วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
วันนี้ 26 พฤษภาคม 2569 พีระชาติ อินตา อินฟลูฯด้านความมั่นคง และเป็นทหารแนวหน้าที่ครั้งหนึ่งเคยปักหลักอยู่ที่ปราสาทตาควาย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงทัศนะถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์โครงการมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลอย่าง "ไทยช่วยไทยพลัส 60/40" ที่กำลังเป็นประเด็นร้อน จนกลายเป็นโพสต์ไวรัลที่ถูกแชร์ต่อและพูดถึงเป็นอย่างมากในโลกออนไลน์ขณะนี้ โดยระบุว่า “เดี๋ยวก่อนนะ ตื่นก่อนครับ!! ไอ้โครงการไทยช่วยไทย คนละครึ่งพลัสที่บอกว่ามึงจ่าย 40 รัฐช่วยจ่าย 60 น่ะ… ความจริงมันไม่ใช่เลยครับ!! เพราะเงินที่รัฐเอามาช่วย ก็คือเงินพวกมึง 100% อยู่ดี รัฐบาลกู้มาแจก สุดท้ายก็รีดภาษีคืนจากประชาชน!!
แล้วก็กูนี่แหละ!!”พี่น้องครับ… ผมเห็นวาทกรรมนี้เต็มโซเชียลไปหมดแชร์กันเป็นหมื่น ตัดคลิปกันเป็นล้านวิวพูดเหมือนรู้ทันประเทศ พูดเหมือนตัวเอง “ตาสว่าง” แล้วคนที่ยังเห็นต่างคือ “โง่”
แต่วันนี้…ผมอยากชวนพี่น้องลองใช้สติคิดช้าๆกับวาทกรรมนี้สักครั้ง ก่อนอื่นผมต้องพูดก่อนว่า ผมไม่ได้เข้าข้างรัฐบาล รัฐบาลทำเหี้ยอะไรก็ด่าได้ โกงก็ด่า บริหารพลาดก็ด่า ผลาญงบก็ด่า ผมไม่เคยมีปัญหากับการตรวจสอบรัฐบาล แต่ผมมีปัญหา… กับคนที่เอา “ความจริงครึ่งเดียว” มาปั่นอารมณ์คนทั้งประเทศ จนคนไทยเริ่มเกลียดกันเอง และคนจนเริ่มรู้สึกผิด แม้แต่เวลาที่เขาดีใจกับการได้หายใจต่ออีกเดือน รู้ไหมว่า วาทกรรมแบบนี้มันอันตรายตรงไหน มันอันตรายตรงที่ มันทำให้คนเชื่อว่า “ประเทศนี้มีแต่เงินภาษีกู” “รัฐเอาเงินกูมาหลอกคืนกู” “คนจนกำลังถูกซื้อเสียง” ฟังดูสะใจนะ แต่ความจริงคือ… คนที่พิมพ์แบบนี้หลายคน ไม่เคยเข้าใจโครงสร้างประเทศจริงๆเลย เพราะคำว่า “ภาษี” มันไม่ได้มีแค่ภาษีเงินเดือนมนุษย์ออฟฟิศ
.jpg)
รัฐมีรายได้จาก - VAT - ภาษีนิติบุคคล - ภาษีนำเข้า - สรรพสามิต - ค่าธรรมเนียม - รัฐวิสาหกิจ - การลงทุน - และการกู้เงินตามกลไกเศรษฐกิจ และที่สำคัญที่สุดคือ…คนทั้งประเทศไม่ได้แบกภาษี “เท่ากัน” คนจำนวนมากในประเทศนี้ ยังไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษีเงินได้ด้วยซ้ำ แต่เขาก็ยังใช้ - ถนน - โรงพยาบาลรัฐ - น้ำประปา - ไฟฟ้า - รถเมล์ - โครงสร้างพื้นฐาน เหมือนทุกคน
ขณะเดียวกันคนรายได้สูงบริษัทใหญ่ธุรกิจใหญ่ก็เสียภาษีในสัดส่วนที่มากกว่าอย่างชัดเจนนี่คือหลักของ “รัฐสมัยใหม่”คนที่มีกำลังมากกว่าช่วยแบกระบบมากกว่าเพื่อให้ทั้งประเทศยังอยู่ได้มันไม่ใช่ระบบ “ใครจ่ายเท่าไหร่ เอาคืนเท่านั้น” เพราะถ้าเป็นแบบนั้นจริง…ลูกคนจนจำนวนมากคงไม่มีวันได้เรียนหนังสือคนหาเช้ากินค่ำคงไม่มีสิทธิ์รักษาตัวและอีกหลายจังหวัดคงไม่มีถนนใช้มาจนถึงวันนี้พี่น้องครับ…เวลาพวกคนพูดเสียงดังในโซเชียลพิมพ์ว่า “อย่าดีใจ มันเงินมึงเอง” เขาอาจกำลังพิมพ์จากห้องแอร์จากคอนโด จากร้านกาแฟ จากชีวิตที่ยังมีเงินในบัญชี แต่เขาไม่เคยรู้เลยว่า… สำหรับบางบ้าน เงินช่วยเหลือไม่กี่ร้อย คือข้าวของลูกทั้งอาทิตย์ คือค่านม คือค่ารถไปทำงาน คือเงินที่ทำให้ร้านเล็กๆ ยังไม่ต้องปิดกิจการวันนี้ ลองนึกภาพแม่ค้าคนนึงดูนะ… ตี 4 ยังไม่สว่าง ต้องรีบตื่นไปตลาด ยืนขายของทั้งวัน แดดเผาหน้า ฝนสาดใส่ร้าน บางวันขายดี บางวันเงียบจนอยากร้องไห้ หักต้นทุนแล้ว เหลือกำไรไม่ถึง 300 กลับบ้านไป ลูกถามเบาๆว่า “แม่… วันนี้มีไข่ไหม”
คำถามแค่นั้นแหละ… แต่บางบ้าน แม่ต้องหันหน้าหนีเพราะเงินในกระเป๋าไม่พอซื้อทั้งไข่ ทั้งนม ทั้งค่าเช่าห้องพร้อมกัน
แล้ววันหนึ่งรัฐมีมาตรการช่วยเหลือออกมาเงินไม่ได้เยอะหรอกแต่มากพอที่ลูกเขาจะได้กินอิ่มเพิ่มอีกสองสามมื้อมากพอที่เขาจะยังไม่หมดหวังกับชีวิตในเดือนนั้นแต่ในจังหวะเดียวกัน…กลับมีคนบนโซเชียลนั่งหัวเราะแล้วพิมพ์ว่า “อย่าโง่ดีใจ มันเงินมึงเอง” ถามจริงเถอะครับ…คนที่พูดแบบนี้เคยจนจริงไหมเคยอดมื้อกินมื้อไหมเคยเปิดกระเป๋าแล้วเหลือเงิน 47 บาททั้งที่พรุ่งนี้ต้องไปทำงานไหมเคยแกล้งบอกลูกว่า “แม่กินอิ่มแล้ว”เพื่อเก็บข้าวไว้ให้ลูกไหมหรือชีวิตไม่เคยลำบากพอจะเข้าใจคนที่กำลังจมน้ำจริงๆ และที่ตลกร้ายที่สุดคือ…คนที่ชอบดูถูกนโยบายช่วยคนจนหลายคนกลับได้ประโยชน์จากรัฐมากกว่าคนจนอีกทั้ง- สิทธิทางภาษี- โอกาสทางธุรกิจ- การเข้าถึงทุน- ระบบการศึกษา- เส้นสาย- โครงสร้างเศรษฐกิจที่เอื้อคนมีต้นทุน แต่พอคนตัวเล็กได้หายใจบ้างกลับหาว่าเขา “โง่”นี่แหละ…คือความโหดร้ายที่สุดของวาทกรรมนี้มันไม่ได้ทำให้คนเข้าใจเศรษฐกิจลึกขึ้นเลยแต่มันทำให้คนธรรมดา
เริ่มเหยียดกันเองทำให้คนจนรู้สึกต่ำค่าแม้แต่เวลาที่เขาดีใจกับการมีชีวิตรอดต่ออีกเดือนและอีกเรื่องนะ…เรื่อง “หนี้สาธารณะ”ชอบพูดกันเหมือนประเทศจะพังพรุ่งนี้ทั้งที่อเมริกาก็มีญี่ปุ่นก็มียุโรปก็มีเพราะหนี้สาธารณะไม่ใช่ปีศาจโดยอัตโนมัติคำถามจริงๆคือกู้มาแล้วประเทศเดินต่อไหมคนยังมีงานไหมร้านเล็กยังรอดไหมเศรษฐกิจยังหมุนไหมต่างหากสุดท้ายนี้…ผมไม่ได้บอกให้เชื่อรัฐบาลแต่ผมอยากให้พี่น้องใช้ “สติ” มากกว่า “อารมณ์”ในวันที่โลกโซเชียลเต็มไปด้วยคนพูดเสียงดังจำไว้นะครับ…คนที่มีผู้ติดตามเยอะไม่ได้แปลว่ารู้จริงคนที่พูดสะใจที่สุดก็ไม่ได้แปลว่าพูดถูกที่สุดบางครั้ง…คนที่ตะโกนว่า“กูตาสว่าง”อาจเป็นคนที่กำลังปิดตาคนอื่นอยู่ก็ได้ฟังหลายด้านคิดหลายมุม อย่าให้ความสะใจสำคัญกว่าความจริงเพราะประเทศนี้จะพังไม่ใช่เพราะคนเห็นต่าง แต่จะพัง…วันที่คนไทยเลิกฟังเหตุผลแล้วเลือกเชื่อแค่คนที่พูดถูกใจตัวเองที่สุด
พีระชาติ อินตา"
.jpg)
ในเวลาต่อมา พีระชาติ อินตา ยังได้เข้ามาคอมเมนต์แสดงความเห็นเพิ่มเติมใต้โพสต์ของตนเองอย่างดุเดือด เพื่อชี้แจงเจตนาและตอกกลับคนที่เข้ามาโจมตี โดยระบุว่า "ถ้าจะเข้ามาคอมเมนต์ย้อนแย้งในพื้นที่นี้ ผมรบกวนอย่างเดียวครับ…อ่านให้จบก่อน แล้วค่อยใช้เหตุผลคุยกัน เพราะบทความนี้ไม่เคยบอกให้เลิกตรวจสอบรัฐบาล ไม่ได้ห้ามตั้งคำถามเรื่องภาษี หรือหนี้สาธารณะเลยแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่ผมกำลังพูด คือ “วาทกรรม” ที่ทำให้คนจนรู้สึกต่ำค่า เพียงเพราะเขาดีใจกับความช่วยเหลือเล็กๆที่ทำให้ครอบครัวเขาอยู่รอดต่อได้อีกเดือน และเอาตรงๆนะครับ…จากที่ผมไล่อ่านหลายคอมเมนต์ คนจำนวนไม่น้อยไม่ได้กำลังเถียงด้วยข้อมูลเศรษฐกิจจริงๆหรอก แต่กำลังเอาอคติทางชนชั้น กับอารมณ์ทางการเมือง มาห่อด้วยศัพท์ดูฉลาด เพื่อทำให้ตัวเองดูเหมือน “รู้ทันประเทศ” มากกว่า เพราะถ้าอ่านจนจบแล้ว ยังมองไม่ออกว่าแก่นของบทความนี้คือ “ความเป็นมนุษย์” ไม่ใช่การอวยรัฐบาล นั่นแปลว่าคุณอาจไม่ได้อ่านเพื่อทำความเข้าใจ แต่กำลังอ่านเพื่อหาทางตัดสินคนที่ลำบากกว่าเท่านั้นเอง ที่น่าตลกคือ หลายคนที่ชอบพูดว่า “เงินภาษีกู” หรือชอบดูถูกนโยบายช่วยคนจน กลับเป็นคนที่ไม่เคยสัมผัสชีวิตคนหาเช้ากินค่ำจริงๆ ใช้ชีวิตอยู่กับกราฟหุ้น ตัวเลขลงทุน ห้องแอร์ และความมั่นคงทางการเงิน จนลืมไปว่า สำหรับบางบ้าน เงินไม่กี่ร้อยมันคือข้าวของลูกทั้งอาทิตย์ เพราะคนที่ไม่เคยใกล้ความจนมากพอ มักคิดว่าความลำบากของคนอื่นเป็นแค่ “ทฤษฎีเศรษฐกิจ” ให้เอามาถกเถียงเล่นบนโซเชียลได้ สุดท้ายนี้…คนฉลาดจริง เขาไม่จำเป็นต้องเหยียดคนจนเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองมีความรู้ครับ พีระชาติ อินตา"
.jpg)
หลังจากโพสต์ของ พีระชาติ อินตา เผยแพร่ออกไป บรรดาชาวเน็ตและประชาชนต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลาม เช่น
"ใช้อารมณ์อ่านก็ได้อารมณ์ ใช้ความคิดอ่านก็ได้ความคิด"
"มีประโยชน์ค่ะ"
"เเม่ค้า จะขายของได้ คนจะกล้าซื้อของ หลายครอบครัวหลายชีวิต จะได้เดินต่อ ชอบอ่านบทความของคุณค่ะ"
"ขอบคุณค่ะ ทำให้คนได้มองมุมต่าง มองให้ลึก มองด้วยเหตุผล"
"ขอบคุณความรู้ดีๆ มีเหตุมีผล ขออนุญาตแชร์ค่ะ"
"บทความนี้ชัดเจนตรงไปตรงมาด้วยเหตุและผลที่ ประชาชนคนรากหญ้าอย่างพวกผมได้ประโยชน์เต็มๆครับ ส่วนเรื่องที่มาของเงินว่าเขาจะเอามาจากเงินภาษีหรือเงินจากที่ไหนผมไม่สนแม่งหรอกครับ มันอยู่ที่การบริหารจัดการของรัฐบาลเขาครับ"
"อย่างน้อยหลายคนและหลายครอบครัวอาจจะได้กินทุเรียนอร่อยๆบ้างน่ะ รวมถึงผมด้วย "
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก พีระชาติ อินตา
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี