วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
3 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัย(ศรภ.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า การออกเสียงประชามติครั้งนี้ ทำเพื่อใครกันแน่
1 รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนั้น ดี และ เหมาะสม กับเหตุการณ์บ้านเมืองตอนนี้มาก สามารถป้องกันไม่ให้ ทั้ง นายก และ ส.ส. เฮงซวย มีอำนาจหาผลประโยชน์ได้เป็นอย่างดี
รวมถึง การป้องกันไม่ให้นักการเมืองเหล่านั้น เข้ามาใช้อิทธิพลก้าวก่าย ต่อ 3 อำนาจอธิปไตย หรือ ถอนทุน การเอื้อต่อกลุ่มสแกรมเม่อร์ ก็ทำได้ลำบาก นักการเมืองส่วนหนึ่งจึงเห็นว่า รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้กำลังคุกคามโอกาสทำมาหากินของตัวเองอยู่ บางกลุ่มเลยไปถึงการล้มอำนาจรัฐด้วย ดังนั้นพวกเราประชาชนจึงไม่ควรเปิดช่องให้มีการแก้ไขในตอนนี้ รอให้บ้านเมืองสงบกว่านี้ค่อยมาว่ากันใหม่ หรืออยากแก้ไขมาตราไหน ก็สามารถทำได้เลย เพียงแต่มันต้องเปิดเผยเจตนาที่แท้จริงออกมา ให้ประชาชนรู้ ซึ่งทำได้โดยไม่ต้องทำประชามติ ถ้าจะแก้ให้ดีขึ้น ก็ไม่เห็นน่ากลัวอะไรเลย ที่จะต้องไปเลือกใช้การแก้ทั้งฉบับ ให้เปลื้องทรัพย์สินของชาติ อีกหลายพันล้านทีเดียว
2 ปัจจุบันประชาชนมีแนวโน้มจะสนับสนุนแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับมากกว่าการไม่แก้ไขทั้งฉบับ (แต่ให้ไปแก้ไขเป็นรายมาตราแทน) ซึ่งมีสาเหตุมาจาก
(1) ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับครั้งนี้ มีพรรคการเมืองหลักที่มีโอกาส เข้ามาจัดตั้งรัฐบาลถึง 5 พรรค ที่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
( 4 พรรคไม่ต้องการแก้ไขหมวด 1 และ 2 ยกเว้นพรรค ปชน. เท่านั้นที่ต้องการให้แก้ไขหมวด 1 และ 2 ซึ่งเป็นหมวดที่เกี่ยวข้องกับสถาบันฯ โดยตรง) แต่ในบัตรลงคะแนนเสียงประชามติไม่ได้ระบุข้อความลึกลงไปถึงเรื่องการแก้ไขหมวด 1 และ 2 หรือไม่ คงเป็นคำถามแค่ “ท่านมีความเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” เท่านั้น จึงทำให้พรรค ปชน. ที่ต้องการแก้ไขทั้งหมวด 1 และ 2 ด้วยได้เปรียบ เพราะมีประชาชนที่นิยมอีก 4 พรรคเข้ามาร่วมลงคะแนน สนับสนุนให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับด้วย เพิ่มเข้าไปโดยไม่เจตนา หรือไม่รู้ตัว
(2) ทั้ง 5 พรรคที่สนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นพรรคการเมืองใหญ่ที่คาดว่าจะมีคะแนนเสียงรวมกันมากกว่า 400 คน จึงเป็นผลทำให้ผู้สนับสนุน พรรคการเมืองเหล่านี้เกือบครึ่งหนึ่งตัดสินใจเลือก “การแก้ไขรัฐธรรมนูญ” ตามพรรคที่ตนชอบ จนกลายเป็นผู้ที่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามไปด้วยโดยไม่รู้ตัว ซึ่งจะเป็นผลทำให้พรรค ปชน. สามารถนำไปกล่าวอ้างเหมารวมได้ว่า
ประชาชนเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับการแก้ไข ม.๑๑๒ สามารถทำได้เพราะ ตัวแทน พรรค ปชน. ได้แถลงออกไปแล้วในการดีเบท
3กรณีนี้จะสร้างความสับสนวุ่นวาย มีการแบ่งฝ่ายเกิดขึ้นในสังคมไทย อีกครั้ง แต่ถ้าการออกเสียงประชามติ แยกออกจากการออกเสียงเลือกตั้งแล้ว กระแสการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับจะไม่ชนะอย่างแน่นอน
4ในปัจจุบัน ทาง กกต. ได้พยายามชี้แจงว่าการเลือกตั้ง สส. กับ การออกเสียงประชามตินั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกัน และเป็นคนละกรณีแยกออกจากกัน โดยให้ผู้ที่ไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งแสดงตนรับบัตรเลือกตั้งไปก่อน เมื่อลงคะแนนเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงเดินต่อไปแสดงตัวอีกครั้งหนึ่ง เพื่อรับบัตรลงประชามติ แล้วนำไปใส่หีบประชามติเฉพาะ ซึ่งเป็นการแสดงออกที่เห็นได้ชัดเจนว่าการเลือกตั้ง สส. ไม่ได้เกี่ยวข้อง หรือผูกพันกับการลงประชามติแต่อย่างใด
ดังนั้นการประชาสัมพันธ์ต่อประชาชนในกรณีนี้ทุกภาคส่วนจะต้อง ทำให้มีความชัดเจนว่าการเลือกตั้ง สส. มีจุดประสงค์แตกต่างกันกับการลงประชามติ เพราะประชาชนที่ลงคะแนนเลือกตั้ง สส. ก็ใช้เหตุผลในการเลือก สส. ทั้ง 2 ประเภท (ตัวบุคคล และพรรคการเมือง) ตามที่ตนชอบ แต่ “ การลงประชามตินั้นจะต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติที่จะเกิดขึ้นจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ” ซึ่งจะส่งผลทำให้มีการทุจริตมากขึ้น มีการใช้อำนาจโดยปราศจากการกลั่นกรองได้ และฝ่ายนิติบัญญัติสามารถเข้ามาก้าวก่ายฝ่ายบริหารได้ รวมทั้งการส่งผลกระทบต่อพระราชอำนาจ ในหมวดอื่นๆ เช่น การลงพระปรมาภิไธยแต่งตั้ง ครม. ประธานศาลฎีกา ประธานรัฐสภา รวมถึงพระราชอำนาจในฐานะองค์จอมทัพ ฯลฯ ซึ่งอยู่ในหมวดอื่นๆ นอกเหนือจาก หมวด 1 และ 2 และทำให้กองทัพตกอยู่ในการควบคุมของฝ่ายการเมืองอย่างเต็มที่ ที่สำคัญคือการแก้ไขกรอบจริยธรรมทำให้ไม่มีการควบคุมคนเลว(จริยธรรม)ที่จะเข้ามาบริหารประเทศอีกต่อไป ฯลฯ
ดังนั้นการลงประชามติ “ไม่เห็นชอบ” การแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเป็นแนวทางที่ถูกต้อง เพราะถ้าพรรคการเมืองใดเห็นว่ากฎหมายมาตราใดไม่ถูกต้อง ควรปรับปรุงแก้ไข ก็สามารถแก้ไขเป็นรายมาตราได้อยู่แล้ว
พลโท นันทเดช / 2 กุมภา ‘69
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี