มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) สถาบันการศึกษายุคใหม่ ที่ไม่ได้หยุดแค่การให้ความรู้ในห้องเรียน แต่ยังมุ่งสร้าง “พื้นที่แห่งโอกาส” ที่เปิดกว้างสำหรับนักศึกษาทุกคน ไม่ว่าจะมาจากพื้นฐานแบบใด หรือมีข้อจำกัดในรูปแบบไหน เพราะ DPU เชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพในแบบของตัวเอง และควรได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมในการเรียนรู้และเติบโต ที่นี่จึงออกแบบการเรียนรู้ให้ครอบคลุมทั้งด้านวิชาการ การฝึกปฏิบัติ และการพัฒนาทักษะชีวิต ควบคู่ไปกับการส่งเสริมนักศึกษาให้กล้าคิด กล้าทำ และกล้าแสดงออกในแบบที่เป็นตัวเอง เพื่อก้าวไปสู่อนาคตอย่างมั่นใจและมีคุณค่า
หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนแนวคิดนี้ก็คือเรื่องราวของ “น้องบีม” นางสาวภัทรดา แก้วผ่อง นักศึกษาชั้นปีที่ 3 จากคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม สาขาโรงแรมและธุรกิจอาหาร ผู้คว้าตำแหน่ง Miss Wheelchair Thailand 2025 มาครองหมาด ๆ ที่ไม่ได้เพียงแค่คว้ามงกุฎ แต่ยังคว้าหัวใจของผู้คนมากมาย ด้วยทัศนคติที่เปี่ยมพลัง และความเชื่อมั่น พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับทั้งเพื่อนร่วมรุ่นและสังคมว่า ไม่ว่าใครก็มีสิทธิ์จะฝัน และลุกขึ้นตามฝันนั้น...ในแบบของตัวเอง
พลังจาก DPU ที่ผลักดันศักยภาพให้เฉิดฉาย
นางสาวภัทรดา เล่าว่า ตลอดการเรียนที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ตนได้รับการดูแลจากอาจารย์ที่คอยสนับสนุนทั้งในด้านวิชาการและกำลังใจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบรรยากาศการเรียนรู้ที่เปิดกว้างและไม่ปิดกั้นความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดทางร่างกายหรือรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย
“สิ่งที่หนูรู้สึกชัดที่สุดคือ DPU มองเห็นตัวเราในแบบที่เราเป็น ไม่เคยทำให้เรารู้สึกว่าเป็นภาระเลย แต่กลับให้โอกาส ให้กำลังใจ และคอยสนับสนุนให้เรากล้าแสดงออกในแบบของตัวเอง แม้บางกิจกรรมในห้องเรียนจะมีข้อจำกัดที่ทำให้หนูทำได้ไม่เต็มที่ อาจารย์ก็พูดเสมอว่า ‘ทำเท่าที่ไหว แค่เต็มที่ก็พอ’ คำพูดแบบนี้หนูไม่มีวันลืมเลยค่ะ เพราะมันคือพลังใจที่สำคัญมาก”
นอกจากนี้ DPU ยังใส่ใจในด้านกายภาพอย่างจริงจัง เช่น การปรับปรุงทางลาดให้เหมาะสมกับผู้ใช้รถเข็น และการจัดสรรพื้นที่อาคารเรียนให้เข้าถึงได้อย่างสะดวกสบาย ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและบุคลากรในมหาวิทยาลัยต่างให้ความช่วยเหลืออย่างอบอุ่นและเต็มใจ ทำให้บีมสามารถใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยได้อย่างมั่นใจ เต็มไปด้วยพลัง และไม่รู้สึกว่าตัวเองแตกต่างจากใครเลยแม้แต่น้อย
เบื้องหลังมงกุฎ Miss Wheelchair คือพลังใจจากคนรอบข้าง
การเตรียมตัวขึ้นเวที Miss Wheelchair Thailand ของน้องบีมเกิดขึ้นท่ามกลางช่วงเวลาที่กดดันกับตัวเอง ทั้งการสอบปลายภาค ภารกิจโครงการในมหาวิทยาลัย และกิจกรรมที่ต้องรับผิดชอบในฐานะตัวแทนนักศึกษา แทบไม่มีเวลาเตรียมตัวหรือฝึกซ้อมเหมือนผู้เข้าประกวดคนอื่น ๆ แต่สิ่งที่หล่อเลี้ยงหัวใจและผลักดันให้กล้ายืนหยัดอยู่บนเวทีใหญ่ได้อย่างมั่นใจ คือ “พลังใจจากคนรอบข้าง” โดยเฉพาะจากอาจารย์และเพื่อน ๆ ที่คอยอยู่เคียงข้างเสมอ
“อาจารย์ให้กำลังใจหนูมาตลอด และยังเป็นผู้สนับสนุนชุดราตรีที่หนูใส่ในวันประกวดด้วยค่ะ หนูรู้สึกว่าไม่ได้ขึ้นเวทีนี้คนเดียวเลย แต่เหมือนมีทั้งคณะ ทั้งมหาวิทยาลัยอยู่ข้างหลัง คอยผลัก คอยซัพพอร์ตให้หนูกล้าเดินไปข้างหน้า”
แม้จะไม่ใช่คนที่พูดเก่ง หรือตอบคำถามได้ตรงทุกประเด็นเหมือนผู้เข้าประกวดคนอื่น ๆ แต่น้องบีมเชื่อมั่นใน “รอยยิ้ม” ที่มาจากความจริงใจ เพราะนั่นคือจุดแข็งที่ใช้ส่งผ่านพลังบวกไปยังผู้ชมและคณะกรรมการ ให้ทุกคนเห็นว่า คนพิการก็มีความมั่นใจ มีเสน่ห์ และมีคุณค่าในแบบของตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แค่เป็นตัวเองอย่างเต็มที่
ฝึกงาน–เรียนรู้–และความฝันที่ยังไม่หยุดอยู่แค่เวที
นอกจากบทบาทของการเป็นนางงาม น้องบีมยังสวมหมวกอีกใบในฐานะนักศึกษาฝึกงานที่โรงแรม Best Western แจ้งวัฒนะ โดยปฏิบัติหน้าที่อยู่ในแผนก Sales & Marketing ซึ่งเป็นสายงานที่สนใจและหลงใหลมาตั้งแต่เริ่มต้นเรียนสายบริการ หน้าที่ของบีมเริ่มตั้งแต่การคีย์ข้อมูล จองห้องพัก ไปจนถึงการเริ่มต้นสื่อสารกับลูกค้าจริง ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการนำความรู้ในห้องเรียนไปต่อยอดในโลกการทำงานจริงอย่างเป็นรูปธรรม
หลังจากคว้าตำแหน่ง Miss Wheelchair Thailand 2025 ต้องเดินสายขอบคุณผู้สนับสนุนและเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ หลายอย่าง จึงได้เข้าพูดคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาและฝ่ายทรัพยากรบุคคลของโรงแรม ซึ่งต่างก็ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านการขยายระยะเวลาฝึกงาน และการจัดสรรตารางให้เธอสามารถทำหน้าที่นางงามควบคู่กับการเป็นนักศึกษาได้อย่างลงตัว
“การฝึกงานทำให้หนูได้เรียนรู้โลกจริงของการทำงานค่ะ ไม่ใช่แค่เรื่องเนื้อหาหรือวิชา แต่เป็นเรื่องของวินัย ความรับผิดชอบ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น หนูโชคดีมากที่เจอทีมงานที่เข้าใจและสนับสนุน ทำให้หนูกล้ามากขึ้น มั่นใจมากขึ้น และพร้อมที่จะพัฒนาตัวเองต่อไปค่ะ”
พลังเล็ก ๆ ให้เพื่อนกล้าเป็นตัวเองโดยไม่ต้องกลัว
นางสาวภัทรดา กล่าวถึงเป้าหมายในอนาคตของตนอย่างชัดเจนว่า อยากทำงานในสาย Front Office ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้ทักษะด้านการบริการอย่างเต็มศักยภาพ ทั้งการต้อนรับ ความใส่ใจรายละเอียด และการสื่อสารกับลูกค้าแบบมืออาชีพ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนได้ฝึกฝนมาตลอดระยะเวลาที่ศึกษาอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
นอกจากเป้าหมายด้านอาชีพ ยังมีความตั้งใจที่จะเป็น “พลังเล็ก ๆ” ที่ช่วยเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้กับเพื่อนนักศึกษาในมหาวิทยาลัย พื้นที่ที่ทุกคนสามารถแลกเปลี่ยน พูดคุย และสนับสนุนกันด้วยความเข้าใจ โดยไม่มีอคติหรือการตัดสินใด ๆ
“บางคนอาจเจอปัญหาแต่ไม่กล้าพูด เพราะกลัวจะไม่มีใครเข้าใจ หรือกลัวจะถูกมองแปลกไป หนูอยากให้มีพื้นที่เล็ก ๆ ที่ทุกคนกล้าพูดในสิ่งที่รู้สึก และได้รับฟังด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง เพราะหนูเชื่อว่า ‘ความเข้าใจ’ คือจุดเริ่มต้นของทุกการเปลี่ยนแปลง และเป็นพลังที่เยียวยาใจคนได้มากกว่าที่คิด”
ท้ายที่สุด Miss Wheelchair Thailand 2025 ยังฝากกำลังใจถึงเพื่อน ๆ นักศึกษาทุกคน โดยเฉพาะคนที่กำลังเผชิญความไม่มั่นใจในตัวเอง ว่าอย่าปล่อยให้คำพูดของใคร หรือข้อจำกัดใด มาขวางกั้นความฝันที่มีอยู่
“ทุกคนมีคุณค่าในแบบของตัวเองค่ะ ถ้าวันนี้ยังไม่มั่นใจ ก็ไม่เป็นไร แค่ยิ้มไว้ แล้วค่อย ๆ เดินไปในจังหวะของเรา ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องเปรียบเทียบ เชื่อว่าความพยายามจะพาเราไปถึงฝันที่งดงามในเวลาที่เหมาะสมแน่นอนค่ะ” น้องบีมทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยพลัง
.-008
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี