533.jpg
เบื้องหลังวุ้นดำ เฉาก๊วย คำตอบที่หลายคนคิดว่ารู้ แต่อาจเข้าใจผิด

เบื้องหลังวุ้นดำ เฉาก๊วย คำตอบที่หลายคนคิดว่ารู้ แต่อาจเข้าใจผิด

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.44 น.

เวลาที่เราสั่งน้ำแข็งใสหรือเครื่องดื่มเย็น ๆ สักแก้ว เฉาก๊วย มักจะเป็นท็อปปิ้งอันดับต้น ๆ ที่หลายคนนึกถึง ด้วยเนื้อสัมผัสที่เหนียวหนึบและสีดำขลับที่เป็นเอกลักษณ์ แต่เชื่อไหมว่าหากลองถามคนกินร้อยคน ว่าเจ้าวุ้นดำๆ นี้ทำมาจากอะไร หลายคนอาจจะตอบว่าทำมาจากวุ้นบ้าง หรือแป้งผสมสีบ้าง หรือแม้แต่เจลาติน แต่ในเป็นความจริงแล้ว เบื้องหลังความอร่อยสีดำนี้ มีที่มาที่ซับซ้อนและน่าอัศจรรย์กว่านั้นมาก เพราะมันคือผลผลิตที่กลั่นกรองมาจากวัชพืชชนิดหนึ่ง

ความลับของเฉาก๊วยเริ่มต้นที่ต้นทางอย่าง หญ้าเฉาก๊วย หรือชื่อในภาษาอังกฤษที่เรียกกันว่า Mesona chinensis ซึ่งเป็นพืชล้มลุกขนาดเล็กในตระกูลเดียวกับสะระแหน่หรือมิ้นต์พบเห็นได้มากในแถบประเทศจีนตอนใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หน้าตาตอนเป็นต้นสด ๆ จะดูเหมือนวัชพืชทั่วไปที่มีใบหยัก ๆ กลิ่นหอมอ่อน ๆ


เฉาก๊วย

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล /ภาพสร้างจาก AI

และชื่อเรียกที่เราคุ้นหูอย่างเฉาก๊วยนั้น มาจากภาษาแต้จิ๋ว โดยคำว่า เฉา แปลว่า หญ้า ส่วนคำว่า ก๊วย หมายถึง ขนมที่ทำจากแป้ง เมื่อรวมความหมายตรงตัวมันก็คือ ขนมที่ทำมาจากหญ้า นั่นเอง

ซึ่งขั้นตอนการเปลี่ยนพืชสีเขียวให้กลายเป็นวุ้นสีดำไม่ได้ใช้สารเคมีพิสดาร แต่ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านในการเคี่ยว เริ่มจากการนำหญ้าเฉาก๊วยมาตากแดดจนแห้งสนิท ซึ่งในระยะนี้เองที่สารสำคัญในพืชจะเข้มข้นขึ้น และเมื่อนำหญ้าแห้งไปต้มในน้ำเดือดนานหลายชั่วโมง สารธรรมชาติที่เรียกว่า เพคติน และยางไม้จะถูกสกัดออกมา ทำให้น้ำต้มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลไหม้เข้มจนเกือบดำ และมีความเหนียวข้นตามธรรมชาติ นอกจากนี้ กลิ่นหอมเย็นที่เป็นเอกลักษณ์ของเฉาก๊วยแท้ ๆ ก็มาจากน้ำมันหอมระเหยที่ถูกปลดปล่อยออกมาในช่วงเวลานี้นี่เอง

เฉาก๊วย

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล /ภาพสร้างจาก AI

หลายคนอาจสงสัยว่าแค่ต้มหญ้าแล้วน้ำจะเซตตัวเป็นก้อนแข็ง ๆ ได้อย่างไร ความจริงแล้วในสมัยโบราณ ผู้ผลิตจะใส่ น้ำขี้เถ้า สกัดจากขี้เถ้าฟางข้าวลงไปในระหว่างต้มด้วย เพื่อช่วยเร่งการสกัดสารเพคตินออกจากกิ่งก้านของหญ้าให้ได้มากที่สุด โดยที่หลังจากกรองเศษกากหญ้าออกจนเหลือแต่น้ำสีดำเข้ม ก็จะมีการผสม แป้งท้าวยายม่อม หรือ แป้งมันสำปะหลัง ลงไปในสัดส่วนที่พอเหมาะ จากนั้นเคี่ยวต่อจนแป้งสุกสว่างและเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน เมื่อทิ้งไว้ให้เย็นลง ของเหลวสีดำนั้นจะค่อย ๆ เซตตัวกลายเป็นก้อนวุ้นที่มีความยืดหยุ่นสูงและเหนียวนุ่มอย่างที่เราคุ้นเคย

เฉาก๊วยไม่ใช่แค่ขนมเคี้ยวเพลิน แต่ในทางศาสตร์การแพทย์แผนจีน เฉาก๊วยมีฤทธิ์เป็นยาเย็น สรรพคุณเด่นชัดคือการแก้ร้อนใน กระหายน้ำ ช่วยลดไข้ และปรับสมดุลร่างกายในช่วงที่อากาศร้อนจัด นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องระบบขับถ่ายและความดันโลหิตสูงได้อีกด้วย

เฉาก๊วย

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

ในปัจจุบันมีเฉาก๊วยวางขายมากมาย แต่ไม่ใช่ทุกเจ้าจะทำจากหญ้าเฉาก๊วยแท้ 100% บางครั้งเราอาจเจอเฉาก๊วยที่ทำจากผงวุ้นผสมสีดำ ซึ่งจะไม่มีกลิ่นหอมสมุนไพรและเนื้อสัมผัสจะกรอบกระด้าง ไม่เหนียวเด้งเหมือนของแท้

โดยลักษณะเฉาก๊วยแท้ที่ดี จะมีกลิ่นหอมสมุนไพรจาง ๆ ไม่ใช่กลิ่นน้ำตาลหรือกลิ่นสังเคราะห์ เนื้อสัมผัสมีความยืดหยุ่น และเมื่อกดลงไปจะคืนตัวได้ดี ไม่เละและไม่แข็งเหมือนวุ้นทั่วไป สีต้องดำเข้มสนิทอย่างเป็นธรรมชาติ

เฉาก๊วย

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

การได้ทานเฉาก๊วยเย็น ๆ สักถ้วยในวันที่แดดร้อนระอุ จึงไม่ใช่แค่การเติมความหวานเข้าสู่ร่างกาย แต่เป็นการซึมซับภูมิปัญญาในการดึงพลังจากหญ้ามาปรนนิบัติสุขภาพ เป็นบทพิสูจน์ว่าธรรมชาติมักซ่อนสิ่งดี ๆ ไว้ในรูปลักษณ์ที่เราคาดไม่ถึงเสมอ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, คลังความรู้เรื่องภูมิปัญญาอาหารพื้นบ้าน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top