ส่องโมเดลสภาคองเกรส เถกิง พาดู สส.มะกัน ไร้สวัสดิการกินฟรี ต้องควักกระเป๋าจ่ายเอง

ส่องโมเดลสภาคองเกรส เถกิง พาดู สส.มะกัน ไร้สวัสดิการกินฟรี ต้องควักกระเป๋าจ่ายเอง

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.56 น.

16 มีนาคม 2569 เถกิง สมทรัพย์ สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า มีการเสนอยกเลิกการเลี้ยงอาหาร สส. สว ในรัฐสภาไทย

ผมลองถาม ChatGPT ให้ช่วยหาความรู้ว่า รัฐสภา สหรัฐ เขาบริหารเรื่องอาหาร ยังไง


ได้ข้อมูลเบื้องต้น ดังนี้

การจัดการ โรงอาหาร / แคนทีนของสมาชิกสภาคองเกรส (MP) บน Capitol Hill ของสหรัฐ ใช้ระบบ ผสมระหว่างการกำกับโดยรัฐบาลและการบริหารโดยบริษัทเอกชน โดยมีโครงสร้างดังนี้

1. ใครเป็นผู้บริหารโรงอาหาร
ฝั่งสภาผู้แทนราษฎร (House of Representatives)
• อยู่ภายใต้การดูแลของ Chief Administrative Officer of the U.S. House of Representatives (CAO)
• และ House Administration Committee
แต่การดำเนินงานจริง เช่น
• โรงอาหาร
• ร้านกาแฟ
• ห้องอาหารสมาชิก
• บริการจัดเลี้ยง
จะ จ้างบริษัทเอกชนมาบริหาร เช่น Sodexo
มีจุดบริการอาหารประมาณ 10–17 แห่ง ในอาคารของสภาผู้แทนราษฎร

ฝั่งวุฒิสภา (Senate)
• ดูแลโดย Architect of the Capitol (AOC)
• ภายใต้กำกับของ Senate Committee on Rules and Administration
การดำเนินงานร้านอาหารให้บริษัทเอกชน เช่น
Restaurant Associates
ฝั่งวุฒิสภามีร้านอาหารและคาเฟ่ประมาณ 11 แห่ง
ตัวอย่างเช่น
• ห้องอาหารวุฒิสมาชิก
• Dirksen Café
• ร้านกาแฟในอาคารสำนักงานวุฒิสภา

2. ประเภทของร้านอาหารใน Capitol Hill
- ห้องอาหารสำหรับสมาชิกโดยเฉพาะ
ตัวอย่าง
• Members’ Dining Room (ฝั่งสภาผู้แทน)
• Senate Dining Room
ลักษณะ
• เป็นร้านอาหารทางการ
• ใช้พบปะหารือทางการเมือง
• สมาชิกสามารถพาแขกมาได้
• ต้องแต่งกายสุภาพ
ห้องอาหารสมาชิกมีประวัติย้อนกลับไปถึง ปี ค.ศ. 1834 เพราะสมาชิกสภาต้องประชุมยาวทั้งวัน

- โรงอาหารสำหรับสมาชิกและเจ้าหน้าที่
เช่น
• Longworth Cafeteria
• Capitol Café
• Dirksen Café
รูปแบบคล้ายโรงอาหารในสำนักงานขนาดใหญ่ เช่น
• สถานีอาหารร้อน
• สลัดบาร์
• อาหารจานด่วน
• อาหารซื้อกลับ
ผู้ใช้บริการหลักคือ
• สมาชิกสภา (MP)
• เจ้าหน้าที่รัฐสภา
• นักข่าว
• ผู้มาเยือนบางส่วน

- บริการจัดเลี้ยง (Catering)
สมาชิกสามารถสั่งอาหารไปใช้ใน
• การประชุมคณะกรรมาธิการ
• งานแถลงข่าว
• งานต้อนรับคณะทูต

3. การชำระเงิน
อาหารใน Capitol Hill ไม่ได้ฟรี
วิธีจ่ายเงิน เช่น
• บัตรเครดิต / เดบิต
• บัตรเติมเงินของโรงอาหาร
• ระบบชำระเงินดิจิทัล
บางเมนูมี การอุดหนุนเล็กน้อยจากรัฐ เพราะอยู่ในเขตรัฐสภา

4. ทำไมรัฐสภาต้องมีระบบอาหารของตัวเอง
เหตุผลหลักคือ
สมาชิกสภามักต้องทำงาน
• เวลายาวนาน
• มีการลงคะแนนตอนดึก
• ออกจากอาคารรัฐสภาไม่ได้ง่าย
จึงต้องมีร้านอาหารในพื้นที่เพื่อให้
กินอาหารได้เร็วและกลับเข้าประชุมทันที

งบประมาณสำหรับ การจัดอาหารในรัฐสภาสหรัฐ (Capitol Hill) ไม่ได้เป็น “งบเลี้ยงอาหารฟรีให้สมาชิก” โดยตรง แต่เป็น งบดำเนินงานของระบบร้านอาหารและโรงอาหาร ซึ่งครอบคลุมค่าโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และการบริหารร้านอาหารในอาคารรัฐสภา

[1] งบของฝั่งสภาผู้แทนราษฎร (House of Representatives)
การจัดอาหารอยู่ภายใต้การดูแลของ
Chief Administrative Officer of the U.S. House of Representatives
งบประมาณที่ใช้ในระบบร้านอาหารของสภาอยู่ประมาณ
ประมาณ 10–15 ล้านดอลลาร์ต่อปี
(ประมาณ 350–520 ล้านบาทต่อปี)
งบนี้ใช้สำหรับ
• บริหารโรงอาหารหลายแห่งในอาคารรัฐสภา
• ค่าพนักงาน
• ค่าดูแลครัวและอุปกรณ์
• ระบบชำระเงิน
• การซ่อมบำรุงพื้นที่
แต่ ค่าอาหารส่วนใหญ่ผู้ใช้ต้องจ่ายเอง

[2] งบของฝั่งวุฒิสภา (Senate)
ระบบร้านอาหารของวุฒิสภาดูแลโดย
Architect of the Capitol
งบดำเนินงานอยู่ประมาณ
8–12 ล้านดอลลาร์ต่อปี
(ประมาณ 280–420 ล้านบาทต่อปี)
งบนี้ใช้สำหรับ
• ร้านอาหาร
• คาเฟ่
• บริการจัดเลี้ยงภายในวุฒิสภา

[3] รายได้จากการขายอาหาร
ระบบร้านอาหารของรัฐสภามีรายได้จาก
• การขายอาหารให้สมาชิกและเจ้าหน้าที่
• ร้านกาแฟ
• บริการ catering
รายได้ต่อปีประมาณ
15–20 ล้านดอลลาร์
จึงทำให้ระบบ เกือบคุ้มทุน

[4] ทำไมรัฐยังต้องสนับสนุนงบ
แม้มีรายได้จากการขายอาหาร แต่รัฐบาลยังต้องสนับสนุนบางส่วน เพราะ
• ต้องเปิดบริการ ตั้งแต่เช้าจนถึงดึก
• ต้องมี มาตรการความปลอดภัยสูง
• ร้านอาหารอยู่ใน เขตอาคารรัฐบาลที่ปิด
ดังนั้นจึงไม่สามารถดำเนินธุรกิจแบบร้านอาหารทั่วไปได้

ภาพรวมงบประมาณ
กล่าวง่าย ๆ คือ
รัฐสภาสหรัฐใช้เงินประมาณ 18–27 ล้านดอลลาร์ต่อปี
เพื่อให้ระบบอาหารของรัฐสภาทำงานได้
แต่ สมาชิกสภาไม่ได้กินฟรี — ต้องจ่ายค่าอาหารเหมือนคนทั่วไป
กล่าวง่าย ๆ คือ
รัฐสภาสหรัฐใช้เงินประมาณ 18–27 ล้านดอลลาร์ต่อปี
เพื่อให้ระบบอาหารของรัฐสภาทำงานได้
แต่ สมาชิกสภาไม่ได้กินฟรี — ต้องจ่ายค่าอาหารเหมือนคนทั่วไป
กล่าวง่าย ๆ คือ
รัฐสภาสหรัฐใช้เงินประมาณ 18–27 ล้านดอลลาร์ต่อปี
เพื่อให้ระบบอาหารของรัฐสภาทำงานได้
แต่ สมาชิกสภาไม่ได้กินฟรี — ต้องจ่ายค่าอาหารเหมือนคนทั่วไป
ระดับอาหารในโรงอาหารของรัฐสภาสหรัฐ โดยรวมไม่ได้ถือว่าหรูหราหรือฟุ่มเฟือย แต่ถูกออกแบบให้เป็น “อาหารคุณภาพดีในราคาปกติของโรงอาหารสำนักงานระดับสูง” มากกว่า

[1] โรงอาหารทั่วไป (Cafeteria)
United States Capitol
ลักษณะเหมือน โรงอาหารบริษัทหรือมหาวิทยาลัยใหญ่
เมนูตัวอย่าง
• เบอร์เกอร์ / แซนด์วิช
• ซุป
• สลัดบาร์
• พาสต้า
• อาหารอเมริกันทั่วไป
ราคาโดยประมาณ
• อาหารจานหลัก: 8–15 ดอลลาร์
• กาแฟ: 2–4 ดอลลาร์
• มื้อกลางวันทั่วไป: 10–20 ดอลลาร์
ราคานี้ถือว่า ไม่แพงสำหรับ Washington D.C.

[2] ห้องอาหารสมาชิก (Members’ Dining Room)
Members’ Dining Room
เป็นร้านอาหารแบบ fine-casual / กึ่งทางการ
ลักษณะ
• โต๊ะผ้าขาว
• บริกรบริการเต็มรูปแบบ
• ใช้สำหรับประชุมทางการเมือง
เมนูตัวอย่าง
• สเต๊ก
• ปลาแซลมอน
• สลัดพรีเมียม
• ซุปพิเศษประจำวัน
ราคาโดยประมาณ
• อาหารหลัก: 20–35 ดอลลาร์
คล้ายร้านอาหารดี ๆ ในเมือง แต่ ไม่ถึงระดับหรู

[3] เมนูในตำนานของรัฐสภา
หนึ่งในเมนูที่ดังที่สุดคือ
Senate Bean Soup
• ซุปถั่วขาว
• เสิร์ฟในวุฒิสภามาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19
• เป็นธรรมเนียมว่า ต้องมีทุกวัน
ราคาเพียงประมาณ 3–5 ดอลลาร์

[4] ทำไมอาหารจึงไม่หรู
เหตุผลหลักมี 4 ข้อ
1. ป้องกันเสียงวิจารณ์จากประชาชน
2. สมาชิกสภา ต้องจ่ายเอง
3. เน้น กินเร็วเพื่อกลับไปทำงาน
4. เป็นพื้นที่ทำงาน ไม่ใช่สถานที่หรู
“โต๊ะอาหารใน Capitol Hill เป็นสถานที่ที่ดีลการเมืองใหญ่ของอเมริกาถูกตกลงกันจริง ๆ”
เช่น
• ข้อตกลงงบประมาณ
• การเจรจาพรรคการเมือง
• การล็อบบี้นโยบาย
ซึ่งหลายครั้งเกิดขึ้น ระหว่างมื้อกลางวันธรรมดา ๆ ในโรงอาหารนี่เอง.
ไม่หรูแต่คุยเรื่องระดับโลก

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top