วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
533.jpg
เจาะปมโศกนาฏกรรม! นักวิเคราะห์จี้แก้ 3 ห่วงโซ่ล้มเหลว เหตุรถไฟชนรถเมล์

เจาะปมโศกนาฏกรรม! นักวิเคราะห์จี้แก้ 3 ห่วงโซ่ล้มเหลว เหตุรถไฟชนรถเมล์

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 08.38 น.

17 พฤษภาคม 2569 ณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า รถไฟชนรถเมล์ที่มักกะสันวันนี้ : ความสูญเสียที่ปกป้องได้ด้วย "ไฟจราจรก่อนถึงรางรถไฟ"

​ก่อนอื่นเลย ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 8 ราย รวมถึงผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโศกนาฏกรรมรถไฟสินค้าชนรถเมล์สาย 206 บริเวณจุดตัดอโศก-ดินแดง ในช่วงบ่ายวันนี้ (16 พ.ค. 2569) ทุกๆ ชีวิตที่ต้องสูญเสียไปกลางเมืองหลวงแบบนี้คือเรื่องที่หดหู่และไม่ควรเกิดขึ้นเลยจริงๆ ครับ


​ในฐานะ "คนใช้ถนนคนหนึ่ง" ที่ต้องเดินทางผ่านเส้นทางนี้อยู่บ่อยครั้ง... สารภาพตามตรงเลยครับว่าเวลาที่ผมขับรถผ่านเส้นอโศก-ดินแดงทีไร ตอนที่รถไหลไปติดแหง็กและต้องจอดแช่อยู่ "ตรงกลางรางรถไฟ" เพราะรถข้างหน้าติดสะสม หัวใจมันหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มทุกครั้ง มันมีความรู้สึกเสียวและระแวงตลอดเวลาว่า “ถ้าจังหวะนี้มีรถไฟมา เราจะหลบไปไหนได้? เราจะกลายเป็นหนึ่งในผู้ประสบเหตุไหม?”

​เพราะสภาพการจราจรตรงนั้นมันคือ Gridlock Trap หรือกับดักรถติดที่ขยับไปไหนไม่ได้เลย ซึ่งผมเชื่อว่าคนเมืองหลายแสนคนที่ต้องผ่านจุดตัดทางรถไฟในกรุงเทพฯ ทุกวัน ก็คงมีความรู้สึก "วัดใจ" และหวาดกลัวแบบเดียวกับผม

​จากข้อมูลและภาพเหตุการณ์ในวันนี้ สิ่งที่ผมสะดุดใจและตั้งคำถามเชิงยุทธศาสตร์วิศวกรรมจราจรมาตลอดคือ:

"ทำไมบ้านเราถึงไม่มี สัญญาณไฟจราจรกักรถ ตั้งอยู่ก่อนถึงรางรถไฟอีกหนึ่งชั้น?"

​จากการตรวจสอบระบบในปัจจุบัน จุดตัดเหล่านี้มีเพียงแค่ "คานไม้กั้นอัตโนมัติ" ที่จะทำงานก็ต่อเมื่อรถไฟกำลังจะวิ่งมาถึงแล้วเท่านั้น แต่เรากลับ ไม่มีระบบไฟจราจรล่วงหน้า (Pre-Signals) คอยบริหารจัดการปริมาณรถเลย

​ในเมืองที่พัฒนาแล้ว หากพื้นที่ข้างหน้าเป็นทางร่วมอันตรายอย่างทางรถไฟ และมีแนวโน้มว่าการจราจรฝั่งตรงข้ามกำลังติดสะสม ระบบสัญญานไฟอัจฉริยะจะต้องสั่งให้รถ "หยุดรอหลังเส้นก่อนถึงรางรถไฟทันที" (ขึ้นไฟแดงกักรถไว้) เพื่อเคลียร์พื้นที่บนรางให้ว่าง 100% ตลอดเวลา ไม่ใช่ปล่อยให้รถขับไหลตามๆ กันไปตามไฟเขียวของแยกใหญ่ข้างหน้า จนสุดท้ายไปติดแหง็กคาอยู่บนรางรถไฟพอดิบพอดีเหมือนเหตุการณ์ในวันนี้

​โศกนาฏกรรมครั้งนี้เกิดจาก 3 ห่วงโซ่แห่งความล้มเหลวเชิงโครงสร้าง ที่มารวมตัวกันในเวลาเดียวกัน:

- ​ผังเมืองและสัญญาณไฟ ที่ไม่มีระบบกักรถล่วงหน้า ปล่อยให้รถติดสะสมจนคร่อมราง

- ระบบอาณัติสัญญาณและไม้กั้น ที่มีความเสี่ยงต่อความผิดพลาดเชิงเทคนิค (System Error)

- สภาพรถสาธารณะ ที่เก่าเก็บ (คันนี้อายุใช้งานถึง 28 ปี) และใช้ก๊าซ NGV เมื่อเกิดแรงปะทะจึงระเบิดทันที

นี่ไม่ใช่แค่เรื่อง "คราวเคราะห์" หรือความประมาทรายบุคคล แต่คือระบบโครงสร้างพื้นฐานและวิศวกรรมจราจรที่ยังมีช่องว่างขนาดใหญ่ และกำลังผลักให้ประชาชนไปเผชิญความเสี่ยงชีวิตในทุกๆ วัน

​ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ภาครัฐต้องเลิกแก้ไขปัญหาแบบวัวหายล้อมคอก แล้วหันมาใช้ Data-Driven Strategy ใส่ใจกับรายละเอียดทางวิศวกรรมจราจรที่ดูเหมือนเล็กน้อย แต่มันสามารถเซฟชีวิตคนได้มหาศาล อย่างการติดตั้งระบบไฟจราจรก่อนถึงรางรถไฟในทุกจุดเสี่ยงของประเทศ

​เพราะชีวิตของคนไทย ไม่ควรต้องมา "เสี่ยงดวง" ทุกครั้งที่ขับรถข้ามทางรถไฟครับ

​คุณล่ะครับ เคยมีความรู้สึก "เสียว" หรือระแวงตอนรถติดอยู่บนรางรถไฟแบบผมบ้างไหม? และคิดว่าระบบไฟจราจรก่อนถึงรางจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้จริงหรือเปล่า? มาร่วมวิเคราะห์และส่งเสียงความคิดเห็นกันครับ

ณัฏฐ์ มงคลนาวิน
นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม
16 พฤษภาคม 2569

​#ณัฏฐ์มงคลนาวิน #นักวิเคราะห์ข้อมูล #ยุทธศาสตร์สังคม #อุบัติเหตุรถไฟ #ความปลอดภัยทางถนน #ผังเมืองกรุงเทพ #PreSignals

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top