วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
11 กุมภาพันธ์ 2569 รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2-3 เหตุการณ์ บวกกับการปั่นกระแสอย่างหนักใน social media ของแนวร่วมพรรคส้ม รวมทั้งผู้นำคนหนึ่ง ที่ออกมายุส่งว่า
“เป็นการปกป้องเสียงของตัวเอง”
กำลังลุกลามบานปลายอย่างรวดเร็ว
คุณรักชนก ศรีนอก ถึงกับสรุปออกมาเลยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการโกงการเลือกตั้งครั้งมโหฬาร ทำให้คนทั่วไปโดยเฉพาะฝ่ายที่ถือหางพรรคส้ม ล้วนเชื่อไปแล้วว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีการโกงกันจริงๆ ทั้งที่ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนแต่อย่างใด
ลองมาลำดับกันดูว่า มีอะไรเกิดขึ้นบ้างที่เป็นจุดเริ่มต้นของปรากฏการณ์ครั้งนี้
ลำดับแรกเกิดที่การนับคะแนนที่เขต 7 ปทุมธานี หน่วยเลือกตั้งที่มหาวิทยาลัยราชมงคล ธัญญบุรี เนื่องจากมีการนำถุงดำไปคลุมกล้องวงจรปิด จึงมีผู้สงสัยว่า เป็นเรื่องผิดปกติหรือไม่ ซึ่งมีคำอธิบายว่า ที่ต้องปิดเพราะหากไม่ปิด ภาพของการลงคะแนนในคูหาก็จะปรากฎบนจอ ซึ่งผิดกฎหมายเลือกตั้ง อย่างไรก็ดี นักศึกษาที่สังเกตุการณ์ได้ประท้วงขอให้นับคะแนนใหม่ ซึ่งเป็นการประท้วงระหว่างการนับคะแนนยังไม่เสร็จสิ้น ซึ่งสามารถทำได้ และเป็นอำนาจของกกต จังหวัด จึงสามารถนับคะแนนใหม่ได้ โดยให้ตัวแทนนักศึกษามาร่วมนับด้วย ผลออกมาแตกต่างจากผลคะแนนเดิมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นักศึกษาทั้งหมดจึงหมดข้อสงสัยไป
อย่างไรก็ตามในขณะที่นับคะแนนใหม่ มีการโพสต์ภาพ โดยเอาภาพคะแนนของผู้สมัครพรรคส้มมาโพสต์เปรียบเทียบว่า คะแนนที่นับใหม่เพิ่มขึ้นจากเดิมมาก แสดงว่ามีการโกงกันจริงๆ ภาพนี้มีการแชร์กันมาก รวมทั้งเพจดังๆหลายเพจ ทำให้คนเข้าใจผิดเป็นจำนวนมาก แต่ในที่สุดก็มีผู้พบว่า ผู้โพสต์นำภาพคะแนนเลือกตั้งจากคนละเขตมาเปรียบเทียบเทียบ ไม่ใช่คะแนนที่นับใหม่ จึงเป็น fake news ทำให้ influencers ทั้งหลายออกมาขอโทษกันยกใหญ่
เหตุการณ์ที่ 2 คือที่เขต 1 ชลบุรี ซึ่งเป็นเขตที่คุณสุชาติ ชมกลิ่น ลงแข่ง คุณสุชาติ ชมกลิ่น เป็นผู้กว้างขวาง และเป็นบ้านใหญ่บ้านหนึ่งของจังหวัดชลบุรี โดยธรรมชาติจึงน่าจะมีคนจากพรรคอื่นๆมาสังเกตุการณ์การนับคะแนน และคอยจ้องจับผิดอยู่ไม่น้อย แต่การนับคะแนนก็ผ่านไปจนจบโดยไม่มีการทักท้วงให้นับคะแนนใหม่แต่อย่างใด ทั้งที่ต้องมีตัวแทนของพรรคใหญ่ๆทุกพรรค รวมทั้งคนของ iLaw ร่วมสังเกตุการณ์อยู่แล้ว และไม่ปรากฏว่ามีคะแนนเขย่งกันแต่อย่างใด (คะแนนเขย่งโดยทั่วไปคือการที่จำนวนบัตรในหีบเลือกตั้งกับจำนวนคนที่มาลงคะแนนไม่ตรงกัน)
ตามคำชี้แจงของรองเลขาธิการกกต.หลังจากประกาศคะแนนของเขต 1 ก็มีการยุบรวมหีบหรือกล่องบรรจุบัตรเลือกตั้ง เพื่อนำไปรวมไว้ที่ยิมเนเซียมแห่งหนึ่ง ในวันรุ่งขึ้นคือวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ตามข่าวบอกว่า มีการโพสต์ข้อความใน social media ว่า เขต 1 จะมีการนับคะแนนใหม่ จึงมีมวลชนจำนวนมากรีบตามมาที่ยิมเนเซียมดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่า ไม่มีการนับใหม่แต่อย่างใด ทำให้มวลชนไม่พอใจ ไม่ยอมสลายตัว จะให้นับคะแนนใหม่ให้ได้
ในขณะที่ยังไม่รู้จะทำอย่างไร ก็มีคนไปพบว่ามี ใบนับคะแนนถูกนำไปทิ้งในถังขยะ จึงโวยวายว่า ทำอย่างนี้ได้อย่างไร ไม่พอ ยังมีคนไปพบว่า มีกล่องหลายกล่องมีเทปกาวมัดอยู่ แทนที่จะเป็น cable ties ซึ่งตามข่าว เจ้าหน้าที่ตอบว่า cable ties หมด แต่มวลชนก็ไปพบอีกว่า มี cable ties จำนวนหนึ่งถูกทำลายไปกองไว้ในที่แห่งหนึ่ง และต่อมายังมีข่าวว่า ขณะนับคะแนนมีไฟดับแต่พัดลมยังหมุนอยู่อีกด้วย
ข้อสงสัยข้างต้นได้มีข้อมูลแย้งดังนี้
กรณีใบนับคะแนนอยู่ในถังขยะ และมีการนำภาพมาแสดง มีผู้จับผิดได้ว่า รายชื่อในใบนับคะแนนดังกล่าว เป็นรายชื่อที่เขียนด้วยลายมือ แต่ในใบนับคะแนนจริงของ กกต.เป็นรายชื่อที่พิมพ์ขึ้น ไม่ใช่เขียนด้วยลายมือ จึงเป็นไปได้ว่า ใบนับคะแนนที่เขียนด้วยลายมือ เป็นใบนับคะแนนที่ใช้สาธิต และซ้อมวิธีนับคะแนน จึงนำมาทิ้งในถังขยะเมื่อไม่ใช้แล้ว
กรณี cable ties รองเลขาธิการอธิบายว่า cable ties ถูกตัดออกเพื่อยุบรวมกล่องใส่บัตรเลือกตั้ง ส่วนเรื่องไฟดับแล้วพัดลมยังหมุน ในที่สุดเจ้าของคลิปออกมายอมรับว่า ไม่ไช่เกิดขึ้นที่ชลบุรี แต่เกิดขึ้นที่นนทบุรีซึ่งผู้สมัครพรรคส้มเป็นผู้ชนะ
คำถามที่สำคัญคือ ใครเป็นผู้โพสต์ข้อความว่า จะมีการนับคะแนนใหม่ โพสต์ข้อความที่เป็นเท็จเพื่ออะไร หวังว่ากกต.จะสืบค้นดูว่า ผู้โพสต์เป็นใคร และควรดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปด้วย
ข้อสังเกตอีกข้อหนึ่งคือ วันที่เกิดผู้ชุมนุมเป็นหลักร้อย หลายคนมีเสื้อที่ screen คำว่า “นับใหม่”บนหน้าอก เหมือนกับได้มีการเตรียมการไว้ล่วงหน้า
เหตุการณ์อีกเหตุการณ์ที่มหาสารคาม เป็นความเข้าใจผิดเล็กน้อย และน่าจะจบลงไปแล้ว คงเหลือแต่กรณี ชลบุรีเขต 1 ซึ่งไม่อยู่ในอำนาจของกกต.จังหวัดที่จะอนุมัติให้นับคะแนนใหม่ได้ เพราะไม่ได้มีการทักท้วงใดๆก่อนที่การนับคะแนนจะเสร็จสิ้น แต่เมื่อนับเสร็จสิ้น มีการรวมคะแนนทั้งหมดแล้ว ตามกฎหมายจะต้องมีเหตุผลจึงจะนับคะแนนใหม่ได้ เป็นอำนาจของกกต.ชุดใหญ่ ซึ่งกกต.ชุดใหญ่ก็ได้ประชุมแล้ว แถลงว่าขอเวลา 2 วัน เพื่อส่งคนลงไปหาข้อเท็จจริงว่า มีความผิดปกติจริงหรือไม่ และสมควรจะมีการนับคะแนนใหม่หรือไม่ หรือควรต้องดำเนินการมากกว่านั้น คือให้ลงคะแนนเลือกตั้งใหม่เลย
อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ครั้งนี้ กำลังขยายผลไปอย่างรวดเร็ว ขณะนี้ พรรคประชาชนได้ยื่น กกต.ขอให้มีการนับคะแนนใหม่ 18 เขต ซึ่งเป็นเขตที่ผู้สมัครของพรรคส้มล้วนมีคะแนนเป็นอันดับ 2 ทั้งสิ้น และต่อมายังลามไปอีกหลายเขตโดยผู้ร้องมาจากพรรคอื่นๆนอกจากพรรคส้ม
หวังว่า คณะกรรมการเลือกตั้งหรือ กกต.จะออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการโดยเร็ว เนื่องจากขณะนี้ ด้วยอานุภาพของ social media ทำให้การปั่นกระแสว่ามีการโกงเลือกตั้ง เกิดผลลัพท์เพียงชั่วข้ามคืน ทำให้คนจำนวนมากเชื่อจริงๆว่ามีการโกงเลือกตั้งครั้งใหญ่ ทั้งที่ยังไม่มีการพิสูจน์แต่อย่างใดว่า โกงจริงหรือไม่ และเหตุการณ์กำลังบานปลาย ไปถึงการเรียกร้องให้ นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ (ไม่ทราบลืมไปหรือไม่ว่า นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศก็ต้องนับคะแนนที่กทม.ใหม่ด้วย) และกำลังก่อม็อบขึ้นพื่อกดดันโดยไม่รอผลการพิจาณาและคำชี้แจงของกกต.แต่อย่างใด
การนับคะแนนใหม่ในเขตที่อาจมีปัญหา ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การนับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ ดูจะเกินเลยไปหน่อย ควรทำเมื่อมีความจำเป็นจริงๆเท่านั้น
อย่างไรก็ดี รอยแตกแยกของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย ที่ดูจะตื้นขึ้นจากเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว กำลังถูกโหมกระพือให้ร้าวลึกยิ่งขึ้น และมีแนวโน้มว่าจะเกิดความวุ่ยวายขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก แต่จะเกิดความรุนแรง ตามวาทกรรมที่ว่า น้ำผึ้งหยดเดียว จะกลายเป็นน้ำมัน แค่ไหนยังไม่ทราบได้ แต่สังเกตว่า เริ่มมีวี่แววของการจาบจ้วงเกิดขึ้นแล้ว
น่ากลัวอย่างยิ่งว่า คำทำนาย และลางสังหรณ์ของบางคนว่า จะไม่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น จะเป็นความจริง
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี