วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569
กลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการสื่อสารมวลชนไทย เมื่อ หนุ่ย เอกราช เก่งทุกทาง ประกาศยุติบทบาทการทำหน้าที่พิธีกรข่าวกีฬาในรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 เอชดี หลังจากที่ร่วมสร้างสีสันและรายงานข่าวเคียงข้างผู้ประกาศข่าวชื่อดังอย่าง สรยุทธ สุทัศนะจินดา มาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี ท่ามกลางความตกใจและเสียดายของแฟน ๆ ข่าวทั่วประเทศ
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ ทีมงานแนวหน้าออนไลน์ จะขอพาทุกท่านย้อนกลับไปทำความรู้จักกับตัวตนของชายที่ชื่อ เอกราช เก่งทุกทาง ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ชายผู้หายใจเข้าออกเป็นลูกหนังจนได้รับฉายา คนบ้าบอล และเป็น พี่หนุ่ย ที่แสนอบอุ่นของน้อง ๆ ในวงการสื่อมาตลอดหลายทศวรรษ
.jpg)
เอกราช เก่งทุกทาง เกิดเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2509 ปัจจุบันอายุ 59 ปี เป็นบุตรชายของ สมเกียรติ เก่งทุกทาง หรือที่รู้จักในนาม ก. เก่งทุกทาง อดีตนักแสดงและฝ่ายศิลปกรรมของดาราฟิล์ม แม้จะเติบโตมาในครอบครัวสายบันเทิง แต่ความหลงใหลของหนุ่ยกลับพุ่งเป้าไปที่ฟุตบอลมาตั้งแต่วัยเยาว์
ซึ่ง หนุ่ย เอกราช จบการศึกษาชั้นมัธยมจากโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว และปริญญาตรีจากคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุดเริ่มต้นความบ้าบอลของเขาชัดเจนตั้งแต่อายุ 10 กว่าขวบ เมื่อเริ่มอ่านนิตยสาร สตาร์ซอคเก้อร์ และคลั่งไคล้ถึงขนาดนำรูปทีมฟุตบอลจากหน้ากลางนิตยสารมากางวางข้างจอโทรทัศน์ขณะรับชม รวมถึงการติดตามผลบอลผ่านวิทยุคลื่นสั้น BBC ตั้งแต่สมัยยังเป็นนักศึกษา
.jpg)
และหลังเรียนจบ เอกราชตัดสินใจเดินตามความฝันด้วยการเขียนบทความวิเคราะห์ทีม ลิเวอร์พูล ด้วยลายมือจำนวน 2 หน้ากระดาษ แล้วนำไปฝากไว้กับพนักงานรักษาความปลอดภัยที่หน้าร้านสตาร์ซอคเก้อร์ สาขาพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ต้นฉบับแผ่นนั้นเปลี่ยนชีวิตเขา เมื่อมันถูกส่งไปถึงมือกองบรรณาธิการในช่วงที่ขาดนักข่าวต่างประเทศพอดี เขาจึงได้เริ่มงานที่ สยามกีฬา ที่นั่นเขาได้เรียนรู้งานจากรุ่นพี่ระดับตำนานอย่าง บิ๊กจ๊ะ สาธิต กรีกุล, ยอด ยอดชาย ขันธะชวนะ และที่สำคัญที่สุดคือ ย.โย่ง เอกชัย นพจินดา ซึ่งเอกราชยกให้เป็นต้นแบบในการทำงานสืบมา โดยในตอนนั้นเขาใช้นามปากกาว่า ขุนไข่
ด้วยความหลงใหลคลั่งใคล้ในกีฬาฟุตอบอลของ เอกราช เก่งทุกทาง เขาเริ่มงานบรรยายกีฬาครั้งแรกกับทางช่อง 9 อสมท ในศึก FA CUP ฤดูกาล 1991-1992 ก่อนจะกลายเป็นผู้บรรยายหลักให้กับ IBC เคเบิลทีวีรายแรกของไทย สไตล์การพากย์ของเขาเป็นการผสมผสานระหว่างความสนุกเร้าอารมณ์แบบ ย.โย่ง และความรอบรู้ สุขุม นุ่มลึกแบบ ศุภพร มาพึ่งพงศ์ จนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แฟนบอลชื่นชอบ คือ เสียงนุ่ม จังหวะดี ข้อมูลแน่น และไม่เอนเอียง

หนุ่ย เอกราช ได้รับเลือกให้เป็นผู้บรรยายหลักในนัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2002 (ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้) เป็นการถ่ายทอดสดแบบไม่มีโฆษณาคั่นครั้งแรกของไทย และต่อเนื่องไปยังนัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2006 (เยอรมนี) และนี่คือจุดสูงสุดในอาชีพนักพากย์ของเขา
ในช่วงปี พ.ศ. 2546 ผู้ประกาศข่าวชื่อดังอย่าง สรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้ชักชวนเจ้าตัวให้มาร่วมงานในรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ รับผิดชอบข่าวกีฬาและต่างประเทศ จากจุดเริ่มที่ตั้งใจมาช่วยเพียงชั่วคราวในช่วงฟุตบอลยูโร 2004 และโอลิมปิก กลับกลายเป็นการทำงานร่วมกันยาวนานกว่าสองทศวรรษ

เอกราชปรับเปลี่ยนสไตล์การนำเสนอให้เป็นกีฬารสชาวบ้าน เล่าเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย มีการหยอกล้อและรับส่งมุกกับสรยุทธอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่มีสคริปต์ เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือความทุ่มเท เขาต้องตื่นมาดูบอลดึกคืนแล้วคืนเล่า และบึ่งรถจากย่านสมุทรสาครฝ่าถนนพระราม 2 เพื่อมาเตรียมตัวเข้ารายการในช่วงเช้ามืดทุกวัน นอกจากงานหน้าจอโทรทัศน์ หนุ่ย เอกราช ยังมีผลงานในแวดวงสื่อสิ่งพิมพ์มากมาย ทั้งการเป็นคอลัมนิสต์ให้มติชนรายวัน, เครือสยามสปอร์ต และเคยดำรงตำแหน่งบรรณาธิการอำนวยการนิตยสาร FourFourTwo ฉบับภาษาไทย
ปัจจุบันเขายังขยายฐานแฟนคลับสู่โลกออนไลน์ผ่านช่องยูทูบ เอกราช เต็มหนุ่ย ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 2.65 แสนคน และเฟซบุ๊กมากถึง 2.2 แสนคน นำเสนอคอนเทนต์วิเคราะห์ฟุตบอลในสไตล์ที่คุ้นเคย แม้จะลาออกจากหน้าจอช่อง 3 ไปแล้ว แต่ชื่อของ เอกราช เก่งทุกทาง ยังคงเป็นสถาบันแห่งการเล่าข่าวกีฬารสชาวบ้านที่อยู่ในใจของคนไทยเสมอมา



ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก เอกราช เต็มหนุ่ย, ยูทูบ เอกราช เต็มหนุ่ย - Aekarach TemNui
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี