วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
13 กุมภาพันธ์ 2569 นายปฐม อินทโรดม ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที และดิจิทัลแถวหน้าของไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ข่าวเรื่อง QR Code หรือบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ความรู้สึกมันมาก่อนเหตุผลเสมอ เรากลัวว่าระบบจะ “รู้หมด” แม้กระทั่งว่าเราเลือกใคร และในประเทศที่ความไว้วางใจทางการเมืองไม่ได้สูงมากอย่างบ้านเรา การตั้งคำถามกับ กกต. ไม่ใช่เรื่องผิดเลย นั่นคือสิทธิของประชาชน
แต่สิทธิในการสงสัย ไม่ควรกลายเป็นการด่วนตัดสิน
กฎหมายเลือกตั้งไทยกำหนดชัดเรื่อง “บัตรลับ” ห้ามทำให้รู้ว่าใครเลือกใคร และไม่ได้บังคับว่าบัตรต้องมี QR หรือบาร์โค้ด สิ่งที่เปิดไว้คือให้ กกต. กำหนดรายละเอียดทางเทคนิคเพื่อควบคุมการจัดการเลือกตั้ง ดังนั้น QR หรือบาร์โค้ด หากมี จึงเป็นเครื่องมือด้านระบบ ไม่ใช่สาระของสิทธิเลือกตั้ง
เหตุผลหลักที่หลายประเทศใช้รหัสบนบัตรมีไม่กี่ข้อ และเข้าใจง่าย
หนึ่ง เพื่อควบคุมจำนวนบัตร ป้องกันการพิมพ์เกินหรือบัตรปลอม
สอง เพื่อแยกประเภทบัตรและเขตเลือกตั้งให้ถูกต้อง
สาม เพื่อรองรับเครื่องอ่านนับคะแนนอัตโนมัติ
สี่ เพื่อ audit ตรวจสอบเส้นทางของบัตรแต่ละชุด
หลายประเทศก็ใช้ระบบลักษณะนี้เพื่อบริหารจัดการ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อผูกกับตัวผู้ลงคะแนน
และที่สำคัญ หากจะ “ตามรหัสกลับไปหาคนลงคะแนน” จริง ๆ มันซับซ้อนกว่าที่หลายคนคิดมาก
เพราะการจะทำแบบนั้นได้ ต้องมีเงื่อนไขครบหลายชั้นพร้อมกัน เช่น
ต้องมีฐานข้อมูลที่บันทึกว่า “บัตรใบเลขนี้ ถูกแจกให้คนคนนี้”
ต้องมีการสแกนหรือบันทึกหมายเลขบัตรก่อนหย่อนหีบ
ต้องมีการเก็บลำดับการหย่อนบัตรเทียบกับตัวบุคคล
ต้องมีระบบเชื่อมโยงข้อมูลหน่วยเลือกตั้งกับรายชื่อผู้มาใช้สิทธิแบบ real-time
ซึ่งในระบบบัตรลับตามหลักกฎหมาย กระบวนการเหล่านี้ไม่ได้ถูกออกแบบให้มีอยู่ตั้งแต่ต้น และหากมีจริง จะเข้าข่ายละเมิดหลักความลับของการลงคะแนนอย่างร้ายแรง
พูดง่าย ๆ คือ QR หรือบาร์โค้ดบนกระดาษใบหนึ่ง ไม่ได้มีพลังวิเศษ มันเป็นเพียงตัวระบุเอกสาร ถ้าไม่มี “ฐานข้อมูลจับคู่กับคน” มันก็ย้อนกลับไปหาผู้ลงคะแนนไม่ได้
เทคโนโลยีทำให้เรากังวลง่าย แต่ก็เป็นเทคโนโลยีเดียวกันที่ช่วยป้องกันการโกงแบบเก่า เช่น การพิมพ์บัตรเกิน การสอดไส้บัตร หรือความผิดพลาดจากการนับมือ
ประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ไม่ได้เกิดจากความเชื่อแบบไม่ตั้งคำถาม
แต่ก็ไม่ควรถูกทำลายด้วยความกลัวที่ยังไม่มีหลักฐานรองรับ
เรามีสิทธิ์ถาม
เรามีสิทธิ์ขอดูรายละเอียดระบบ
เรามีสิทธิ์เรียกร้องความโปร่งใส
แต่ก่อนจะพิพากษาใคร ควรเข้าใจกลไกทั้งระบบให้ครบ เพราะบางสิ่งที่ดู “น่ากลัว” บนผิวกระดาษ อาจเป็นเพียงกลไกควบคุมเอกสารธรรมดา ที่ซับซ้อนกว่าจะใช้เป็นเครื่องมือติดตามคนได้จริง ๆ ครับ
เพิ่มเติม:
ขอบคุณรายการตอบโจทย์ Thai PBS ที่เชิญไปสัมภาษณ์ในประเด็นนี้นะครับ แต่ผมดูแล้ว เอิร์ท Thanarat Kuawattanaphan เชี่ยวชาญกว่าผมเยอะ และจับประเด็นได้ดีกว่าครับ
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี