วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569
7 เมษายน 2569 ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ท่ามกลางกลิ่นอายสงครามที่คละคลุ้งในตะวันออกกลาง วันนี้ (7 เมษายน 2569) มีอีกหนึ่ง "พายุ" ที่กำลังก่อตัวขึ้นในวอชิงตันครับ นั่นคือกระแสข่าวลือเรื่องการใช้ บทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ 25 (25th Amendment) เพื่อถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกจากตำแหน่ง
จุดเริ่มต้นของ "พายุข่าวลือ"
ชนวนเหตุมาจากโพสต์สุดเดือดช่วงวันอีสเตอร์ที่ผ่านมาครับ เมื่อทรัมป์ใช้ถ้อยคำรุนแรงขู่จะถล่มอิหร่านให้ "ราบเป็นหน้ากลอง" หากไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซตามกำหนด จนทำให้นักการเมืองฝั่งเดโมแครตเริ่มออกมาใช้คำว่า "Unhinged" (สติหลุด) และเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาว่าทรัมป์ยัง "มีสภาพจิตใจที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่" (Fitness for Office) หรือไม่?
ขั้นตอนการ "ยึดอำนาจ" โดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ (Section 4):
• จุดเริ่มต้น: รองประธานาธิบดี (JD Vance) ต้องเป็นหัวหอก ร่วมกับ เสียงข้างมากของคณะรัฐมนตรี (8 จาก 15 ตำแหน่งหลัก) ลงนามในหนังสือยืนยันว่าประธานาธิบดี "Incapable" (ไร้ความสามารถ) ในการบริหาร
• การโอนอำนาจทันที: ทันทีที่หนังสือส่งถึงสภา อำนาจการสั่งการทั้งหมด (รวมถึงรหัสนิวเคลียร์) จะตกเป็นของรองประธานาธิบดีในฐานะ "รักษาการประธานาธิบดี" ทันที!
• การโต้กลับ: หากทรัมป์ฟื้นตัวหรือยืนยันว่า "ผมยังไหว" เขาสามารถส่งหนังสือโต้แย้งเพื่อดึงอำนาจคืนได้ แต่ถ้าคณะรัฐมนตรียังยืนกรานคำเดิมภายใน 4 วัน เรื่องจะถูกส่งไปให้ สภาคองเกรส ตัดสินภายใน 21 วัน (ซึ่งต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ของทั้งสองสภาเพื่อถอดถอนถาวร)
หมากซ้อนหมาก: ข่าวลือโรงพยาบาล และการ "Test the Water"
สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีก เมื่อมีกระแสข่าวลือเรื่องการเข้าโรงพยาบาลวอลเตอร์ รีด แบบกะทันหันในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ทำเนียบขาวจะออกมาปฏิเสธเสียงแข็งว่า 'Fake News!' แต่ในโลกยุทธศาสตร์หลายคนรวมทั้งผม ตั้งข้อสังเกตว่านี่อาจเป็นการปล่อยข่าวลือเรื่องสุขภาพเพื่อ 'Test the Water' หรือโยนหินถามทาง
เพื่อเช็กปฏิกิริยาของตลาดหุ้นและราคาน้ำมัน รวมถึงเป็นการ "ล่อซื้อ" เพื่อดูว่าในคณะรัฐมนตรี ใครคือคนที่เตรียมจะขยับตัวใช้บทบัญญัติที่ 25 จริงๆ (เป็นการคัดคนทรยศออกจากกระดานก่อนเริ่มศึกใหญ่คืนนี้)
ทำไมประเด็นนี้ถึงเป็น "หมากเด็ด" ในคืนนี้?
ในเชิงยุทธศาสตร์ คืนวันที่ 7 เมษายนนี้คือช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดครับ เพราะหากทรัมป์สั่งการโจมตีอิหร่านรุนแรงเกินไปจนคนในคณะรัฐมนตรีเริ่ม "กลัว" ผลกระทบที่ตามมา พวกเขาอาจใช้ ช่องโหว่ทางสุขภาพ (จากข่าวลือโรงพยาบาลที่หลุดออกมา) มาเป็นข้ออ้างในการ Invoke Section 4 เพื่อหยุดยั้งคำสั่งโจมตีในนาทีสุดท้ายได้เลย
"บทบัญญัติที่ 25 จึงไม่ใช่แค่กฎหมาย แต่มันคือ 'ปุ่มหยุดฉุกเฉิน' ที่ฝ่ายตรงข้ามพยายามจะยื่นมือมาใกล้ๆ ตลอดเวลา เพื่อบีบให้ทรัมป์ต้องคิดให้รอบคอบก่อนจะกดปุ่มสั่งการใดๆ ในคืนนี้"
ยุทธศาสตร์ "Pleading Insanity" (แกล้งบ้าเพื่อรอด?)
หากเราวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ "ทางลง" (Exit Strategy) ของทรัมป์ในนาทีวิกฤต บางทีมันอาจไม่ได้จบที่การเซ็นสัญญาหรือการทิ้งระเบิด แต่อาจหักมุมยิ่งกว่าหนัง Hollywood ครับ
ถ้าใครเคยดูหนังแนวชิงไหวชิงพริบทางการเมือง ที่ตัวเอกเลือกใช้ยุทธศาสตร์ "Pleading Insanity" หรือการยอมรับว่าตัวเองมีสภาวะทางจิต/สุขภาพ เพื่อเลี่ยงความรับผิดชอบ... นี่อาจเป็นหนึ่งใน "The Ultimate Exit Strategy" ของทรัมป์หรือไม่?
* ฉากทัศน์ที่เป็นไปได้: หากสงครามบานปลายจนคุมไม่ได้ หรือราคาน้ำมันทำลายเศรษฐกิจอเมริกาจนพังพินาศ แทนที่จะยอมรับความพ่ายแพ้ ทรัมป์อาจใช้กระแสเรื่อง "สุขภาพ" หรือการถูกบีบด้วยบทบัญญัติที่ 25 มาเป็นเหตุผลในการ "ส่งไม้ต่อ" ให้รองประธานาธิบดี JD Vance
* ผลลัพธ์: เขาจะลงจากตำแหน่งในฐานะ "ผู้นำที่กรำศึกจนร่างกายรับไม่ไหว" หรือ "เหยื่อของระบบ" มากกว่าจะเป็น "ผู้นำที่พ่ายแพ้สงคราม" วิธีนี้จะช่วยรักษาฐานเสียง MAGA และบารมีทางการเมืองของเขาไว้ได้โดยไม่ต้องรับผิดชอบต่อความพินาศที่เกิดขึ้นจริง
มุมมองทางยุทธศาสตร์ โดย ณัฏฐ์ มงคลนาวิน : เรื่องจริงหรือแค่ปั่นกระแส?
ในทางปฏิบัติ การใช้บทบัญญัติที่ 25 กับทรัมป์ที่มี JD Vance และคณะรัฐมนตรีสายแข็งหนุนหลังอยู่นั้น "ยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา" ครับ
• ความภักดีของ Cabinet: คณะรัฐมนตรีชุดนี้ส่วนใหญ่เป็นสายฮาร์ดคอร์ที่ทรัมป์คัดมาเองกับมือ การจะรวมตัวกันหักหลังเจ้านายนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ในทางการเมือง
• จุดยืนของ JD Vance: แม้จะมีข่าวลือว่า Vance อาจมีมุมมองเรื่องสงครามที่ "นุ่มนวลกว่า" แต่เขายังคงแสดงท่าทีสนับสนุนทรัมป์อย่างเต็มที่ การขยับตัวของเขาจะถูกมองว่าเป็น "กบฏ" และทำลายอนาคตทางการเมืองของเขาเองในฐานะทายาท MAGA
• ทรัมป์รู้ทัน: ในการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ทรัมป์ยังพูดติดตลก (แต่แฝงนัยสำคัญ) ว่า "ผมบอกแผนลับไม่ได้หรอก ไม่งั้นพวกคุณคงเอาบทบัญญัติที่ 25 มาใช้กับผมแน่" แสดงว่าเขาตื่นตัวกับเรื่องนี้อยู่ตลอดครับ
ข่าวลือนี้จึงถูกมองว่าเป็นเพียง "สงครามประสาท" เพื่อสกัดอำนาจสั่งการของทรัมป์ในคืนเส้นตายนี้มากกว่า
"ในโลกของทรัมป์ ทุกความบ้าคลั่งอาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่แยบยลที่สุด เพื่อรักษาอำนาจและภาพลักษณ์ผู้ชนะเอาไว้จนวินาทีสุดท้าย"
ทุกคนคิดว่ายังไงครับ? ทรัมป์จะเลือกสู้สุดใจเพื่อพิสูจน์ความฟิต หรือจะใช้กระแส "สุขภาพ" มาเป็นทางลงแบบแสบๆ เหมือนในหนัง? พิมพ์คอมเมนต์วิเคราะห์กันมาได้เลยครับ!
ณัฏฐ์ มงคลนาวิน
7 เมษายน 2569
#ณัฏฐ์มงคลนาวิน #25thAmendment #ยุทธศาสตร์ทรัมป์ #สงครามอิหร่าน2026 #ภูมิคุ้มกันทางความคิด #Geopolitics2026
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี