วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569
วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ประภาส ชลศรานนท์ ศิลปินแห่งชาติ นักคิด นักเขียน นักแต่งเพลง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Prapas Cholsaranon" ระบุว่า “ใบเตย” วานิลลาแห่งตะวันออก จากกอหญ้าริมน้ำ สู่มหาอำนาจซอฟต์พาวเวอร์
หายป่วยแล้ว เลยมานั่งริมบ่อ นั่งมองกอเตยแล้วก็นึกอะไรขึ้นมา
ถ้ามีคนถามว่ากลิ่นของประเทศไทยคือกลิ่นอะไร หลายคนอาจตอบว่ากลิ่นมะลิ บางคนบอกว่าน้ำปลาไง และบางคนอาจนึกถึงกลิ่นต้มยำ แต่สำหรับผม กลิ่นที่กลิ่นไทยที่สุด น่าจะเป็นกลิ่นใบเตย จริงอยู่ กลิ่นมันไม่หรูหราเหมือนวานิลลา ไม่เข้มขรึมแบบกาแฟ ไม่สดจัดแบบมินต์ และไม่เขียวขึงขังแบบมัทฉะ ก็จริง
แต่ใบเตย หอมแบบที่ภาษาไทยมีคำเรียกอยู่คำหนึ่ง “หอมรื่น”
เป็นกลิ่นที่ทำให้บ้านน่าอยู่ขึ้น เป็นกลิ่นที่ทำให้น้ำดื่มธรรมดากลายเป็นน้ำที่อยากดื่ม และกลิ่นนี้อยู่กับคนไทยมาหลายร้อยปี จนเราแทบจะลืมไปแล้วว่ามันพิเศษแค่ไหน
ถ้าญี่ปุ่นมี “มัทฉะ”เป็นตัวแทนแห่งจิตวิญญาณ และฝรั่งเศสมี “วานิลลา” เป็นราชาแห่งความลักชัวรี ประเทศไทยเราก็มี “ใบเตย“ นี่แหละที่เป็นนางเอกลึกลับที่ซ่อนตัวอยู่ในกอหญ้าริมน้ำ รอวันที่พวกเราจะหยิบเธอขึ้นมาปัดฝุ่น สวมมงกุฎ และส่งออกไปเขย่าบัลลังก์สุนทรียศาสตร์ระดับโลก
ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเลิกมองใบเตยเป็นเพียง “สมุนไพรแก้ร้อนใน ราคาถูก” หรือเป็นแค่ใบไม้ดับกลิ่นท้ายรถแท็กซี่ แต่เราต้องมองเธอในฐานะพืชเชิงยุทธศาสตร์ และมองให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์สายเฮลตี้ตัวท็อป ที่จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจประเทศระดับหมื่นล้านได้
1: วิทยาศาสตร์เบื้องหลังความหอม เมื่อโลกตะวันตกโหยหา ‘สีเขียวออร์แกนิก’
ในขณะที่เชฟและบาริสต้าในยุโรปและอเมริกากำลังตื่นเต้นกับสิ่งที่พวกเขาขนานนามว่า “The Next Matcha” น้อยคนนักจะรู้ว่าความ“หอมรื่น”ของใบเตยนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นวิทยาศาสตร์ระดับโมเลกุล
ในใบเตยมีสารเคมีธรรมชาติที่ชื่อว่า 2-Acetyl-1-pyrroline (2AP) ซึ่งเป็นสารตัวเดียวกับที่ซ่อนอยู่ในข้าวหอมมะลิโบราณและขนมปังอบใหม่ กลิ่นของมันมีอิทธิพลต่อสมองมนุษย์โดยตรง ช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล เป็นAromatherapy ชั้นดี ยิ่งไปกว่านั้น ในยุคที่ผู้บริโภคทั่วโลกกำลังหวาดกลัวสีสังเคราะห์และสารเคมี
คลอโรฟิลล์เข้มข้นจากใบเตยคือ “สีเขียวมรกตออร์แกนิก” ที่ปลอดภัยและหรูหราที่สุดในสายตาของอุตสาหกรรม Wellnessโลก
ในแง่ของสุขภาพ ใบเตยมีฤทธิ์เย็น แรงด้วยสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มฟลาโวนอยด์ มีสรรพคุณบำรุงหัวใจ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และลดความดันโลหิต นี่คือคุณสมบัติของซูเปอร์ฟู้ด ที่พร้อมจะถูกบรรจุลงในเมนูอาหารสุขภาพระดับโลก
2: จากกอริมน้ำสู่อุตสาหกรรมแปรรูป ซัพพลายที่โลกเริ่มจะแย่งชิง แต่เรายังปลูกตามมีตามเกิด
ปัจจุบัน ใบเตยไม่ได้อยู่แค่ในครกหินหรือในหม้อต้มน้ำของแม่ครัวไทยอีกต่อไป อุตสาหกรรมแปรรูปไทยได้เริ่มก้าวไปถึงขั้นใช้เทคโนโลยีสเปรย์ไดร์ สกัดใบเตยสดออกมาเป็นผงใบเตยบริสุทธิ์ 100% และไซรัปเข้มข้น ส่งออกไปเป็นวัตถุดิบพรีเมียมในต่างประเทศ แบรนด์อาหารยักษ์ใหญ่ระดับโลกเริ่มนำใบเตยไปผสมในนมอัลมอนด์ โปรตีนพืช และคราฟต์ช็อกโกแลต (White Chocolate Pandan) จนกวาดเหรียญทองระดับสากลมาแล้ว
แต่คำถามคือ “เกษตรกรไทยพร้อมหรือยัง”
ใบเตยเป็นพืชที่ปลูกง่าย ไม่ต้องใช้เมล็ด แค่แยกกอไปปลูกก็ได้แล้ว ชอบที่ชื้นแฉะริมน้ำ ขึ้นได้ตลอดปี โรคพืชน้อย และให้ผลผลิตสม่ำเสมอ มันคือพืชที่พร้อมจะเปลี่ยนพื้นที่รกร้างริมตลิ่งให้กลายเป็นบ่อเงินบ่อทอง แต่สิ่งที่เกษตรกรไทยยังขาดคือ "มาตรฐานอุตสาหกรรม"
ตลาดโลกยุคนี้ต้องการความออร์แกนิกและความปลอดภัยที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ หากเราสามารถส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่ม ทำฟาร์มใบเตยอินทรีย์สเกลใหญ่ป้อนเข้าโรงงานสกัดอย่างเป็นระบบ ใบเตยจะกลายเป็นพืชทำเงินที่มั่นคงกว่าพืชเชิงเดี่ยวหลายเท่าตัว
3: สาส์นถึงรัฐบาล เมื่อเซ็นเอกสารเสร็จแล้วโปรดลุกจากเก้าอี้ แล้วเดินเข้าเที่ยวสวนใบเตยกันเล่น ๆ เย็นใจ
นี่เป็นจดหมายน้อย ๆ ถึงผู้บริหารประเทศและคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ เรามีของดีระดับมาสเตอร์พีซอยู่ในมือ เราไม่ควรปล่อยให้มันแฝงตัวไปกับขนมไทยโบราณอย่างไร้ตัวตน
รัฐบาลต้องยกระดับใบเตยขึ้นมาเป็นหนึ่งใน“พืชยุทธศาสตร์แห่งอนาคต” ด้วยการสร้าง Matching กึ่งอุตสาหกรรม ให้เกิดการจับมือระหว่างคนเกษตรฯ กับคนพาณิชย์ ช่วยยกระดับมาตรฐานฟาร์มสู่ระดับสากล
จากนั้นก็ติดอาวุธให้ความคิดสร้างสรรค์ โดยปลุกกระแสให้เชฟไทย และ บาริสต้าไทย หันกลับมามองต้นใบเตยริมน้ำ นำมันมาตีความใหม่ในบริบทของไฟน์ไดนิ่ง และบาร์เครื่องดื่มระดับโมเดิร์น เปลี่ยนจาก "น้ำใบเตย 10 บาท" ให้กลายเป็น "Pandan Craft Mocktail" แก้วละ 250 บาท หรือ "Pandan Mousse Cake" ในร้านมิชลินสตาร์ ให้ได้ นักร้องลูกทุ่งอินดี้คนดังควรมีเพลง โอ้แม่ใบเตย สักเพลงให้ร้องกันทั้งประเทศ
4: สู่เทศกาลและเวที “มิสใบเตย”
หากญี่ปุ่นสามารถจัดเทศกาลชาเขียวได้อย่างยิ่งใหญ่ และฝรั่งเศสเฉลิมฉลองฤดูกาลเก็บเกี่ยวลาเวนเดอร์ ทำไมประเทศไทยจะมี“เทศกาลหอมรื่นชื่นใบเตย” และการประกวด “มิสแพนแดน” ไม่ได้ เรามีเทพีส้มโอ นางงามลำไยมานานแล้วนี่ แล้วมาดูชื่อ Miss Pandan สิ ฟังเท่จะตาย
การประกวดนี้ต้องไม่ใช่แค่การเดินสายสายงามธรรมดา แต่คือเวทีของ “ความยั่งยืน เกษตรกรรม และความคิดสร้างสรรค์” แฟชั่นโชว์ที่ทอขัดจากเส้นใยใบเตย นวัตกรรมอาหารจากใบเตย และผู้หญิงยุคใหม่ที่พร้อมจะเดินทางไปเป็นทูตวัฒนธรรม ประกาศให้โลกรับรู้ว่า “นี่คือกลิ่นหอมและสีสันที่เป็นเอกลักษณ์ของสยามประเทศ”
บทสรุป: ความหอมรื่นที่อาจมาช่วยต่อเติมหน้าประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทย
เมื่อภาพจำเก่า ๆ ถูกทุบทิ้งไป เราจะเห็นภาพใหม่ที่งดงาม ภาพของบาริสต้าที่กำลังร่อนผงใบเตยไทยลงบนฟองนมอุ่น ๆ ในคาเฟ่กลางกรุงปารีส ภาพของเชฟระดับโลกที่แย่งชิงไซรัปใบเตยจากกำแพงเพชรหรือสุพรรณบุรีเพื่อไปทำของหวาน และภาพของเกษตรกรไทยที่ยืนยิ้มกว้างอยู่ข้างกอใบเตยริมน้ำ ผลผลิตที่สามารถสร้างบ้านสร้างชีวิตให้พวกเขาได้จริง ๆ
ใบเตยเขียวสดขยับไหวตามสายลมบ่ายนี้ กำลังส่งกลิ่นหอมรื่นโชยมาเตือนสติพวกเราทุกคนว่า สมบัติชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อาจไม่ได้ซ่อนอยู่ในเหมืองทองคำ แต่อยู่ที่ริมตลิ่งหลังบ้านของเรานี่เอง
ว่าแล้วผมก็ลุกตัดใบเตยริมบ่อสักสี่ห้าใบ ไปต้มกับข้าวโพดดีกว่า เพิ่งได้ข้าวโพดดิบมาด้วย ข้าวโพดต้มน้ำใบเตย มันยิ่งหอมรื่นทวีคูณ
ผมหายไข้แล้วจริง ๆ นะ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี