จากกรณีที่กลายเป็นกระแสถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง หลังอินโดนีเซียในฐานะประเทศชายฝั่งมีแนวคิดที่จะจัดเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่สัญจรผ่านช่องแคบมะละกา ซึ่งสร้างความกังวลต่อต้นทุนโลจิสติกส์มหาศาล กระทั่งในเวลาต่อมา นายวิเวียน บาลากฤษณัน รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ ต้องออกมาเน้นย้ำถึงหลักเสรีภาพในการเดินเรือตามกฎหมายระหว่างประเทศที่ระบุว่าเส้นทางยุทธศาสตร์นี้ควรเปิดกว้างและไร้ค่าธรรมเนียม ก่อนที่รัฐมนตรีต่างประเทศของอินโดนเซียจะออกมายืนยันว่า จะไม่เรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือที่สัญจรผ่านช่องแคบมะละกาในเวลาต่อมา แม้ประเด็นการเก็บค่าผ่านทางจะเงียบลงไป แต่เหตุการณ์นี้ได้ปลุกให้ทั่วโลกตระหนักถึงความเสี่ยงของการพึ่งพาส้นทางเดินเรือหลักเพียงเส้นทางเดียว และกลายเป็นจุดชนวนสำคัญที่ทำให้สปอร์ตไลท์ฉายส่องมายังทางเลือกใหม่บนแผ่นดินไทยอีกครั้ง
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์โลกและความหนาแน่นของการจราจรทางน้ำในเส้นทางเศรษฐกิจเดิม ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์ จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักและเจาะลึกกับอภิมหาโปรเจกต์ที่จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศไทยนั่นคือโครงการ แลนด์บริดจ์ หรือชื่อเต็ม ๆ คือ โครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทยและอันดามัน ซึ่งโครงการนี้ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างท่าเรือหรือถนน แต่มันคือการวางรากฐานเชิงยุทธศาสตร์เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากทั่วโลก พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยให้ก้าวขึ้นสู่การเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางน้ำของภูมิภาคอย่างเต็มภาคภูมิในอนาคตอันใกล้นี้
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
ซึ่ง โครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมทะเลอ่าวไทย- อันดามัน หรือที่เรารู้จักกันในนาม แลนด์บริดจ์ คือ ความพยายามครั้งสำคัญของรัฐบาลไทยในการสร้างเส้นทางเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและทะเลอันดามัน โดยสืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2566 ที่รับทราบหลักการและมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากนักลงทุนทั่วโลก เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการจัดทำร่างเอกสารเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมลงทุนในอนาคต โดยโครงการนี้ใช้งบประมาณ 1 ล้านล้านบาท
หัวใจสำคัญของโปรเจกต์นี้คือการเชื่อมต่อระหว่าง จังหวัดชุมพร ฝั่งอ่าวไทย และ จังหวัดระนอง ฝั่งอันดามัน เพื่อสร้างระบบโลจิสติกส์ที่เป็นทางเลือกใหม่ให้กับโลก ช่วยลดระยะเวลาและระยะทางในการเดินเรือที่ต้องผ่านทางช่องแคบมะละกาที่นับวันจะยิ่งแออัดมากขึ้นทุกที
.jpg)
ซึ่งการดำเนินงานของโครงการประกอบด้วยแผนการพัฒนาเชิงบูรณาการในหลายมิติ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงที่สมบูรณ์แบบ ได้แก่
1. การพัฒนาท่าเรือระนองในฝั่งอันดามันให้เป็นท่าเรือสินค้าคอนเทนเนอร์ที่ทันสมัย เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมต่อโดยตรงกับกลุ่มประเทศแถบเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา มุ่งเน้นการเป็นประตูการค้าหลักฝั่งตะวันตก
2. การสร้างท่าเรือชุมพรในฝั่งอ่าวไทยให้เป็นท่าเรือน้ำลึกที่ทันสมัย โดยนำระบบออโตเมชันเข้ามาใช้เพื่อความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ก้าวสู่การเป็นท่าเรืออัจฉริยะที่จะเชื่อมโยงสินค้าไปสู่เอเชียตะวันออกและอเมริกา
และยังไม่หมดแต่เพียงแค่นี้ เมื่อโครงการดังกล่าวยังมีการสร้าง เส้นทางเชื่อมโยง (MR-MAP) การพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motorway) ร่วมกับระบบรถไฟทางคู่ และการขนส่งทางท่อ โดยก่อสร้างคู่ขนานกันบนเส้นทางเดิมอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การขนถ่ายสินค้าจากท่าเรือฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่งสามารถทำได้อย่างรวดเร็วและมีต้นทุนที่แข่งขันได้
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
และทำไมแลนด์บริดจ์ถึงถูกจับตามองในระดับโลก ประเด็นนี้ต้องมองผ่านสถานการณ์ ช่องแคบมะละกา ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างอินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ เพราะเส้นทางนี้ถือเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่คึกคักที่สุดในโลก โดยมีสัดส่วนการค้าโลกราวถึง 40% ที่ต้องผ่านที่นี่ รวมถึงเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งพลังงานไปสู่จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งในปัจจุบันกำลังเกิดข้อถกเถียงในระดับโลกเกี่ยวกับเสรีภาพในการเดินเรือและการจัดเก็บค่าธรรมเนียม เช่น กรณีช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ส่งน้ำมันหลัก แม้ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล จะระบุว่าเรือจากทุกประเทศมีสิทธิเดินเรือผ่านช่องแคบสำคัญได้อย่างเสรีโดยที่ประเทศชายฝั่งไม่สามารถขัดขวางหรือเรียกเก็บค่าธรรมเนียมได้ แต่ความเสี่ยงจากความแออัดและปัญหาทางการเมืองระหว่างประเทศทำให้โลกต้องการเส้นทางสำรองที่มั่นคง ซึ่ง แลนด์บริดจ์ ของไทยคือคำตอบนั้น
ซึ่งในมุมมองของฝ่ายสนับสนุนเมื่อ โครงการแลนด์บริดจ์ สำเร็จ ผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจะครอบคลุมในหลายด้านมากกว่าแค่เรื่องการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นการพลิกโฉมจากทางผ่านสู่การเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางน้ำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นเส้นทางเดินเรือใหม่เชื่อมมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิกเข้าด้วยกันโดยตรง เพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และลดความเสี่ยงในการขนส่งสินค้าทางน้ำ ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจผ่านการลงทุนจากต่างชาติที่จะเข้ามาตั้งฐานธุรกิจในระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ทำให้ประเทศสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับคนในพื้นที่ภาคใต้ ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากไทยให้มั่นคงอย่างยั่งยืน
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI
ในปัจจุบัน รัฐบาลไทยยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการศึกษาจัดเตรียมเอกสารและให้คำปรึกษาในการคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุน โครงการนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่ความฝัน แต่คือความทะเยอทะยานที่วางอยู่บนพื้นฐานของยุทธศาสตร์การค้าโลกอย่างแท้จริง
แลนด์บริดจ์ จึงเปรียบเสมือนสะพานเศรษฐกิจที่จะไม่ได้เชื่อมแค่สองฝั่งทะเลไทย แต่จะเชื่อมประเทศไทยเข้ากับโครงข่ายผลประโยชน์ของโลกใบนี้อย่างถาวร
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก landbridgethai.com, google map
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี