อดีตส้มชำแหละไส้ใน ปชน. แฉเบื้องหลังคัด สส.พลาด ทำพรรคพัง

อดีตส้มชำแหละไส้ใน ปชน. แฉเบื้องหลังคัด สส.พลาด ทำพรรคพัง

วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.20 น.

22 กุมภาพันธ์ 2569 นายชวลิต เลาหอุดมพันธ์ อดีต สส.พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงเบื้องหลังความผิดพลาดในการคัดเลือกผู้สมัคร สส.ของพรรคประชาชน (ปชน.) ระบุว่า ประเด็นเลือกผู้สมัครผิดพลาด มันเป็นผลโดยตรงจากการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับการดูดคนแบบไหนเข้ามา และกรองคนแบบไหนออกไป

ผมอยู่มานานพอที่จะได้ยินกับหูตัวเองหลายครั้ง ถึงคำดูถูกผู้สมัครที่เป็นคนธรรมดา ไม่ได้มีเงิน ไม่ได้มีชื่อเสียง ไม่ได้มีฐานเสียงมาก่อน ไม่ได้อยู่ในตระกูลการเมือง ส่วนเรื่องความทุ่มเท ความสามารถ หรือที่สำคัญที่สุดคือทัศนคติของการเรียนรู้สิ่งใหม่ เป็นคนที่ยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง มีความเป็นผู้นำ อะไรพวกนี้ถูกมองข้ามไปเลย ยิ่งคนที่กล้าเถียง กล้าท้าทายอำนาจในพรรค ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่าน่าจะทำงาน สส ที่จะต้องตรวจสอบและท้าทายอำนาจในประเทศได้ดี กลับถูกมองว่าเป็นตัวปัญหาด้วยซ้ำ สู้คนที่เลียเก่งไม่ได้


ในขณะเดียวกัน ก็พูดถึงคนที่เข้ามาในพรรคที่เป็นคนมีเงิน หรือเป็นตระกูลการเมือง อย่างภูมิอกภูมิใจ

โอเค มันก็มี คนมีเงินและคนจากตระกูลการเมืองที่เป็นคนดีจริงๆ แต่ก็มีหลายคนที่ไม่โอเคเลย คือผมไม่ได้จะบอกว่า ต้องไม่เอาคนจากตระกูลการเมือง แต่จะบอกว่า อย่าเอาเรื่อง เงินกับ ตระกูลการเมืองมาพิจารณาเลย คือให้มองข้ามไปเลย แล้วไปให้ความสำคัญกับการวัดคุณลักษณะอื่นๆ แทน

เรื่องเงิน ดูแค่ว่าไม่ใช่คนที่เป็นหนี้เป็นสิน ก็พอแล้ว
ความมุ่งมั่น ความเสียสละ มันสร้างศรัทธาในการระดมเงินได้ และไม่ใช่แค่ระดมเงิน แต่ยังระดมการสนับสนุน ระดมแรงกาย ระดมการบอกต่อ ได้อีก

และชอบมีคำถามสัมภาษณ์โง่ๆ คำถามหนึ่ง ถามคนที่เสนอตัวว่า
"คุณมีเสียงติดตัวมาอยู่แล้วเท่าไหร่?"
ผมไม่รู้ว่าครั้งล่าสุดนี่ยังมีถามกันอยู่มากน้อยแค่ไหนนะ แต่ได้ยินว่ายังมีที่ถามแบบนี้อยู่
คือจะวัดอะไร วัดไหวพริบการโกหก? หรือเชื่อตัวเลขที่เขาตอบจริงๆ? หรือถ้าคนตอบว่าไม่มีเลย จะไปดูถูกเขาไหม?

คนที่ให้คำตอบและได้ผลตรงก็มีแต่คนซื้อเสียงเท่านั้นแหละ
ความเชื่อผิดๆ ที่ว่า เอาคนบ้านใหญ่มา แล้วจะได้ทั้งคะแนนพรรค+คะแนนที่ติดตัวมาจากตระกูล แบบนี้ชนะสบาย โคตรเป็นความคิดที่ผิดทั้งขึ้นทั้งล่อง
เพราะ คะแนนพรรค คือคะแนนจาก ประชาชนด้วยกันเองช่วยกันบอกต่อ ถ้าคนที่มาให้ประชาชนเลือกเขาดูไม่น่าช่วยเพราะคิดว่านามสกุลนี้เอาตัวรอดสบายอยู่แล้ว คะแนนส่วนนี้ก็จะหายไป และที่สำคัญ หากเราจะหวังคะแนนติดตัวจากเขา ถ้าครั้งก่อนๆ เขาซื้อเสียงคะแนนถึงมา แต่ครั้งนี้ไม่ซื้อเสียง คะแนนเดิมส่วนนี้จะมาได้ยังไง คิดผิดทั้งขึ้นทั้งล่อง

โอกาสที่คนเทาๆ จะเข้ามามากหรือน้อย มันขึ้นอยู่กับ ทิศทางที่ถูกกำหนดมาจากแกนกลางของพรรค

ถ้าเน้น ด้วยกำลังเงิน คนที่เหมาะสมแต่ไม่มีเงิน ก็ตัดโอกาสเขาไปเลย คนมีเงินจากการทำผิดกฎหมายก็ยิ้มเลย เพราะเขาได้เปรียบ

ถ้าเน้น คนที่มีฐานเสียงมาก่อนด้วยการถามคำถามโง่ๆ นั้น ก็ไปเพิ่มโอกาสให้คนกะล่อน ตอบโกหกให้ดูดี เข้ามาสร้างปัญหาภายหลัง ปิดกั้นคนซื่อสัตย์ที่ตอบตรงๆ ว่าไม่มี เพราะมันเป็นสิ่งที่ต้องสร้างจากการทำงานหลังจากนี้

ความผิดพลาดในการคัดเลือกคนที่ผ่านมา ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย แต่มันมีปัจจัยมาจากทัศนคติในการเลือกคน อันนี้สำคัญสุด

ทัศนคติสองขั้วนี้ อยู่ร่วมกันไม่ได้ และไม่มีตรงกลาง
ถ้าอยากได้ความคิดแบบผม ก็ต้องสู้ ให้ความคิดอีกขั้วหมดไป หรือไม่ก็ กระเด็นออกมาเอง เพราะความหมดไฟ

ปรับแกนกลางหลักให้ได้ก่อน
แล้วค่อยผลิตคนที่มีอำนาจสรรหาและคัดเลือก ที่ใช้แนวทางเดียวกัน
ถ้าอยากได้ผู้สมัครเกรดเอ
คนสรรหาและคัดเลือกก็ต้องเกรดเอในงานนี้ด้วย คือ ต้องถูกเลือกให้ดี และฝึกฝนให้ทำงานนี้ได้อย่างน่าไว้วางใจ เช่นเดียวกัน

ความคิดที่ให้ คนมีอำนาจนี้ มาจากการเกณฑ์คนมาสมัครสมาชิกและโหวตเลือกตัวเอง ควรจะหมดไปได้แล้ว
การเอายอดตัวเลขสมาชิกไปโม้อย่างภาคภูมิใจ แต่แลกมากับความพังจากภายในของพรรคมันไม่คุ้มกันเลย

นโยบายอีกอย่าง ที่พรรคต้องกลับด้าน ก็คือ ไม่ต้องส่ง เทศบาล, อบต ในแบรนด์พรรคแล้ว
แต่จงสนับสนุนให้เกิดผู้สมัครท้องถิ่นคุณภาพ ด้วยการสรรหาอาสาสมัคร ลงย่อยให้ได้ หน่วยเลือกตั้งละ 5 คนขึ้นไป ซึ่งการแกะงบท้องถิ่น ถามปัญหา หาวิธีแก้ ด้วยอำนาจเทศบาล อบต อะไรพวกนี้ เป็นกิจกรรมที่พรรคควรทำ เพื่อให้เกิดทีมผู้สมัครท้องถิ่นคุณภาพ ที่ประชาชนสัมผัสความเป็นการเมืองใหม่ได้ โดยที่ไม่ต้องใช้แบรด์พรรค

ยกเลิก สิ่งที่พรรคเคยทำ ที่เอาแบรนด์พรรคไปแลกกับการให้กลุ่มการเมืองเก่าเข้ามา แล้วหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับการเลือกตั้งใหญ่

ผลที่เกิดขึ้น พิสูจน์มาแล้วว่ามีกลุ่มจากบ้านใหญ่เอาแบรนด์พรรคไปใช้จนชนะเทศบาล แล้วพอมาเลือกตั้ง สส ก็ไปสนับสนุนพรรคฝั่งตรงข้าม แถมเป็นคนแจกเงินซื้อเสียงให้ฝั่งตรงข้ามอีก พรรคไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย มีแต่เสียกับเสีย

การดึงดูดคนที่ไม่โอเค ด้วยความหวังที่ว่า จะเอาแบรนด์พรรคส้มไปเพิ่มคะแนนให้กลุ่มของเขา มันรังแต่จะสร้างปัญหา แล้วก็มาบ่นว่า การทำพรรคมวลชนมันยาก ก็มันยากเพราะไปดึงดูดคนมีปัญหาเข้ามาเอง

ไว้เดี๋ยวมีเวลาจะมาพิมพ์บ่นอีกนะครับ

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top