533.jpg
คุกกลางทะเล ได้ไม่คุ้มเสีย! เจาะลึก เปลี่ยนแท่นร้างเป็นเรือนจำ ฝันที่อาจกลายเป็นภาระ?

คุกกลางทะเล ได้ไม่คุ้มเสีย! เจาะลึก เปลี่ยนแท่นร้างเป็นเรือนจำ ฝันที่อาจกลายเป็นภาระ?

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.49 น.

7 พฤษภาคม 2569 จากกรณีวานนี้ (6 พ.ค.) นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "คุกกลางทะเล" ปรับแท่นขุดเจาะร้าง ขังกลุ่มจีนเทา-นักโทษVIPตัวแสบ โดยเสนอแนวคิดนำ "แท่นขุดเจาะน้ำมันร้างกลางทะเล" เป็นเรือนจำความมั่นคงสูง (SuperMax) ที่เคยเป็นนโยบายหาเสียงของพรรครวมไทยสร้างชาติ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : อรรถวิชช์ ผุดไอเดีย คุกกลางทะเล ปรับแท่นขุดเจาะร้าง ขังจีนเทา-นักโทษ VIP ตัวแสบ)

ล่าสุดวันนี้ เพจเฟซบุ๊ก "EnerGy RevieW" โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า คุก VIP กลางอ่าวไทย! ไอเดีย "เปลี่ยนแท่นร้างเป็นเรือนจำ"


ตอนที่แอดมินได้ยินนโยบายนี้ครั้งแรกช่วงหาเสียงเลือกตั้ง แอดมินคิดว่าเป็นแค่วาทกรรมเรียกกระแส หรือกิมมิคทางการเมืองสีสันแปลกๆ เท่านั้น ไม่คิดเลยว่าวันนี้ ไอเดีย "ดัดแปลงแท่นขุดเจาะปิโตรเลียมร้างกลางทะเล มาทำเป็นเรือนจำ" จะถูกนำมาเสนอซ้ำอย่างเป็นทางการกลางสภาฯ จริงๆ

จริงๆ ก็ต้องเคารพความตั้งใจที่อยากจะแก้ปัญหาความแออัดและปราบปรามอภิสิทธิ์ของกลุ่ม VIP หรือทุนจีนเทา นะครับ แต่แอดมินต้องขออนุญาตแสดงความเห็นครับ เพราะในทางเทคนิค วิศวกรรม และการเงิน ไอเดียที่ฟังดูสะใจนี้ อาจกลายเป็น "ภาระทางงบประมาณ" และ "โศกนาฏกรรม" ของประเทศได้เลย

- การมองว่าบริษัทน้ำมันมีงบรื้อถอนหลายร้อยล้านอยู่แล้ว รัฐจึงน่าจะรับมาทำคุกได้แบบประหยัดๆ... นี่น่าจะเป็นความเข้าใจผิดหรือพูดไม่ครบครับ เพราะหากกรมราชทัณฑ์รับมอบแท่นร้างมา รัฐอาจต้องกลายเป็นผู้รับสภาพหนี้ค่ารื้อถอนมาเป็นของตัวเองทันที เมื่อคุกนี้หมดอายุการใช้งาน รัฐก็อาจต้องควักภาษีเพื่อรื้อถอนมันทิ้งเอง และอย่าลืมว่าการดัดแปลงโครงสร้างเหล็กอายุ 20-30 ปีที่แช่น้ำเค็มมาตลอด ให้กลายเป็นที่พักอาศัยถาวรที่มีระบบความปลอดภัยสูงนั้น "แพงมหาศาล" และยากกว่าการสร้างคุกใหม่บนฝั่งหลายเท่าครับ

- หลายคนตั้งคำถามว่า ที ปตท.สผ. ยังรับโอนแท่นไปใช้ต่อได้เลย? อันนี้ต้องบอกว่า เป้าหมายมันต่างกันราวฟ้ากับเหวครับ เพราะตอน ปตท.สผ. รับโอนแท่น ยอมรับภาระหนี้สินค่ารื้อถอนในอนาคต เพราะเขารู้ว่าแท่นนั้นยังสามารถ "ผลิตปิโตรเลียม" ขึ้นมาขายทำกำไรได้คุ้มค่าเกินต้นทุน แต่เรือนจำกลางทะเลไม่มีรายได้ มีแต่ค่าใช้จ่ายรายวันที่แพงมหาศาล ยิ่งอยู่นาน รัฐก็อาจจะยิ่งขาดทุนหนักจากค่าดูแลบำรุงรักษา

- การดูแลแท่นกลางน้ำเค็มคือ "งานถนัด" ของบริษัทพลังงาน เขามีวิศวกร เทคโนโลยี และ Supply Chain รองรับ แต่สำหรับกรมราชทัณฑ์ การต้องมาดูแลโครงสร้างเหล็กกลางพายุคือภาระที่นอกเหนือความชำนาญ รัฐอาจต้องจ้าง Outsourcing ราคาแพงลิ่วมาดูแลระบบวิศวกรรมแท่นทั้งหมด

- การพาคนไปอยู่บนแท่น 24 ชั่วโมงถึง 300 คน เรื่องที่ต้องคิดคือสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างไฟฟ้า ประปา ซึ่งหากเป็นคุกแล้วก็ต้องคิดว่าจะเอาพลังงานจากไหนมาปั่นไฟใช้เองตลอด 24 ชม. และน่าจะต้องมีระบบกลั่นน้ำทะเลเป็นน้ำจืด ซึ่งกินไฟและค่าซ่อมบำรุงสูงมาก แล้วยังมีเรื่องการขนส่งเสบียง การสับเปลี่ยนกะผู้คุม หรือส่งตัวนักโทษป่วยฉุกเฉิน ที่อาจต้องใช้เรือเฉพาะหรือเฮลิคอปเตอร์เท่านั้น (ค่าฮอเที่ยวละหลักแสนบาท) สรุปแล้วค่าใช้จ่ายในการดูแลนักโทษ 1 คนบนแท่น อาจสูงกว่านักโทษบนฝั่งหลายเท่าตัวเลยนะครับ ...

ต้องไม่ลืมนะครับว่า แท่นที่ถูกปลดระวาง คือโครงสร้างที่เสื่อมสภาพตามกาลเวลา การเอาคน 300 คนไปฝากชีวิตไว้บนเหล็กเก่ากลางทะเล นั่นคือความเสี่ยงมากครับ เช่น กรณีในฤดูมรสุม อ่าวไทยมีคลื่นสูง 3-4 เมตร หากเกิดเหตุจลาจล ไฟไหม้ หรือพายุไต้ฝุ่นเข้า การอพยพเจ้าหน้าที่และนักโทษ 300 คนจากพื้นที่แท่นกลางทะเลไม่ใช่เรื่องง่าย เราไม่สามารถใช้เรือกู้ภัยทั่วไปเข้าประชิดได้ง่ายๆ ในสภาพคลื่นลมแรง ... เสี่ยงมากเลยนะครับ!

แนวคิด "คุกกลางทะเล" ถึงจะฟังดูเด็ดขาดและเป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองที่สะใจ แต่ในมุมมองพลังงานและวิศวกรรม มันคือการ "ได้ไม่คุ้มเสีย" ครับ ส่วนเรื่องความมั่นคงในกระบวนการยุติธรรม รัฐควรไปบังคับใช้กฎหมายให้เด็ดขาดและเท่าเทียมบนฝั่ง จะประหยัดภาษีและปลอดภัยต่อชีวิตคนไทยมากกว่าเยอะครับ!

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top