ายใช้สอยภาคประชาชนมากขึ้นรัฐบาลสามารถเก็บภาษีได้มากขึ้น ทำให้มีงบประมาณแผ่นดินเพิ่มขึ้น

10.GDP เพิ่มขึ้นเป็น 3-10% แทนที่จะเป็น 2.5% ตาม World Bank พยากรณ์

11.เงินสำรองเงินตราต่างประเทศเพิ่มขึ้น ทำให้แบงก์ชาติสามารถตั้ง กองทุน พัฒนาประเทศ ให้กู้สำหรับเงินงบประมาณ พัฒนาประเทศ ในด้านต่างๆ ได้ทำให้ประเทศเจริญรุ่งเรืองศิวิไลซ์เป็นประเทศชั้นนำของโลกประชาชนอยู่ดีกินดีหากินโดยสุจริตได้โดยไม่ต้องมีมิจฉาทิฐิ

ถ้าประชาชนมีความเห็นต้องการความอยู่ดีกินดีประเทศมีความเจริญรุ่งเรือง เป็นประเทศชั้นนำของโลก และลูกหลานมีอนาคตที่ดีไม่ต้องไปของานทำที่อเมริกาหรือเวียดนาม รัฐบาลโดย กนง.และธนาคารแห่งประเทศไทยก็ต้องมีหน้าที่รักษาเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยนบาท/ดอลลาร์ (฿/us$) ไว้ที่ 38-40 บาท/ดอลลาร์ ไม่ใช่ปล่อยให้แข็งอยู่ที่ 32.4-34 บาท/ดอลลาร์อย่างทุกวันนี้

การรักษาเสถียรภาพของเงินบาทไว้ที่ 38 บาท ถึง 40 บาทต่อดอลลาร์ แทนที่จะเป็น 32.50 บาทต่อดอลลาร์ก็เหมือนกับว่า เป็นการกระจายรายได้ ให้กับประชาชนผู้มีส่วนร่วมในการทำให้การค้าการชำระเงินของประเทศเกินดุล (Wealth Distribution) จากเงินที่ผู้จะส่งเงินตราออกไปนอกประเทศเช่นผู้นำเข้าสินค้า หรือผู้ว่าจ้างเหมาคนต่างประเทศ โดยผ่านระบบการเงินที่ ธปท.มีหน้าที่เป็นกรรมการดูแลรักษาเพราะเงินสำรองเงินตราต่างประเทศเหล่านี้ ซึ่งให้คลังกับธปท. สามารถรักษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยน ได้มาจากการส่งออกสินค้า การให้การบริการชาวต่างชาติ การชักชวนให้ต่างชาติมาลงทุน ซึ่งล้วนมาจากหยาดเหงื่อแรงงานมันสมองความสามารถของคนไทย ที่ทำให้เกิดผลการค้าและการชำระเงินเกินดุล กลายมาเป็นเงินสำรองเงินตราต่างประเทศในรูปของดอลลาร์หรือ ทองคำ มอบให้ ธปท.ดูแลตามกฎหมาย

แต่เมื่อทรัพย์สมบัตินี้มีมากขึ้นถึงสองแสนหกหมื่นล้านเหรียญ สรอ. หรือ 8.7 ล้านล้านบาท -10.4 ล้านล้านบาท (Ex.33.5 บาท-40 บาท/$) หรือ 60% ของ GDP กลับมาทำร้ายประชาชนผู้มีพระคุณ โดย World Bank สั่งให้ธปท.ผู้มีหน้าที่เฝ้าดูแลเสถียรภาพเงินบาท ปล่อยให้บาทแข็งตามหลักกลไกตลาดของ Commodity Trading เป็น 32.4 บาท/$ เพื่อไม่ให้ไทยดีกว่าชาติอื่น ที่เขาต้องการสนับสนุนเช่นเวียดนาม แต่มันจะทำให้ไทยตกต่ำและประชาชนผู้มีส่วนร่วมทำให้เงินเกินดุลเดือดร้อนอย่างทุกวันนี้

ฉะนั้น ธปท.ควรดูแลอัตราแลกเปลี่ยนให้สามารถผลิตสินค้าแข่งขันกับต่างชาติได้เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งให้ระบบเศรษฐกิจการเงิน เป็นประเทศชั้นนำของโลกแทนที่จะมาทำร้ายคนไทยด้วยกันทำให้เงินสำรองเงินตราต่างประเทศร่อยหรอไปพร้อมกับความเดือดร้อนของคนไทย และความเสื่อมโทรมของประเทศ

ประชัย เลี่ยวไพรัตน์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top