วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ข่าว Like สาระ
มีอยู่จริง..แม้รัฐบอกว่าไม่! ‘ขายบริการ’กฎหมายอย่างไรดี?

มีอยู่จริง..แม้รัฐบอกว่าไม่! ‘ขายบริการ’กฎหมายอย่างไรดี?

วันเสาร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 07.00 น.
Tag : ขายบริการ ค้าประเวณี โสเภณี sexworker
  •  

“ผมเห็นว่าภาคประชาสังคมของเราไปค่อนข้างไกลในแง่ของการผลักดัน ผมอยากจะตั้งคำถามตัวโตๆ ในอาคารรัฐสภาแห่งนี้ ผู้แทนประชาชนทั้ง สส. และ สว. ได้ขยับหรือตามทันประเด็นที่ภาคประชาสังคมพยายามที่จะขับเคลื่อนแล้วหรือไม่ ในมุมผมคิดว่าไปช้ากว่าภาคประชาสังคม ปรากฏการณ์แบบนี้ในทางการเมืองอาจจะมองว่าแน่นอนกระแสสังคมมีความเป็นไปได้ที่จะไปไกลกว่าเสมอ เนื่องจากว่ามีความรวดเร็วของแนวความคิด

อย่างไรก็ตาม ความพยายามในการที่จะปลดล็อกปัญหาเกี่ยวกับการค้าประเวณีมันมีมานานมากๆ แล้วในสังคมไทย มันเลยทำให้เราต้องกลับมานั่งคิดและคงเป็นโอกาสอันดีที่จะมาพูดกันในอาคารรัฐสภาแห่งนี้ ว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ สส. และ สว. จะหยิบนำเรื่องนี้มาคุยกันอย่างจริงๆ จังๆ กันเสียที”


รศ.ดร.อานนท์ มาเม้า อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวในวงเสวนา “ประเด็นปัญหาการค้าประเวณีโดยสมัครใจกับขบวนการค้ามนุษย์” ที่อาคารรัฐสภา เมื่อเดือน มิ.ย. 2568 ที่ผ่านมา เปิดประเด็นถึงฝ่ายการเมืองทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ชวนให้คิดว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่ต้องหยิบยกเรื่องของ “การขายบริการทางเพศ (Sex Worker)” มาพูดคุยกันอย่างจริงจัง

อาจารย์อานนท์ เริ่มต้นด้วยการตั้งข้อสังเกตว่า “เท่าที่รวบรวมข้อมูล ไม่พบข้อมูลเกี่ยวกับการขายบริการทางเพศที่จัดทำอย่างเป็นทางการโดยหน่วยงานของรัฐไทย” ซึ่งเป็นไปได้ว่า “ภาครัฐของไทยอาจเมองว่าเป็นข้อมูลอ่อนไหวหรือมีข้อขัดข้องในแง่กฎหมาย” ขณะที่ข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ เช่น International Union of Sex Worker (สหภาพผู้ให้บริการทางเพศสากล) ในปี 2566 พบว่า จากจำนวนผู้ให้บริการทางเพศ 52 ล้านคนทั่วโลก ไทยนั้นมีจำนวนอยู่ที่ราว 2.5 แสนคน อยู่ในอันดับ 8 ของโลก

จึงเป็นคำถามต่อไปว่า “ในขณะที่สังคมไทย (ส่วนหนึ่ง) พยายามสมาทานศีลธรรมอันดี แต่การขายบริการทางเพศก็เป็นปรากฏการณ์ที่มีอยู่จริงมานาน แล้วจะยอมรับได้มาก – น้อยเพียงใด?” ขณะที่มูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับบริการทางเพศทั่วโลกจะอยู่ที่ 1.8 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (เกือบ 6 ล้านล้านบาท) โดยตัวเลขนี้ครอบคลุมทั้งการให้บริการทางเพศโดยตรง (Prostitution หรือโสเภณี) สถานบริการ สื่อบันเทิงสำหรับผู้ใหญ่ ฯลฯ ส่วน 7 ประเทศที่มีผู้ให้บริการทางเพศมากว่าไทย คือ จีน อินเดีย สหรัฐอเมริกา ฟิลิปปินส์ เม็กซิโก เยอรมนีและบราซิล

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลชุดนี้ไม่ได้แยกว่าประเทศใดการขายบริการทางเพศถูกหรือผิดกฎหมาย สำหรับประเทศไทยมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นหลักคือ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 แต่จะยกเลิกหรือแก้ไขเพียงกฎหมายนี้ก็ยังไม่เพียงพอ เพราะยังมีกฎหมายใกล้เคียง คือ ประมวลกฎหมายอาญา (ความผิดฐานเป็นธุระจัดหา) นอกจากนั้นยังมีแง่มุมอื่นๆ เช่น หากจะทำให้การขายบริการทางเพศเป็นอาชีพปกติมีกฎหมายคุ้มครอง ก็จะไปเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509 หากจะทำให้มีสถานบริการประเภทนี้เกิดขึ้น

สมชาย หอมลออ ประธานมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (มสพ.) มองย้อนประวัติศาสตร์ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 (ปี 2484 – 2488) หลายประเทศเผชิญปัญหาเศรษฐกิจที่เป็นผลกระทบจากสงคราม เป็นปัจจัยที่ทำให้การขายบริการทางเพศเพิ่มขึ้น เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น แต่เมื่อประเทศมีการพัฒนามากขึ้น ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ก็เปลี่ยนรูปแบบหรือลดลงไป แม้จะยังไม่ถึงขั้นหมดไปอย่างสิ้นเชิงก็ตาม

ประการต่อมา การขายบริการทางเพศถือเป็นแรงงานประเภทหนึ่ง ซึ่งน่าจะมีหลายแสนคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับธุรกิจประเภทนี้ แต่ทั้งกฎหมายและทัศนคติของสังคมได้ละเลยและตีตราให้เป็นความผิด แม้จะมีส่วนร่วมสร้างเศรษฐกิจของประเทศแต่ไม่ได้รับการคุ้มครอง อย่างในเดือน พ.ค. 2568 ตนไปร่วมประชุมกับมูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ (SWING) ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี มีเสียงสะท้อนจากผู้ขายบริการรวมถึงผู้ประกอบการสถานบริการที่เกี่ยวข้อง ว่าการมีกฎหมายกำหนดให้อาชีพนี้เป็นความผิด ก็ทำให้ตกเป็นเหยื่อของการถูกเอารัดเอาเปรียบ

“จะต้องปลดพันธนาการ ด่านแรกคือยกเลิก พ.ร.บ.ปรามการค้าประเวณี (พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539) ทำให้การให้บริการทางเพศเป็นสิ่งเป็นไม่บอกว่าถูกกฎหมายแต่ว่าไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งจริงๆ แล้วโดยหลักกฎหมายอาญา การที่ไม่ผิดกฎหมายก็คือถูกกฎหมาย เพราะบุคคลจะทำอะไรก็ได้ยกเว้นที่กฎหมายห้าม เมื่อยกเลิกกฎหมายที่ห้ามเสียแล้วแน่นอนก็ย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการที่จะประกอบอาชีพใช้แรงงานอย่างหนึ่ง ก็คือการให้บริการทางเพศได้” สมชาย ระบุ

ถึงกระนั้น ประธานมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา ชวนให้คิดต่อไปว่า แม้ในอนาคตจะยกเลิกกฎหมายเอาผิดอาชีพขายบริการทางเพศได้จริง แต่ยังมีเรื่องของนิติกรรมสัญญาระหว่างผู้ขายบริการกับผู้ใช้บริการ (ที่อาจไม่จำเป็นต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร) ซึ่งอาจถูกตีความว่าเป็นนิติกรรมสัญญาที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม จึงเป็นอีกประเด็นที่ต้องแก้ด้วยเพื่อไม่ให้นิติกรรมสัญญาประเภทนี้ถูกตีความเป็นโมฆะ เช่น ผู้ใช้บริการไม่ยอมจ่ายเงินค่าบริการตามที่ตกลงกันไว้ แต่ผู้ให้บริการกลับไม่สามารถฟ้องเป็นคดีความได้

อนึ่ง ในมิติด้านแรงงาน เคยมีความเห็นว่ารัฐไม่สามารถคุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศได้เพราะยังเป็นอาชีพที่กฎหมายกำหนดให้เป็นความผิด จำเป็นต้องไปยกเลิกกฎหมายที่กำหนดความผิดนั้นเสียก่อน แต่ในความเป็นจริง “ผู้ให้บริการทางเพศนั้นมีกลุ่มย่อยหลายกลุ่มและไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับเพศสัมพันธ์โดยตรงเสมอไป” เช่น พนักงานต้อนรับและดูแลลูกค้าในสถานบริการ หรือในประเทศญี่ปุ่นที่มีอาชีพ “เพื่อนเที่ยว” ซึ่งอาชีพลักษณะนี้ผู้ให้บริการไม่ได้มีเพศสัมพันธ์กับผู้ใช้บริการ ก็น่าจะต้องได้รับความคุ้มครองให้ดำรงชีพอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

สุดท้ายคือคำถามสำคัญ “หากยกเลิกความผิดอาชีพขายบริการทางเพศจะทำให้มีคนตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์หรือไม่?” คำตอบคือ “ปัจจุบันประเทศไทยมีกฎหมาย พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 อยู่แล้ว” รวมถึงยังมีบทบัญญัติในประมวลกฎหมายอาญา แต่ปัญหาอยู่ที่ 1.มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังหรือไม่? กับ 2.กฎหมายยังมีจุดบกพร่องต้องแก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่?

อย่างไรก็ตาม “สิ่งที่ต้องระวังคือการกำหนดให้ผู้ขายบริการทางเพศต้องขึ้นทะเบียน” เพราะเคยมีบทเรียนจากประเทศสวีเดนมาแล้ว ที่ยอมรับว่าข้อกำหนดดังกล่าวเป็นความผิดพลาดและกลายเป็นตราบาปไปหลายชั่วอายุคนกับคนที่ไปขึ้นทะเบียน โดยปัจจุบันสวีเดนมีพิพิธภัณฑ์ที่จัดนิทรรศการให้ความรู้เรื่องนี้ และย้ำเตือนว่าประเทศอื่นไม่ควรมาเดินผิดพลาดซ้ำรอย     

“แอนนา” ตัวแทนพนักงานบริการทางเพศ มองว่า “สังคมไทยยังเข้าใจผิดว่าการขายบริการทางเพศโดยสมัครใจกับการค้ามนุษย์เป็นเรื่องเดียวกัน” ซึ่งคนที่สมัครใจเข้ามาอยู่ในอาชีพนี้มีปัจจัยจาก 1.แรงกดดันทางเศรษฐกิจ 2.ภาระครอบครัวที่ต้องดูแล เมื่อทำแล้วได้ค่าตอบแทนเป็นเงินไปเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว ในขณะที่การค้ามนุษย์จะหมายถึงคนที่ถูกใช้ให้ทำงานโดยที่คนคนนั้นไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ

“หลายคนชอบไปตีตราพนักงานบริการว่าเป็นอาชีพที่ต่ำ อาชีพที่ไม่ดี อาชีพที่ไม่มีใครอยากทำ แต่มันด้วยเหตุผลหลายๆ อย่างที่เขาจำเป็นจะต้องทำ แล้วก็ในด้านของเศรษฐกิจด้วย พนักงานบริการส่งเงินกลับบ้าน เลี้ยงดูครอบครัว ใช้หนี้ใช้สินให้ครอบครัว เชื่อว่าพนักงานบริการ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์เลี้ยงดูครอบครัวและผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ดังนั้นการค้ามนุษย์กับการทำงานบริการโดยสมัครใจมันคนละอันกัน” ตัวแทนพนักงานบริการทางเพศ กล่าว  

นัยนา สุภาพึ่ง ที่ปรึกษามูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ ตั้งคำถามว่า “การมีเพศสัมพันธ์โดยสมัครใจใครเป็นผู้เสียหาย?” ซึ่งแตกต่างจากการข่มขืนกระทำชำเราที่ผู้ถูกกระทำจะมาให้การว่าตนเองไม่ยินยอม แต่การที่ไม่มีผู้ขายบริการทางเพศลุกขึ้นมาต่อสู้ก็เพราะมองว่ายอมเสียค่าปรับให้จบๆ ไป เพื่อจะได้รีบๆ ไปทำงานหารายได้มาชดเชยให้มากขึ้น นำไปสู่การตั้งข้อหาตามอำเภอใจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเคยพบข้อหาแปลกๆ ที่ระบุในใบเสร็จรับเงินค่าปรับ เช่น ค้าประเวณีในวันสำคัญทางศาสนาบ้าง ทำตัวไม่เป็นประโยชน์กับการท่องเที่ยวบ้าง เป็นต้น

“ปล่อยให้กฎหมายแบบนี้ออกมาทำร้ายร่างกายเราอย่างนี้ได้อย่างไร? มันเป็นความรุนแรงในเชิงโครงสร้าง ยืนอยู่เฉยๆ ก็โดนตบ มันเจ็บนะ” ที่ปรึกษามูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ กล่าว           

                                                                        SCOOP.NAEWNA@HOTMAIL.COM

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

‘บุ๊ค – ธีรชยา’คว้าสิทธิ์ Fast Track ก้าวเข้าสู่รอบ 10 คนสุดท้าย MISS TIFFANY 2026

สมชัย เย้ย กกต. เมาหมัด แจ้งจับผิดคน ท้าพิสูจน์เวลาปรากฏตัว

ชัยวุฒิ เจษฎ์ ฝากถึงรัฐบาลใหม่ อย่ามัวเล่นเก้าอี้ดนตรี คิดแต่ประโยชน์ของประชาชน

แจ็ค แฟนฉัน เผยคลิปพร้อมหน้า ใบหม่อน ทำหน้าที่พ่อแม่พาลูกชายไปสมัครเรียน

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved