'ขอม'ไม่ใช่'เขมร' อารยธรรมไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของรัฐชาติ

'ขอม'ไม่ใช่'เขมร' อารยธรรมไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของรัฐชาติ

วันจันทร์ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 22.03 น.

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2568 เพจเฟซบุ๊ก "ปราชญ์ สามสี" โพสต์ข้อความระบุว่า ขอมไม่ใช่เขมร – อารยธรรมไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของรัฐชาติ

เมื่อใดก็ตามที่มีข้อพิพาทเรื่องโบราณสถานระหว่างไทยกับกัมพูชา มักมีคำกล่าวหนึ่งที่เขมรหยิบมาใช้เสมอ:


> “ปราสาทขอมต้องเป็นของเขมร เพราะขอมคือบรรพบุรุษของกัมพูชา”

คำพูดนี้ฟังดูหนักแน่น แต่เมื่อย้อนกลับไปดู “กาลเวลา” และ “ฐานรากของอารยธรรม” จะเห็นชัดว่า ไม่สามารถเอา “ขอม” ซึ่งเป็นอารยธรรมร่วมภูมิภาค มาอ้างว่าเป็นสมบัติของรัฐชาติหนึ่งโดยเฉพาะได้

---

ขอม: อารยธรรมร่วมของลุ่มน้ำโขง

อารยธรรมขอม หรือ Khmer Empire เริ่มต้นราว พุทธศตวรรษที่ 14–18 (ค.ศ. 800–1400) โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองพระนคร (นครวัด–นครธม) แต่แผ่อิทธิพลไปทั่วทั้ง ลุ่มน้ำโขง–เจ้าพระยา และปริมณฑล

ศิลปกรรมขอมปรากฏทั้งในกัมพูชา ไทย ลาว เวียดนาม และแม้แต่ในพม่า

> ถ้าจะพูดให้ถูกต้อง — ขอมคือ “อารยธรรมเหนือพรมแดนรัฐชาติ” ที่เชื่อมโยงคนหลายเผ่าพันธุ์เข้าไว้ด้วยกัน

---

ไทยไม่ได้แยกขาดจากขอม — ไทยกลั่นกรองขอมจนกลายเป็นตนเอง

ก่อนจะมีชาติไทย ชาติสยาม หรือราชอาณาจักรสุโขทัย สิ่งที่อยู่ในพื้นที่ไทยคืออารยธรรมที่ถูกถักทอไว้แล้วหลายชั้น ได้แก่:

ศรีเทพ (พุทธศตวรรษที่ 11–14) อารยธรรมดั้งเดิมของลุ่มเจ้าพระยาตอนบน มีรากอินเดีย–ขอม

ทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ 12–16) ในภาคกลาง — สะท้อนการรับพุทธศาสนาแบบมหายานผสมพราหมณ์ มีวัฒนธรรมร่วมกับขอม

ละโว้–ลพบุรี (พุทธศตวรรษที่ 15–18) ถูกอิทธิพลขอมครอบคลุมโดยตรงจนกลายเป็นรัฐแบบขอมย่อส่วน ทั้งการวางผังเมือง ปราสาทหิน และอักษรจารึก

สิ่งเหล่านี้กลั่นกรองขึ้นมาเป็น “แก่นกลางของอารยธรรมไทยยุคแรก” ก่อนที่สุโขทัยจะดึงสิ่งเหล่านี้ไปปรุงเป็นความเป็น “ไทย” ที่เรารู้จักในภายหลัง

> ขอมจึงไม่ใช่ “ของนอก” สำหรับไทย แต่คือ “เส้นเลือดสายหนึ่ง” ของร่างประวัติศาสตร์ไทย

---

[????????] เขมร: รัฐใหม่ ไม่ใช่เจ้าของอารยธรรม

กัมพูชาในฐานะ “รัฐชาติ” เพิ่งเกิดขึ้นหลังปี พ.ศ. 2496 (ค.ศ. 1953) เมื่อได้รับเอกราชจากฝรั่งเศส หลังจากตกเป็นอาณานิคมมากว่า 90 ปี

แม้จะอ้างว่าเป็นทายาทอารยธรรมขอม แต่ความเป็น “รัฐ” ของกัมพูชาไม่ได้สืบต่อโดยตรงจากจักรวรรดิขอมโบราณ หากแต่ผ่านยุคล่มสลาย–สงคราม–ลัทธิล่าอาณานิคมมาก่อน

> เพราะฉะนั้น การอ้างว่า “ขอมคือเขมร” หรือ “มรดกขอมเป็นของกัมพูชา” จึงไม่ใช่ข้อเท็จจริงเชิงประวัติศาสตร์ หากแต่เป็น “วาทกรรมชาตินิยม” ที่สร้างขึ้นภายหลัง

---

ถ้าเขมรมีสิทธิ — ไทย ลาว เวียดนาม ก็ควรมีสิทธิด้วย

โบราณสถานขอมในไทยมีมากกว่า 100 แห่ง เช่น พนมรุ้ง เมืองต่ำ ศีขรภูมิ ตาเมือนธม ศรีเทพ และลพบุรี ต่างมีรากทางขอมอย่างชัดเจน

ลาวก็มีปราสาทวัดพู

เวียดนามมีร่องรอยขอมทางใต้

ทุกประเทศมีสิทธิในเชิง “มรดกร่วม” ไม่ใช่ของใครคนใดคนเดียว

> ถ้าจะถือว่า “มรดกขอม = สมบัติของรัฐกัมพูชา” ก็ต้องยอมให้ประเทศอื่นอ้างสิทธิตามหลักเดียวกันด้วย

---

ข้อสรุปจากกาลเวลา

อารยธรรม ช่วงเวลาโดยประมาณ ความสัมพันธ์กับไทย

ศรีเทพ พ.ศ. 1100–1400 จุดเริ่มเมืองรัฐในลุ่มเจ้าพระยา มีอิทธิพลขอม

ทวารวดี พ.ศ. 1200–1600 วัฒนธรรมอินเดีย–ขอม–พุทธ

ละโว้ พ.ศ. 1400–1800 เมืองสำคัญของขอมในลุ่มเจ้าพระยา

ขอม (นครวัด) พ.ศ. 1300–1800 ศิลปะขยายมายังสุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว ศรีสะเกษ ฯลฯ

กัมพูชา (รัฐชาติ) พ.ศ. 2496 – ปัจจุบัน รัฐใหม่หลังพ้นฝรั่งเศส ไม่ได้สืบสิทธิขอมโดยตรง

---

[????????] ขอมไม่ใช่ของใคร — ขอมเป็นของภูมิภาค

ถ้าจะเคารพประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง ต้องยอมรับว่า “อารยธรรม” ไม่ใช่ “สมบัติส่วนตัวของรัฐชาติ”

> ไทยไม่ได้แย่งขอมจากเขมร — เพราะ ขอมก็อยู่ในร่างของความเป็นไทยตั้งแต่ต้นแล้ว

และถ้าจะพูดให้แฟร์ — เขมรก็ไม่ควรแย่งขอมจากไทยเหมือนกัน

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top