วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
โคราชคืบหน้าเครนมรณะพบแล้วผู้สูญหายทั้ง 3 ราย จากเหตุเครนถล่มทับขบวนรถไฟ สองสามีภรรยาผู้รอดชีวิตเล่านาทีระทึก ส่วนรื้อเครนถล่ม ระดมเครนใหญ่ 4 ตัวดึง “เครนสีส้ม” ออกจากจุดเกิดเหตุ คุมเข้มรัศมี 50 เมตร พร้อมทำบุญให้กับผู้เสียชีวิต ด้านผู้การตำรวจโคราชเยี่ยม 2 เหยื่อเครนถล่มทับรถไฟ—ช่วงแรกตามหาไม่เจอ
16 มกราคม 2569 ความคืบหน้าการจัดการพื้นที่เกิดเหตุเครนที่ใช้ก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง ล่าสุดผู้รับเหมาระดมเครนขนาดใหญ่จำนวน 4 ตัว เข้าดำเนินการยึดโยงกับ เครนสีส้ม ที่อยู่ในจุดเกิดเหตุ เพื่อเตรียมรื้อถอนและเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ โดยมีการส่งคนงานขึ้นไปด้านบน เพื่อนำสลิงทำการยึดโยงกับตัวเครนอย่างแน่นหนา ก่อนเริ่มถอดชิ้นส่วนออกเป็นลำดับ โดยขั้นตอนการดำเนินการเป็นไปด้วยความระมัดระวังสูงสุด เพื่อป้องกันไม่ให้เครนเกิดการเคลื่อนตัว หรือเกิดอันตรายซ้ำเติมระหว่างการรื้อถอน โดยผู้รับเหมาเตรียมจะถอด ชิ้นส่วนสีฟ้า ออกมาก่อน จากนั้นจึงทยอยรื้อถอนส่วนประกอบอื่นตามแผนที่วางไว้

ขณะเดียวกันในพื้นที่ได้ประกอบพิธีทำบุญ อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตโดยคณะสงฆ์ 10 รูป บรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า มีหลายหน่วยงานเข้าร่วมในพิธีครั้งนี้
ส่วนมาตรการความปลอดภัยรอบพื้นที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้นำ แบริเออร์และเชือกกั้นแนวพื้นที่ไม่ให้บุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าใกล้จุดปฏิบัติงาน โดยกำหนดรัศมีความปลอดภัย ไม่น้อยกว่า 50 เมตร เพื่อป้องกันอันตรายจากการเคลื่อนย้ายและรื้อถอนเครนที่มีขนาดใหญ่และมีความเสี่ยงสูง
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมย้ำเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่ เพื่อความปลอดภัยจนกว่าการรื้อถอนจะแล้วเสร็จ

ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยนายชนม์บันลือ วรรธนพันธุ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวและกีฬาจ.นครราชสีมา , นายธนากร ประพฤทธิพงษ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีม พร้อมหัวหน้าส่วนงานได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจาเหตุเครนถล่มทับขบวนรถไฟ พร้อมมอบกระเช้าของขวัญเพื่อสร้างความกำลังใจและเยี่ยมอาการผู้บาดเจ็บ จำนวน 10 ราย
ส่วนความคืบหน้ากรณีตามหาบุคคลสูญหาย กรณีอุบัติเหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงพังถล่มทับขบวนรถไฟที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ล่าสุดบ่ายวันนี้ (16 มกราคม 2569) พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้เดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บ 2 ราย ที่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา โดยจากการตรวจสอบทราบว่า ผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ราย เป็นสามีภรรยากัน และอยู่ในรายชื่อผู้สูญหาย ทราบชื่อผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ราย คือ นายจุลจักร อุทัยรังสี อายุ 72 ปี และนางเสาวลักษ์ อุทัยรังสี อายุ 68 ปี

นายจุลจักร อุทัยรังษี ผู้บาดเจ็บเล่าให้ฟังว่า ตน และภรรยาเดินทางมาบนรถไฟขบวนดังกล่าว โดยนั่งอยู่ตู้โดยสารที่ 3 แถวหลังสุด เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุเวลาประมาณ 09.00 น.เศษ ตนก็ได้ยินดังปังหลายครั้ง จนตู้โดยสารนั้นเอียง ตนคิดว่าต้องตายแน่ๆ ในระหว่างนั้นตนก็พยายามดึงแขนภรรยาไว้ และเห็นคนที่นั่งด้านข้างถีบกระจกรถไฟหนีออกไป ต่อมาตนก็ได้ยินเสียงคนที่อยู่ด้านนอกรถไฟตะโกนบอกให้รีบออกมาจากรถไฟ เพราะรถไฟจะระเบิด พอได้ยินดังนั้นตนก็เลยใช้กระเป๋าเดินทางของตนทุบกระจกรถไฟ และชาวบ้านในพื้นที่รีบเข้ามาช่วยตน และภรรยาออกมาจากรถไฟ ซึ่งหลังจากออกมาแล้วก็เห็นภรรยาตนได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะมีเลือดอาบ ชาวบ้าน และกู้ภัยจึงรีบพาตน และภรรยาส่งมารักษาตัวที่โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา

พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ในวันนี้ตนได้เดินทางมาเยี่ยมผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุเครนตกลงมาใส่ขบวนรถไฟที่รักษาตัวอยู่ที่ รพ.กรุงเทพราชสีมา โดยทั้ง 2 สามีภรรยานั้นเป็นหนึ่งในบุคคลที่สูญหายทั้ง 3 ราย ที่ได้มีการรายงานไปก่อนหน้านั้น โดยทางเจ้าหน้าที่เพิ่งทราบภายหลังว่า มีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวมารักษาตัวอยู่ที่ รพ.กรุงเทพราชสีมา ส่วนผู้สูญหายอีก 1 รายนั้น เป็นผู้โดยสารหญิงที่ซื้อตั๋วรถไฟจากสถานีกรุงเทพฯ แต่เปลี่ยนใจไม่ขึ้นมากับขบวนรถไฟ หันไปเดินทางด้วยรถตู้โดยสารแทน
ในส่วนของการตรวจอัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตนั้น เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องของการดำเนินคดีกับบริษัทรับเหมา และผู้ที่เกี่ยวข้องนั้น ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง และรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด โดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด

พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิต และขอส่งกำลังใจให้ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ทุกคน พร้อมนำความห่วงใยจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รวมถึงผู้บังคับบัญชาตำรวจภูธรภาค 3 เข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่เข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกรุงเทพนครราชสีมา โดยผู้ได้รับบาดเจ็บที่เข้ารับการรักษาในครั้งนี้จำนวน 2 ราย คือ นายจุลจักร์ อุทัยรังษี อายุ 74 ปี และ นางเสาวลักษณ์ อุทัยรังษี อายุ 69 ปี ซึ่งเป็นผู้โดยสารที่โดยสารมากับขบวนรถไฟและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว
พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ฯกล่าวว่า ผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ราย เป็นกลุ่มผู้โดยสารที่ในช่วงแรกมีรายงานว่าตามหาไม่พบ และยังไม่สามารถติดต่อได้ แต่ภายหลังจากตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง ได้รับการยืนยันจากโรงพยาบาลกรุงเทพนครราชสีมาว่ามีผู้ป่วยจากเหตุการณ์เข้ารักษาตัวจำนวน 2 ราย ทำให้สามารถติดตามตัวได้ครบถ้วน ส่วนกรณีผู้สูญหายในช่วงแรกนั้น พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นมีรายงานผู้สูญหาย 3 ราย แต่ขณะนี้สามารถติดตามพบครบแล้ว โดยอีก 1 รายพบว่าซื้อตั๋วโดยสารไว้แล้วแต่ไม่ได้ขึ้นขบวนรถไฟ และได้เหมารถตู้เดินทางมายังจังหวัดนครราชสีมาแทน ส่งผลให้ขณะนี้ไม่มีผู้สูญหายตกค้างเพิ่มเติม

สำหรับความคืบหน้าการพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างเพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์ครบถ้วนแล้ว อยู่ระหว่างรอผลตามกระบวนการ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน
ขณะที่ความคืบหน้าทางคดี พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ ระบุว่า ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งรัดการสอบสวนอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวานนี้ได้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไปแล้วหลายราย ทั้งคนขับเครน วิศวกรควบคุมงาน วิศวกรโครงการ และฝ่ายเครื่องจักรเครื่องกล พร้อมเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม รวมถึงสอบปากคำผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ด้านการปฏิบัติงาน เพื่อพิจารณาว่าสาเหตุของเหตุการณ์เกิดจากอะไร มีความบกพร่องผิดพลาดในจุดใด และเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายข้อหาใดบ้าง ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนอย่างรอบคอบ ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหานั้นขอย้ำว่า การพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาอาจต้องใช้เวลา เนื่องจากเป็นคดีที่ต้องใช้พยานหลักฐานหลายด้าน แต่ตำรวจได้ตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนขึ้นมารับผิดชอบโดยเฉพาะ มีพนักงานหลายฝ่ายร่วมดำเนินการ เพื่อเร่งรัดให้เร็วที่สุด พร้อมยืนยันจะทำคดีอย่างรอบคอบ เป็นธรรม และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างดีที่สุด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี