อย่ายกย่องเกินจริง! หมอวิชาญ ฉายข้อมูลอีกมุม แพทย์ชนบท

อย่ายกย่องเกินจริง! หมอวิชาญ ฉายข้อมูลอีกมุม แพทย์ชนบท

วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.38 น.

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 นพ.วิชาญ บุญกิติกร ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Wichan Bhunyakitikorn ระบุว่า มุมหนึ่งของเรื่องเล่า มุมที่ไม่ค่อยมีใครเล่า…เพราะคนที่อยู่ตรงนั้น ไม่ถนัดพูด

ช่วงนี้ ข่าว “แพทย์ชนบท” กลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง
หลายชิ้น หลายข่าวเขียนในทำนองยกย่อง เป็นฮีโร่โควิดในกรุงเทพฯ ที่ถูกกลั่นแกล้ง ถูกกดดัน


ตอนแรก ผมก็คิดจะปล่อยผ่าน
แต่พอดีพี่ที่เคารพท่านหนึ่ง ส่งคลิปสัมภาษณ์มาให้ดู พร้อมถามว่า
“คิดเห็นอย่างไร?”

ผมเลยลองนั่งฟังตั้งแต่ต้นจนจบ
ฟังแล้ว…ก็อดตั้งคำถามไม่ได้

คำพูดจำนวนไม่น้อย ฟังดูเหมือนเล่าเฉพาะด้านที่ตัวเองดูดี
เสียสละ ทุ่มเท ทำงานอย่างหนัก
ซื้อของถูก
อีกหน่วยซื้อแพงกว่าเป็นร้อย กินส่วนต่าง
ฟังแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า แล้วคนอื่นที่ทำงานอยู่ในระบบปกติ
เขากลายเป็นคนผิดไปหมดหรืออย่างไร
มายัดเยียดข้อหากินส่วนต่างได้อย่างไร
ทำไมถึงดูหมิ่น การทำงานของคนอื่นได้ขนาดนี้

ผมไม่ได้ตั้งใจจะขยายเรื่อง
แค่อยากเล่าไว้ในพื้นที่ส่วนตัว
เล่าแค่นี้…แล้วก็พอ

เพราะเอาเข้าจริง ผมพอจะเดาได้อยู่แล้วว่า
กระแสข่าวแบบนี้ มักไม่ได้มาเพราะ “อยากเล่าอดีต” อย่างเดียว

ถ้าย้อนกลับไปช่วงโควิดระบาดหนักในกรุงเทพฯ
ผมพยายามนึกอยู่นานมากว่า
เคยเห็นทีมแพทย์ชนบทเข้ามาทำงานร่วมกับทีมกรุงเทพฯ ตอนไหน

ผมทำงานกับ กทม. ทุกวัน
ร่วมวางแผนในแทบทุกวงประชุม
ตั้งแต่ระดับนโยบาย จนถึงหน้างาน

แต่ก็ต้องพูดตามความจริงว่า
ผมไม่เคยเห็นการเข้ามาวางแผนร่วมกันอย่างเป็นระบบ
ไม่เคยเห็นการมานั่งคุยว่า
จะทำที่ไหน
วันไหน
ใครรับผิดชอบอะไร
และต่อจากนั้น ใครจะดูแลผู้ป่วยอย่างไร

ที่พอจำได้ มีอยู่ไม่กี่เหตุการณ์
หนึ่งในนั้น คือการโทรไปชวนอย่างสุภาพให้มาคุยวางแผนร่วมกัน
แล้วการสนทนาก็จบลงอย่างรวดเร็ว

ผมไม่ได้ถือโทษ
เพียงแต่จำได้

ผมต้องใช้เวลารื้อฟื้นความทรงจำอยู่นาน
จนถึงขั้นถามภรรยาว่า
“ช่วงนั้น ผมเคยบ่นเรื่องแพทย์ชนบทบ้างไหม?”

คำตอบที่ได้คือ
“คุณบ่นว่าเขาเข้ามาตรวจ เอาภาพ เอาข่าว แล้วก็กลับ
ทิ้งปัญหาให้ทีมเดิมต้องจัดการต่อ”

ประโยคนั้น ทำให้ภาพหลายอย่างค่อย ๆ กลับมา
และผมก็ต้องยอมรับตรง ๆ ว่า
บางรายละเอียดอาจเลือนไปบ้าง
เพราะช่วงเวลานั้น เต็มไปด้วยภาระงานหนักหนา และความกดดันมหาศาล

เพราะผมอยู่ตรงนั้น
ช่วงโควิด ผมทำงานอยู่หน้างานทุกวัน
ทำงานร่วมกับผู้ว่าฯ สำนักอนามัย และศูนย์ปฏิบัติการของกรุงเทพมหานคร

เรื่องการเข้ามาตรวจเชิงรุก
ไม่ใช่แค่ “อยากมาก็มา” แล้วจบ

มันต้องมีแผน
ตรวจที่ไหน
วันไหน
ใช้คนกี่คน
ถ้าพบผู้ติดเชื้อ ใครรับช่วงต่อ
โรงพยาบาลไหนรองรับ
ข้อมูลจะถูกบันทึกในระบบอย่างไร

ทั้งหมดต้องเชื่อมกัน
เพราะประเทศอยู่ในภาวะฉุกเฉิน
มีระบบบัญชาการ มีแผน มีลำดับการตัดสินใจ

ไม่ใช่ใครคิดจะทำอะไรก็ทำ โดยไม่สนว่าคนอื่นกำลังทำอะไรอยู่

ผมชวนแล้ว
ผมประสานแล้ว
เมื่อไม่เกิดการเชื่อม ผมก็ถอย
เพราะในภาวะวิกฤต การทำงานต้องเป็นเอกภาพ

สำหรับผม
ฮีโร่โควิดในกรุงเทพฯ มีมากมาย

ตั้งแต่กลุ่มไรเดอร์จิตอาสา
กลุ่มเทคนิคการแพทย์อาสา
ไปจนถึงเจ้าหน้าที่ตัวเล็ก ๆ ที่อยู่หน้างานทุกวัน
ตั้งแต่ต้นจนจบ

คนเหล่านี้ ไม่ได้มาแค่ “ช่วยเฉพาะกิจ”
แต่เป็นส่วนหนึ่งของทีมจริง ๆ
วางแผนร่วมกัน แก้ปัญหาร่วมกัน รับผิดชอบร่วมกัน

ต่างจากบางกลุ่มที่มาเป็นข่าว
ซึ่งผมไม่เคยเห็นการเสนอตัวเข้ามาทำงานร่วมกับทีมอย่างเป็นระบบ
หลายครั้ง เรามารู้เอาทีหลังว่ามีการลงพื้นที่ไปแล้ว

เราก็เลือกจะหลับตาข้างหนึ่ง
เพราะเชื่อว่าเจตนาดี
และประชาชนเดือดร้อนจริง

แต่เมื่อกระแสชื่นชมถาโถม
มันก็อดทำให้คนที่อยู่หน้างานตลอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้

ว่าทำไม
คนที่มาเพียงช่วงสั้น ๆ กลับถูกยกย่อง
ในขณะที่คนที่อยู่ตรงนั้นทุกวัน กลับเงียบหาย

อาจเป็นเพราะพวกเราไม่ถนัดเล่าเรื่อง
ไม่ชอบถ่ายรูป
ไม่ถนัดออกสื่อ

ก็เป็นได้

ผมไม่ได้โกรธ
ไม่ได้อิจฉา
เพียงแค่รู้สึกว่า คำยกยอบางคำ
มันอาจเกินความจริงไปบ้าง

ผมไม่มีอคติ
มีแค่อีกมุมหนึ่งที่อยากเล่า

ผมไม่รู้จักแพทย์ชนบทเป็นการส่วนตัว
ไม่เคยมีปัญหาส่วนตัวใด ๆ
แต่ในช่วงที่พวกเขาเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯ
ผมไม่ได้รับการประสานแผนการตรวจใด ๆ เลย
ทั้งที่ผมได้รับมอบหมายให้ทำงานกับศูนย์กรุงเทพฯ โดยตรง

ผมไม่โทษเจตนา
ผมเชื่อว่าทุกคนอยากช่วย อยากทำดี

แต่การจัดการสาธารณสุขในเมืองใหญ่ยามวิกฤต
ต้องอาศัย “ระบบ”
ต้องอาศัย “การทำงานเป็นทีม”

เจตนาดีอย่างเดียวไม่พอ
ถ้าไม่เชื่อมกับระบบหลัก
มันอาจสร้างปัญหาซ้ำ โดยไม่ตั้งใจ

ท้ายที่สุด

ผมคิดว่า ฮีโร่ไม่จำเป็นต้องมีชื่อกลุ่ม
ไม่จำเป็นต้องเป็นข่าว

บางคน ไม่เคยถูกพูดถึง
แต่เขาอยู่ตรงนั้นทุกวัน
ทำงานหนัก ต่อเนื่อง และไม่เคยหยุด

ถ้าจะพูดถึงการช่วยกรุงเทพฯ ช่วงโควิด
อย่าดูแค่ภาพ
อย่าฟังแค่คำเล่า

ให้ดูทั้งระบบ
ดูความจริงทั้งหมด

เพราะวิกฤตสอนเราว่า
“เจตนาดี” และ “ระบบที่ดี” ต้องเดินไปด้วยกันเสมอ

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top