ไขปม QR Code บัตรเลือกตั้ง ผู้เชี่ยวชาญ IT ชี้เป็นกลไกคุมทุจริต มากกว่าสอดแนม

ไขปม QR Code บัตรเลือกตั้ง ผู้เชี่ยวชาญ IT ชี้เป็นกลไกคุมทุจริต มากกว่าสอดแนม

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.35 น.

13 กุมภาพันธ์ 2569 นายปฐม อินทโรดม ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที และดิจิทัลแถวหน้าของไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ข่าวเรื่อง QR Code หรือบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ความรู้สึกมันมาก่อนเหตุผลเสมอ เรากลัวว่าระบบจะ “รู้หมด” แม้กระทั่งว่าเราเลือกใคร และในประเทศที่ความไว้วางใจทางการเมืองไม่ได้สูงมากอย่างบ้านเรา การตั้งคำถามกับ กกต. ไม่ใช่เรื่องผิดเลย นั่นคือสิทธิของประชาชน

แต่สิทธิในการสงสัย ไม่ควรกลายเป็นการด่วนตัดสิน


กฎหมายเลือกตั้งไทยกำหนดชัดเรื่อง “บัตรลับ” ห้ามทำให้รู้ว่าใครเลือกใคร และไม่ได้บังคับว่าบัตรต้องมี QR หรือบาร์โค้ด สิ่งที่เปิดไว้คือให้ กกต. กำหนดรายละเอียดทางเทคนิคเพื่อควบคุมการจัดการเลือกตั้ง ดังนั้น QR หรือบาร์โค้ด หากมี จึงเป็นเครื่องมือด้านระบบ ไม่ใช่สาระของสิทธิเลือกตั้ง

เหตุผลหลักที่หลายประเทศใช้รหัสบนบัตรมีไม่กี่ข้อ และเข้าใจง่าย

หนึ่ง เพื่อควบคุมจำนวนบัตร ป้องกันการพิมพ์เกินหรือบัตรปลอม

สอง เพื่อแยกประเภทบัตรและเขตเลือกตั้งให้ถูกต้อง

สาม เพื่อรองรับเครื่องอ่านนับคะแนนอัตโนมัติ

สี่ เพื่อ audit ตรวจสอบเส้นทางของบัตรแต่ละชุด

หลายประเทศก็ใช้ระบบลักษณะนี้เพื่อบริหารจัดการ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อผูกกับตัวผู้ลงคะแนน

และที่สำคัญ หากจะ “ตามรหัสกลับไปหาคนลงคะแนน” จริง ๆ มันซับซ้อนกว่าที่หลายคนคิดมาก

เพราะการจะทำแบบนั้นได้ ต้องมีเงื่อนไขครบหลายชั้นพร้อมกัน เช่น

ต้องมีฐานข้อมูลที่บันทึกว่า “บัตรใบเลขนี้ ถูกแจกให้คนคนนี้”

ต้องมีการสแกนหรือบันทึกหมายเลขบัตรก่อนหย่อนหีบ

ต้องมีการเก็บลำดับการหย่อนบัตรเทียบกับตัวบุคคล

ต้องมีระบบเชื่อมโยงข้อมูลหน่วยเลือกตั้งกับรายชื่อผู้มาใช้สิทธิแบบ real-time

ซึ่งในระบบบัตรลับตามหลักกฎหมาย กระบวนการเหล่านี้ไม่ได้ถูกออกแบบให้มีอยู่ตั้งแต่ต้น และหากมีจริง จะเข้าข่ายละเมิดหลักความลับของการลงคะแนนอย่างร้ายแรง

พูดง่าย ๆ คือ QR หรือบาร์โค้ดบนกระดาษใบหนึ่ง ไม่ได้มีพลังวิเศษ มันเป็นเพียงตัวระบุเอกสาร ถ้าไม่มี “ฐานข้อมูลจับคู่กับคน” มันก็ย้อนกลับไปหาผู้ลงคะแนนไม่ได้

เทคโนโลยีทำให้เรากังวลง่าย แต่ก็เป็นเทคโนโลยีเดียวกันที่ช่วยป้องกันการโกงแบบเก่า เช่น การพิมพ์บัตรเกิน การสอดไส้บัตร หรือความผิดพลาดจากการนับมือ

ประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ไม่ได้เกิดจากความเชื่อแบบไม่ตั้งคำถาม

แต่ก็ไม่ควรถูกทำลายด้วยความกลัวที่ยังไม่มีหลักฐานรองรับ

เรามีสิทธิ์ถาม

เรามีสิทธิ์ขอดูรายละเอียดระบบ

เรามีสิทธิ์เรียกร้องความโปร่งใส

แต่ก่อนจะพิพากษาใคร ควรเข้าใจกลไกทั้งระบบให้ครบ เพราะบางสิ่งที่ดู “น่ากลัว” บนผิวกระดาษ อาจเป็นเพียงกลไกควบคุมเอกสารธรรมดา ที่ซับซ้อนกว่าจะใช้เป็นเครื่องมือติดตามคนได้จริง ๆ ครับ

เพิ่มเติม:

ขอบคุณรายการตอบโจทย์ Thai PBS ที่เชิญไปสัมภาษณ์ในประเด็นนี้นะครับ แต่ผมดูแล้ว เอิร์ท Thanarat Kuawattanaphan เชี่ยวชาญกว่าผมเยอะ และจับประเด็นได้ดีกว่าครับ

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top