วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569
29 เมษายน 2569 ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า แปลกไหม? รัฐเดินหน้า “โครงการเสี่ยงขาดทุน” แลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร
เป็นเรื่องที่ทำให้หลายคน “งง” ไม่น้อย เมื่อรัฐบาลจะเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร ทั้งๆ ที่ ผลการศึกษาของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชี้ชัดว่า “ไม่คุ้มทุน”
1. แลนด์บริดจ์จะ “ร่นเวลา” และ “ลดต้นทุน” ได้จริงหรือ?
หลายคนตั้งคำถามตรงกันว่า โครงการนี้จะช่วยให้การขนส่ง “เร็วขึ้น-ถูกลง” เมื่อเทียบกับช่องแคบมะละกาได้จริงหรือไม่? เพราะถ้าทำได้จริง... เรือก็ต้องมาใช้บริการเองโดยไม่ต้องเชิญ แต่ถ้าทำไม่ได้... แล้วจะมีเรือที่ไหนมาใช้?
ผมได้สอบถามผู้ประกอบการเดินเรือหลายราย คำตอบที่ได้ตรงกันคือ “ไม่ใช้” เหตุผลเรียบง่ายแต่ชัดเจน คือต้องขนถ่ายสินค้าจากเรือฝั่งหนึ่งขึ้นรถบรรทุกหรือรถไฟไปอีกฝั่งหนึ่ง พอไปถึงจะต้องขนจากรถบรรทุกหรือรถไฟลงเรืออีก จะทำให้เสียเวลานานมาก
ยิ่งเป็นตู้คอนเทนเนอร์ ยิ่งใช้เวลามากขึ้น เพราะการจัดเรียงต้องวางแผนทั้งลำ... ตู้หนักอยู่ข้างล่าง ตู้ที่จะถึงจุดหมายปลายทางก่อนต้องอยู่ข้างบน ด้วยเหตุนี้ การขนถ่ายตู้คอนเทอนเนอร์จะต้องใช้เวลานาน เรือที่บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์นับหมื่นตู้ยิ่งต้องใช้เวลานานมากขึ้น
โดยสรุป เวลาที่เสียไปกับการขนถ่าย อาจ “มากกว่า” เวลาที่ประหยัดได้จากการไม่อ้อมช่องแคบมะละกา และนั่นแปลว่า... ต้นทุนก็มีแนวโน้มสูงขึ้น ไม่ใช่ลดลง
เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงน่าแปลกใจว่าเหตุใดผลการศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ซึ่งว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาให้ทำการศึกษา จึงสรุปว่าโครงการนี้ “คุ้มทุน” ทั้งที่ขัดแย้งกับผลการศึกษาของสภาพัฒน์ และความเห็นของผู้ประกอบการจำนวนมาก
2. คุยว่าจะให้เอกชนลงทุน!
มีข่าวว่ารัฐจะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการนี้ซึ่งมีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท ก็ต้องรอดูว่า จะมีใครกล้าเสี่ยงบ้าง
ในสมัยรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน มีการนำโครงการนี้ไปโรดโชว์ต่อนักลงทุนในหลายประเทศ และมีข่าวว่าได้รับความสนใจจากนักลงทุนจีน ญี่ปุ่น อเมริกา ซาอุดิอาระเบีย และเอมิเรตส์ ฟังดูเหมือน “เนื้อหอม” แต่คำถามสำคัญคือ... ความสนใจเหล่านั้น เคยถึงขั้นที่จะแปลงเป็นการลงทุนจริงบ้างหรือไม่?
ในอดีต เราเคยเห็นภาพแบบนี้มาแล้ว ในปี 2551 บริษัท ดูไบเวิลด์จากเอมิเรตส์ได้แสดงความสนใจที่จะลงทุนในโครงการนี้ โดยได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจกับ สนข. เป็นผู้สนับสนุนเงินว่าจ้างบริษัทจากเนเธอร์แลนด์ให้ทำการศึกษาความเป็นได้โครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งในขณะนั้นโครงการนี้มีมูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาท นอกจากนั้น ยังมีบริษัทจากจีน คูเวต ซาอุดิอาระเบีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ที่เฝ้าจับตามองโครงการนี้เช่นเดียวกัน
แต่สุดท้าย... โครงการก็ไม่เกิดขึ้น คำถามจึงยังค้างอยู่ “ที่เงียบไป เพราะไม่คุ้มทุน ใช่หรือไม่?”
3. ข้อเสนอแนะ
ผมไม่ได้คัดค้านโครงการนี้ แต่ไม่อยากให้โครงการนี้กลายเป็น “โครงการร้าง” ที่ไม่มีการจ้างงานจริง แต่ทิ้งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไว้ล่วงหน้า
สิ่งที่อยากเห็นคือ รัฐบาลเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายอย่างจริงจัง และให้ความสำคัญกับผลการศึกษาของสภาพัฒน์ ซึ่งยากที่นักการเมืองจะแทรกแซง
ถ้าแลนด์บริดจ์ “ไม่ไปต่อ” ผมขอเสนอท่าเรือน้ำลึกฝั่งอันดามัน เพื่อ...
(1) รองรับสินค้าจากทุกภาคของไทยที่ต้องการออกสู่มหาสมุทรอินเดีย
(2) เป็นประตูการค้าสำหรับจีนตะวันตกที่กำลังมองหาทางออกทะเลที่สั้นกว่า
(3) เชื่อมโยงการค้ากับอินเดีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา และยุโรป ได้โดยตรง
(4) ลดความแออัดและความเสี่ยงจากการพึ่งพาช่องแคบมะละกาเพียงเส้นทางเดียว
นี่คือยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ที่หลายประเทศทำอยู่ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “จะทำแลนด์บริดจ์หรือไม่?” แต่คือ “ท่าเรือน้ำลึกอันดามันควรอยู่ที่ไหน?”
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี