วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569
Rare Earth Elements ธาตุหายากที่มีมากใต้ผืนแผ่นดินไทย อาจารย์จุฬาฯ แนะไทยเร่งสำรวจหาข้อมูลปริมาณธาตุที่ชัดเจน วางนโยบายบริหารจัดการอย่างรอบด้าน เพื่อไม่พลาดโอกาสทองในการสร้างมูลค่าเศรษฐกิจใหม่อย่างยั่งยืน
ธาตุหายาก หรือ แรร์เอิร์ธ (Rare Earth Elements) เริ่มเป็นที่สนใจและถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในฐานะเป็นแหล่งพลังงานยุคใหม่ศักยภาพสูงที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเทคโนโลยีและโลกแห่งอนาคต หลายประเทศมหาอำนาจจึงมุ่งสำรวจ สะสม และใช้ประโยชน์จากธาตุหายากเพื่อสร้างความเจริญและมั่งคั่งทางเศรษฐกิจให้กับประเทศตน
สำหรับประเทศไทย หากวัดปริมาณธาตุหายากจากความสนใจและการพยายามเข้ามาของชาติมหาอำนาจในประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว ก็อาจคาดเดาได้ว่าไทยน่าจะมีธาตุหายากในปริมาณมากทีเดียว
เมื่อต่างชาติสนใจทรัพยากรใต้ผืนแผ่นดินไทย ทุกภาคส่วนในประเทศรวมถึงประชาชนคนไทยเองก็ควรตระหนักถึงความสำคัญของธาตุหายากเพื่อร่วมกันบริหารทรัพย์ในดินของชาติเพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและอนาคต
.jpg)
“ต่างชาติเข้ามาเคาะประตูบ้านเราแล้วบอกว่าในบ้านคุณมีสมบัติอยู่ เราก็ควรหันกลับมาดูว่าเรามีสมบัติซ่อนไว้ในบ้านเท่าไร” ผศ.ดร.อลงกต ฝั้นกา จากหน่วยปฏิบัติการวิจัยแร่และศิลาวิทยาประยุกต์ ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเปรียบเทียบ และตั้งประเด็นคำถามชวนสำรวจความพร้อมของไทยเกี่ยวกับธาตุหายาก อาทิ เรามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปริมาณและศักยภาพของทรัพยากรเหล่านี้อย่างเพียงพอหรือไม่ เรามีความพร้อมเพียงใดในการปกป้องและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของชาติ เรามีทิศทางเชิงนโยบายในการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรของชาติอย่างมีประสิทธิภาพโดยยังคงคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และความยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไปหรือไม่ ฯลฯ
หากมองรอบตัวเรา อุปกรณ์เทคโนโลยีที่เราใช้กันทุกวันนี้ล้วนมีธาตุหายากเป็นส่วนประกอบ ตั้งแต่โทรศัพท์มือถือ แล็ปท็อป รถยนต์ไฟฟ้า นวัตกรรม LED แบตเตอรี่ และเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาดอีกมากมาย
“การพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ที่เราใช้กันในทุกวันนี้แทบจะไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้เลย ถ้าเราไม่มีธาตุหายากเหล่านี้ในการเป็นตัวขับเคลื่อน การใช้ประโยชน์หลักของธาตุหายากอยู่ในการผลิตแม่เหล็กแรงสูงถาวร ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในมอเตอร์ของยานยนต์ไฟฟ้า ระบบผลิตกระแสไฟฟ้าจากกังหันลม และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ” ผศ.ดร.อลงกต กล่าว
.jpg)
Rare Earth Elements ประกอบด้วยธาตุทั้งสิ้น 17 ธาตุ ได้แก่ ธาตุในกลุ่มแลนทาไนด์ 15 ธาตุ (ตั้งแต่ La ถึง Lu) รวมกับธาตุสแกนเดียม (Sc) และอิตเทรียม (Y) ซึ่งอยู่ในตารางธาตุที่นักเรียนสายวิทยาศาสตร์คุ้นเคยเป็นอย่างดี
“สิ่งที่ทำให้ธาตุเหล่านี้ถูกกล่าวถึงและได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่เพราะความหายากตามชื่อ แต่เป็นเพราะบทบาทสำคัญของธาตุเหล่านี้ต่อเทคโนโลยีพลังงานและเทคโนโลยีขั้นสูงที่ขับเคลื่อนโลกยุคใหม่ ธาตุหายากเป็นหนึ่งในแร่ธาตุสำคัญ หรือ Critical Minerals ที่ทุกประเทศทั่วโลกต่างจับตามอง ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา จีน หรือยุโรป ล้วนกำหนดให้ธาตุหายากเป็นทรัพยากรยุทธศาสตร์สำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต” ผศ.ดร.อลงกต กล่าวและว่า นอกจากธาตุหายากแล้ว แร่ธาตุสำคัญอื่นๆ ที่หลายประเทศให้ความสนใจ ยังรวมถึงลิเทียม (Li) ที่ใช้ทำแบตเตอรี่ นิกเกิล (Ni) โคบอลต์ (Co) ดีบุก (Sn) ทังสเตน (W) และทองแดง (Cu) ซึ่งล้วนเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง
หากมองรอบตัวเรา อุปกรณ์เทคโนโลยีที่เราใช้กันทุกวันนี้ล้วนมีธาตุหายากเป็นส่วนประกอบ ตั้งแต่โทรศัพท์มือถือ แล็ปท็อป รถยนต์ไฟฟ้า นวัตกรรม LED แบตเตอรี่ และเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาดอีกมากมาย
“การพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ที่เราใช้กันในทุกวันนี้แทบจะไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้เลย ถ้าเราไม่มีธาตุหายากเหล่านี้ในการเป็นตัวขับเคลื่อน การใช้ประโยชน์หลักของธาตุหายากอยู่ในการผลิตแม่เหล็กแรงสูงถาวร ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในมอเตอร์ของยานยนต์ไฟฟ้า ระบบผลิตกระแสไฟฟ้าจากกังหันลม และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ” ผศ.ดร.อลงกต กล่าว
ปัจจุบันประเทศจีนครองตำแหน่งผู้ผลิตธาตุหายากรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยผลิตจากแหล่งธาตุหายากแบบไอออนที่ดูดซับโดยดิน ซึ่งสกัดได้ง่ายและมีปริมาณมาก นอกจากนี้ยังมีการขยายการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค ส่วนประเทศอื่น ๆ เช่น ออสเตรเลีย มาเลเซีย และอินเดีย ผลิตจากแหล่งแบบลานแร่และแร่หนัก ขณะที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และรัสเซีย มีแหล่งแบบปฐมภูมิจากหินชนิดต่าง ๆ เช่น หิน คาร์บอเนไทต์และหินอัคนีชนิดอัลคาไลน์
“ประเทศไทยมีธาตุหายากครอบคลุมทั้ง 3 รูปแบบในหลายพื้นที่และมีองค์ประกอบธาตุหายากอยู่มาก เพียงแต่ยังขาดการศึกษาและสำรวจอย่างจริงจัง เรามีมากแต่ไม่รู้ว่ามีในปริมาณเท่าไร เหมือนต่างชาติเข้ามาเคาะประตูบ้านเราบอกว่าในบ้านคุณมีสมบัติอยู่ ทำให้เราหันกลับมาดูว่าเรามีสมบัติซ่อนไว้ในบ้านเท่าไร” ผศ.ดร.อลงกต กล่าวเปรียบเทียบ
“กระดุมเม็ดแรกที่เราต้องทำคือสำรวจให้ชัดเจนว่าไทยมีธาตุหายากปริมาณเท่าไร เพื่อจะได้วางแผนบริหารจัดการ และเจรจาต่อรองได้อย่างมีข้อมูล ไม่ใช่การขายทิ้งไปในราคาที่ต่ำ เพราะในอนาคตธาตุหายากอาจมีมูลค่าสูงขึ้นหลายสิบเท่าหรือหลายร้อยเท่าก็ได้ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายต้องร่วมกันบริหารจัดการทรัพยากรธาตุหายาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้ประโยชน์ในรูปแบบองค์ความรู้ การอนุรักษ์ การเก็บไว้เป็นทุนสำรองของชาติ หรือการพัฒนานวัตกรรม”
ทั้งนี้การดูแลและกำกับแร่ธาตุหายากในไทยอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ และกรมทรัพยากรธรณี โดยมีกลไกและข้อบังคับตามพระราชบัญญัติแร่ ซึ่งพิจารณาในหลายมิติ ทั้งมิติทรัพยากร สิ่งแวดล้อม สังคม วัฒนธรรม ชุมชน และสุขภาพ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันยังไม่มีการออกใบอนุญาตให้ภาคเอกชนหรือหน่วยงานใดเข้าไปทำการสำรวจอย่างเป็นทางการ ทำให้ข้อมูลที่มีอยู่ส่วนใหญ่มาจากงานวิจัยทางวิชาการ
“วันนี้เป็นโอกาสดีที่ทุกคนได้รู้จักกับธาตุหายากซึ่งเป็นสมบัติของชาติ ประชาชนมีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าในประเทศของเรานั้นมีธาตุหายากอะไรอยู่บ้าง นอกจากสิทธิที่จะรู้ข้อมูลแล้ว ประชาชนก็ควรตระหนักรู้ถึงคุณค่าของทรัพยากรธรณีทุกชนิดด้วย เพื่อจะได้ร่วมอนุรักษ์และใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพหรือสิ่งแวดล้อม” ผศ.ดร.อลงกต กล่าวทิ้งท้าย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี