หมอของขวัญ บุก แพทยสภา เปิด 2 เหตุผล คืนใบอนุญาตฯ ผันเป็นอินฟลูฯ เต็มตัว

หมอของขวัญ บุก แพทยสภา เปิด 2 เหตุผล คืนใบอนุญาตฯ ผันเป็นอินฟลูฯ เต็มตัว

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.05 น.

ความเผ็ดร้อนดุเดือดกับประเด็นของ หมอของขวัญ หรือ พญ.ของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ ประกาศลาออกจากแพทย์ ขอคืนใบอนุญาตฯ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ก่อนที่จะตามมาด้วยการดรามาวอร์สนั่นโลกโซเชียลระหว่างเจ้าตัวกับทางเพจเฟซบุ๊ก Drama-addict หรือฉายา จ่าพิชิต ขจัดพาลชน ที่เจ้าตัวออกมาฟาดยับ

ล่าสุดนี้ 27 กุมภาพันธ์ 2569 หมอของขวัญ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวร่ายยาวเปิดใจต่อการลาออกจากแพทยสภาด้วยสาเหตุหลัก 2 ข้อ โดยมีข้อความทั้งหมดดังนี้"หมอตัดสินใจลาออกจากแพทยสภาค่ะ สาเหตุหลัก


หมอของขวัญ

1. ไม่เห็นด้วยในเรื่องการปกครอง การออกกฎ การตีความด้วย "ดุลยพินิจ" และความไม่เป็นธรรมในแพทยสภา

2 การไม่อยากถูกปิดปากด้วยปลอกคอและตะกร้อที่ชื่อว่า "แพทยสภา" อีกต่อไป

ว่าด้วยเรื่องสิทธิเสรีภาพในการประกอบวิชาชีพ หากไม่แสดงตนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม หมอก็คือประชาชนไทยคนหนึ่งที่มีสิทธิพื้นฐานภายใต้กฎหมายเท่าเทียมทุกคน

หมอพูดเรื่องผลิตภัณฑ์สุขภาพได้หรือไม่ หมอวิจารณ์การเมืองที่อยู่ตรงข้ามขั้วที่มีอำนาจในแพทยสภาได้หรือไม่ จริยธรรมของหมอคืออะไร เมื่อเป็นหมอ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "จริยธรรมทางการแพทย์" แต่หากคำว่า "จริยธรรม" ถูกตีความชี้ขาดด้วย "ดุลยพินิจ" ของคนไม่กี่คนที่ผูกขาดอำนาจเบ็ดเสร็จ ชี้เป็นชี้ตายด้วยสิ่งที่ไม่มีมาตรวัด ไม่ได้ขึ้นกับว่าคุณทำอะไร แต่ขึ้นกับว่า "คุณเป็นคนของใคร" เฉกเช่นองค์กรอิสระมากมายที่แต่งตั้งขึ้นมาและสามารถใช้ "ดุลยพินิจ" หักล้างเสียงของประชาชนได้ เช่น กกต สตง. ซึ่งนี่ก็คือความบิดเบี้ยวของระบบ และสิ่งนี้ก็เกิดในแพทยสภาเช่นกัน ในทุก Movement ทุกคำวิจารณ์ ทุกการต่อสู้กับความไม่ยุติธรรม ยิ่งเสียงของเราดังเท่าไหร่ ผลกระทบก็จะยิ่งแรงเท่านั้น หมอต่อสู้มาตั้งแต่สมัยวัคซีนโควิด และได้รับรู้รสชาติของการยืนตรงข้ามผู้มีอำนาจในบ้านเมืองนี้เป็นอย่างดี ถ้าสู้ ก็อาจจะพอมีทางสู้ได้ แต่ในประเทศนี้ สิ่งที่ถูกต้องอาจไม่ได้ชนะเสมอไป แม้ชนะทุกคดีในศาลปกครองก็มิได้หมายความว่าจะชนะ กลับเป็นเหตุให้ถูกจับจ้องเล่นงานหนักขึ้น เกมส์ที่ผู้มีอำนาจถือกฎ สู้ไปก็เหมือนคว้าลม หนทางยังอีกยาวไกล ก็ขอให้หมอๆที่ยังอยู่ในระบบโชคดี ส่วนพี่ 20 ปีของการเป็นหมอ การต่อสู้ 5-6 ปีที่ผ่านมากับระบบเส็งเคร็งของประเทศนี้ พี่พอแล้วค่ะ เมื่อไม่เห็นด้วยกับระบบ สิ่งที่ต้องทำก็คืออารยะขัดขืน เอาตัวเองออกมา วันนี้ก็เหมือนเอาใบขับขี่มาคืน แต่การขับรถเป็น มันเป็นตลอดไป "หมอ"เลิกเป็นได้แค่อาชีพ แต่ความเป็นหมอ ความรู้ความสามารถ มันติดตัวตลอดชีวิต

หมอของขวัญ

มีปัญหากฎหมายปรึกษาทนาย จะสร้างบ้านปรึกษาวิศวะ ทุกอาชีพมีความ Specialty ของมัน เรื่องของร่างกาย ยา วิตามิน แร่ธาตุ อาหารเสริม หัตถการทางการแพทย์ เครื่องมือแพทย์ หมอรู้ดีที่สุดแต่พูดไม่ได้ ผิดจริยธรรมร้ายแรง ร้ายแรงกว่าทำคนไข้ตาย ร้ายแรงกว่าโกงจัดซื้อจัดจ้าง ร้ายแรงกว่าการรับผลประโยชน์ในการสั่งยาบางอย่าง ร้ายแรงกว่าโรงพยาบาลเอกชนที่ขูดรีดค่าใช้จ่ายที่เกินจริง ร้ายแรงกว่าการอนาจารคนไข้ ร้ายแรงกว่าการผ่าตัดนอกเวลาเพื่อเรียกรับผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นแม้แต่ในโรงเรียนแพทย์ (เพราะมันขึ้นอยู่กับว่า คุณพวกใคร!) ไม่ให้หมอพูดเรื่องยา อาหารเสริม คำถามคือ แล้วให้ใครพูด? แม่ค้าออนไลน์? อินฟลูเอนเซอร์? ข้อมูลที่ถูกต้องจะไปถึงประชาชนได้อย่างไร ทำไมแม่ค้าขายกันได้ พูดอะไรเวอร์แค่ไหนก็ได้ หมอปลอมขายยาฉีดยาเถื่อนเกลื่อนเมือง แต่หมอที่มีความรู้ถูกปิดปากด้วยคำว่าจริยธรรมและดุลยพินิจ

เมื่อบริบทเป็นแบบนี้ หมอก็ขอเปลี่ยนรูปแบบของการเป็นหมอ จากการรักษาคนไข้บนเตียงมาเป็นการรักษาคงไว้ซึ่งข้อมูลที่ถูกต้องของสังคม ใช้ความรู้ความสามารถทั้งหมดให้ข้อมูลทุกชนิดแก่ทุกคนโดยไม่มีอะไรครอบปากครอบกะลาอีกต่อไป ย้ำอีกครั้งนะคะ หมอลาออกเอง ไม่ได้ถูกพักหรือเพิกถอนใบแล้วลาออกแต่อย่างใด

ตลอด20ปีของการเป็นหมอ หมอของขวัญ"ไม่เคย" ถูกร้องเรียนหรือลงโทษเนื่องจากผลข้างเคียงของการรักษาแม้แต่ครั้งเดียว ทุกคดีที่เกิดขึ้นอย่างประหลาดในยุคโควิด หมอฟ้องชนะแพทยสภาทั้งหมดในศาลปกครอง แต่กลับทำให้สถานการณ์หนักกว่าเดิม ให้มันหยุดการ กดให้ต่ำ แกล้งให้กลัว แต่เพียงเท่านี้ หลังจากนี้เต็มที่ค่ะ Stay Tuned ต่อจากนี้ไปรับพรีเซ็นเตอร์นะคะติดต่อได้ ใช้แพทย์หญิงได้ ฉีดไม่ได้ เจาะไม่ได้ ผ่าไม่ได้ ให้ความรู้ได้ ทำรายการได้ โฆษณายาและผลิตสุขภาพทุกอย่างได้ เป็นเจ้าของคลีนิกได้ ภายใต้กฎอย. แต่ไม่มีปลอกคอชื่อ "แพทยสภา" ถ้าระบบมันบิดเบี้ยว คุณมีทางเลือก 2 ทาง 1.แก้ไขมัน 2.ออกจากระบบ If system failed, You have 2 choices. Fix it or Leave it. ต่อไปให้เรียกดิชั้นว่า พญ.ของขวัญ อินฟลูสาวท่านหนึ่งที่จบคณะแพทยศาสตร์ 20 ปีเต็ม เคยเป็นหมอ แต่เป็นหมอคนแรกที่เอาใบว.ไปคืน ขอบคุณที่อ่านจบค่ะ"

ไม่เพียงแค่นี้ หมอของขวัญยังคอมเมนต์ใต้โพสต์ของตัวเองอีกว่า "ถอดสบงแล้วทรงพลังมีอยู่จริง!" อีกทั้งยังโพต์ภาพคำพิพากษาของศาลปกครองกลางเพิ่มเติมอีกด้วย

หมอของขวัญจร้า

หลังจากที่ หมอของขวัญ โพสต์แจกแจงเหตุผลของเธอเผยแพร่ลงมาโลกโซเชียล ชาวเน็ตจำนวนมากต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น 

"อ่ะ อ่านจนจบแล้วตั้งใจตรงไปอุดหนุน ulthera ที่คลินิกเจ๊เลยค่ะ!!"

"ชอบหมอ ติดตามหมอ เพราะหมอเป็นหมอที่ใจ ไม่ใช่ใบวิชาชีพ ที่ถือค่ะ รักหมอนะคะ"

"สุดยอดครับ ผมขอคารวะในความสุดของคุณหมอเลย ต่อไปนี้เราจะได้ content ระดับ hi-end กันแล้วครับ! FC หมอครับ"

"ไม่ให้หมอที่มีความรู้พูด แต่ให้อินฟลู แม่ค้าพูดค้า คำนี้ใช่เลยค่ะ"

"สุดยอดครับ...เมื่อก่อนแค่อ่านโพสต์ผ่านๆ วันนี้ผมนับถือสุดใจ"

"สวัสดีครับคุณหมอขอเป็นกำลังใจให้ครับเพราะคุณหมอเป็นตัวแทนของชาวบ้านยืนอยู่ข้างประชาชน ไม่เหมือนหมอผู้หญิงผู้ชายบางคนที่ยืนอยู่ข้างพวกเผด็จการ"

หมอของขวัญ

และเมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ หมอของขวัญ หรือ พญ.ของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ เดินทางไปยังแพทยสภา ที่ อาคารมหิตลาธิเบศร กระทรวงสาธารณสุข เพื่อยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกแพทยสภา และคืนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตามที่ได้ประกาศล่วงหน้าผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า  "20 ปีที่เป็นแพทย์ ภูมิใจในอาชีพมาก แต่ขอยุติบทบาท เพราะหมดความอดทนกับระบบที่ใช้ดุลยพินิจที่ไม่มีมาตรวัด" พร้อมประกาศว่าจะเป็นแพทย์คนแรกที่คืนใบอนุญาตฯ ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ เป็นตัวแทน แพทยสภารับเรื่องครั้งนี้ โดยได้รวบรวมความอัดอั้นตันใจร่ายยาวถึง 2 เหตุผลหลักที่ทำให้เธอตัดสินใจอารยะขัดขืนออกจากระบบในครั้งนี้

เหตุผลที่ 1 จริยธรรมหรือเครื่องมือทางการเมือง? เธอเผยว่าความขัดแย้งเริ่มรุนแรงจากการที่เธอออกมา Call out ประเด็นสังคมและวัคซีนในช่วงโควิด-19 ทำให้ถูกดำเนินการทางจริยธรรมแบบผิดปกติ โดยเฉพาะข้อหา “ไม่คำนึงถึงความสิ้นเปลืองของผู้ป่วย” ซึ่งเป็นเหตุการณ์ย้อนหลังหลายปี เธอจึงตั้งคำถามกลับว่าเกณฑ์วัดความสิ้นเปลืองคืออะไร? หรือแท้จริงแล้วขึ้นอยู่กับว่า “คุณเป็นคนของใคร?” > “20 ปีที่เป็นหมอ ไม่เคยถูกคนไข้ร้องเรียนเรื่องการรักษาแม้แต่ครั้งเดียว คดีที่ผ่านมาฟ้องแพทยสภาก็ชนะในศาลปกครอง ถ้าระบบบิดเบี้ยว สู้มาหลายปีไม่ไหว วันนี้ขอเลือกเดินออกมาเอง”

หมอของขวัญ

เหตุผลที่ 2 ปลอกคอที่ชื่อ "จริยธรรม" ปิดปากคนรู้จริง หมอของขวัญตั้งคำถามถึงการกำกับเรื่องการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพว่า รุนแรงเกินเหตุ ร้ายแรงยิ่งกว่าการทำคนไข้ตายหรือการทุจริตในโรงพยาบาลเสียอีก เธอตั้งคำถามแทงใจดำว่า “ถ้าไม่ให้หมอพูดเรื่องยา-อาหารเสริม แล้วจะให้ใครพูด? แม่ค้าออนไลน์ ? อินฟลูเอนเซอร์ ?” ข้อมูลที่ถูกต้องจะไปถึงประชาชนได้อย่างไรในยุคโซเชียลที่มีแต่ข้อมูลเท็จปะปน

ต่อจากนี้เธอขอเปลี่ยนสถานะจากแพทย์บนเตียงคนไข้ มาเป็น “พญ.ของขวัญ อินฟลูสาวท่านหนึ่ง” ที่พร้อมให้ข้อมูลสุขภาพและรับงานพรีเซ็นเตอร์ได้เต็มที่ภายใต้กฎ อย. โดยไม่มีปลอกคอแพทยสภามาสวมไว้อีกต่อไป

การทิ้งวิชาชีพที่รักผ่านการคิดวิเคราะห์มาอย่างดี ไม่ใช่เรื่องชั่ววูบ อยากให้เรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิสูจน์ว่ากฎที่ห้ามแม้แต่หมอที่ไม่แสดงตนเป็นหมอโฆษณาสินค้านั้น สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าการเมืองยังใช้ดุลยพินิจและองค์กรอิสระแบบเดิม ๆ ก็ไม่คิดจะเข้าไปยุ่ง

หมอของขวัญยังได้กล่าวทิ้งท้ายพร้อมส่งกำลังใจให้แพทย์รุ่นน้องที่ยังอยู่ในระบบและต้องทนกับแรงกดดัน ขอให้สู้ต่อไปในแบบของตัวเอง 

 

หมอของขวัญจร้า

หมอของขวัญจร้า

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Doctorkatekate

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top