วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
533.jpg
คำทักทายแฝงด้วยคำขู่! เจาะรหัส 100 ปีของ สี จิ้นผิง ถึง โดนัลด์ ทรัมป์

คำทักทายแฝงด้วยคำขู่! เจาะรหัส 100 ปีของ สี จิ้นผิง ถึง โดนัลด์ ทรัมป์

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 07.28 น.

15 พฤษภาคม 2569 ณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก [วิเคราะห์ยุทธศาสตร์] เมื่อ "คำทักทาย" แฝงด้วย "คำขู่": เจาะรหัส 100 ปีของ สี จิ้นผิง ถึง โดนัลด์ ทรัมป์

​ในโลกของการทูตระดับพญาอินทรีกับมังกร ไม่มีคำไหนที่พูดออกมาเล่นๆ...


​นัยสำคัญที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มและการจับมือระหว่าง สี จิ้นผิง และ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่านี่ไม่ใช่แค่การทักทาย แต่มันคือการประกาศ "ยุทธศาสตร์เปลี่ยนขั้วอำนาจโลก"

3 รหัสลับที่โลกต้องฟัง:

​"การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรอบ 100 ปี" (百年未有之大变局):

คำนี้ สี จิ้นผิง ไม่ได้ใช้แค่กับทรัมป์ แต่เคยใช้ในมอสโกตอนพบกับปูตินมาแล้ว ความหมายเชิงยุทธศาสตร์คือ: "ยุคที่ตะวันตกครองโลกกำลังสิ้นสุดลง และตะวันออกกำลังรุ่งโรจน์" นี่คือการบอกเป็นนัยว่าสหรัฐฯ กำลังอยู่ในช่วง "ขาลง" อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

​"ความเร็วที่เร่งขึ้น" (Accelerating):

การเลือกใช้คำว่า "เร่งตัวขึ้น" ในช่วงรัฐบาลทรัมป์ ถูกตีความว่าจีนมองเห็นโอกาสจากนโยบาย America First ที่ทำให้สหรัฐฯ ถอยห่างจากพันธมิตรเดิม เปิดช่องว่างให้จีนรุกคืบในเวทีโลกได้เร็วขึ้นกว่าที่คาดไว้

​"กับดักธูซิดิดีส" (Thucydides Trap):

คำนี้ทรงพลังที่สุด เพราะมันอ้างอิงถึงประวัติศาสตร์ที่ "มหาอำนาจเดิม" (สปาร์ตา) มักจะต้องทำสงครามกับ "มหาอำนาจใหม่ที่กำลังพุ่งแรง" (เอเธนส์) การที่สี จิ้นผิง พูดเรื่องนี้กับทรัมป์ คือการยื่นข้อเสนอแกมบังคับว่า: "ถ้าไม่อยากให้เกิดสงคราม คุณต้องยอมรับการเติบโตของจีนแต่โดยดี"

ข้อมูลสนับสนุนเชิงยุทธศาสตร์ (Supporting Evidences):

​เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ผมขอเสริมข้อมูลที่สนับสนุนการวิเคราะห์นี้ครับ:

​Global Share of GDP: ในช่วงปี 2000 สหรัฐฯ มีสัดส่วน GDP โลกประมาณ 30% ในขณะที่จีนมีเพียง 3% แต่ในปี 2024 นี้ จีนขยับขึ้นมาเกือบ 18-19% ในขณะที่สหรัฐฯ ลดลงมาเหลือประมาณ 24-25% (วัดตามมูลค่าตลาด) และถ้าเทียบตาม PPP (Purchasing Power Parity) จีนได้แซงสหรัฐฯ ไปแล้วตั้งแต่ปี 2014

​The Belt and Road Initiative (BRI): นี่คือเครื่องมือที่จีนใช้สร้าง "ระเบียบโลกใหม่" ผ่านโครงสร้างพื้นฐานในกว่า 150 ประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาส้นทางทางการค้าที่สหรัฐฯ ควบคุมอยู่

​Graham Allison's Research: เจ้าของทฤษฎี "กับดักธูซิดิดีส" จาก Harvard ระบุว่า ในรอบ 500 ปีที่ผ่านมา มี 16 ครั้งที่มหาอำนาจใหม่ท้าทายมหาอำนาจเดิม ผลลัพธ์คือ "จบลงด้วยสงครามถึง 12 ครั้ง"

[ยุทธศาสตร์ประเทศไทย] ไทยควรวางหมากอย่างไรในเกมนี้?

​ในฐานะนักวิเคราะห์ยุทธศาสตร์สังคม ผมมองว่าไทยต้องก้าวข้ามยุทธศาสตร์ "ไผ่ลู่ลม" แบบเดิมๆ ไปสู่การเป็น "พื้นที่ปลอดภัยที่ขาดไม่ได้" (The Indispensable Safe Haven) ผ่าน 3 แนวทางครับ:

​1. Multi-Polar Hedging (กระจายความเสี่ยง):

ไทยต้องไม่วางไข่ในตะกร้าใบเดียว เราต้องเร่งปิดดีล FTA กับขั้วอำนาจอื่น เช่น EFTA (ยุโรป) และ แคนาดา เพื่อสร้างอำนาจต่อรอง ไม่ให้เศรษฐกิจไทยพึ่งพาแค่จีนหรือสหรัฐฯ มากเกินไปจนถูก "บีบ" ทางการเมือง

​2. Tactical Buffer (แก้โจทย์สินค้าสวมสิทธิ์):

เราต้องไม่เป็นแค่ "ทางผ่าน" ให้สินค้าจีนสวมสิทธิ์เพื่อเลี่ยงภาษีสหรัฐฯ แต่ต้องดึงเทคโนโลยีมาสร้าง Supply Chain ของคนไทยเอง เพื่อให้โลกยอมรับว่าสินค้าจากไทยคือ "Made in Thailand" ที่มีมูลค่าเพิ่มจริง

​3. Land Bridge (ไพ่ตายทางภูมิรัฐศาสตร์):

โครงการแลนด์บริดจ์คือสิ่งที่จีนต้องการเพื่อแก้ปัญหา "Malacca Dilemma" แต่ไทยต้องวางตัวเป็น "Global Gateway" ที่เปิดรับนักลงทุนจากทั้ง สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และตะวันออกกลางมาร่วมด้วย เพื่อให้พื้นที่นี้เป็นเขตเศรษฐกิจที่เป็นกลางและปลอดภัยสำหรับทุกฝ่าย

มุมมองทางยุทธศาสตร์ โดย ณัฏฐ์ มงคลนาวิน :

​การที่ สี จิ้นผิง กล้าพูดประโยคเหล่านี้ต่อหน้าประธานาธิบดีสหรัฐฯ สะท้อนถึง "ความมั่นใจทางยุทธศาสตร์" (Strategic Confidence) ที่จีนมีมากขึ้นเรื่อยๆ

ประเทศไทยต้องบริหารความสัมพันธ์ด้วยข้อมูลและยุทธศาสตร์ ไม่ใช่แค่ความรู้สึก เราต้องทำให้ทุกคนยังอยากคบหาและเกรงใจ เพื่อเปลี่ยนความขัดแย้งของยักษ์ใหญ่ให้กลายเป็นโอกาสของคนไทยครับ

​"ในสงครามมหาอำนาจ... คนที่ชนะไม่ใช่คนที่เลือกข้างถูก แต่คือคนที่วางตัวให้ทุกคนขาดไม่ได้"

​คุณคิดว่าในเกมนี้ ไทยเรากำลังเดินหมากได้ถูกทางแล้วหรือยัง? คอมเมนต์แลกเปลี่ยนมุมมองกันครับ

ณัฏฐ์ มงคลนาวิน
นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม
15 พฤษภาคม 2569

​#ณัฏฐ์มงคลนาวิน #วิเคราะห์ข้อมูล #ยุทธศาสตร์สังคม #จีนสหรัฐ #สีจิ้นผิง #โดนัลด์ทรัมป์ #ยุทธศาสตร์ไทย #Geopolitics2026 #LandBridge

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top