533.jpg
หมอ เตือน คนที่เกิดก่อน พ.ศ.2535 ควรตรวจเลือดดูไวรัสตับอักเสบบี สักครั้ง รู้เร็ว ลดเสี่ยงมะเร็งตับ

หมอ เตือน คนที่เกิดก่อน พ.ศ.2535 ควรตรวจเลือดดูไวรัสตับอักเสบบี สักครั้ง รู้เร็ว ลดเสี่ยงมะเร็งตับ

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.10 น.

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 นพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ หมอเด็กเฉพาะทางโรคทางเดินหายใจและผู้ป่วยวิกฤต โพสต์เตือนผ่านเพจ หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า ระบุข้อความว่า คนที่เกิดก่อน พ.ศ. 2535ควรไปตรวจเลือดดู“ไวรัสตับอักเสบบี” สักครั้ง รู้เร็ว ป้องกันมะเร็งตับได้นะ...

เพราะประเทศไทยเพิ่งเริ่ม“ฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีในเด็กแรกเกิดแบบทั่วประเทศ” อย่างจริงจังในช่วงประมาณปี พ.ศ. 2535 นั่นแปลว่า…คนที่เกิดก่อนหน้านั้นจำนวนมากอาจ “ไม่เคยได้รับวัคซีนตั้งแต่เกิด” และบางคนอาจติดเชื้อมาโดยไม่รู้ตัวที่สำคัญคือ…ไวรัสตับอักเสบบีสามารถอยู่ในร่างกายได้นานหลายสิบปี โดย “ไม่มีอาการเลย” หลายคนตรวจเจออีกทีตอนเริ่มมีตับแข็งหรือมะเร็งตับแล้ว 


ดังนั้นถ้าเกิดก่อน พ.ศ. 2535โดยเฉพาะถ้าไม่แน่ใจประวัติการฉีดวัคซีนหรือไม่เคยตรวจมาก่อนเลย แนะนำว่า…“ควรตรวจคัดกรองสักครั้ง” ซึ่งตรวจด้วยการเจาะเลือดครับถ้าติดเชื้ออยู่ ปัจจุบันมียาต้านไวรัสดีๆมากมายที่ช่วยคุมเชื้อได้ลดโอกาสเกิดตับแข็งและมะเร็งตับได้มากแต่ถ้ายังไม่ติดเชื้อ แนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันไว้ครับ  เพราะวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีเป็นหนึ่งในวัคซีนไม่กี่ตัวบนโลก ที่ “ช่วยป้องกันมะเร็ง” ได้ด้วยครับ

ซึ่งทาง  นพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ ยังโพสต์อีกว่า มะเร็งตับ ไวรัสตับอักเสบบี ป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน 

มะเร็งตับ จากไวรัส “ตับอักเสบบี” โรคที่เด็กรุ่นใหม่… จะค่อยๆ รู้จักน้อยลงเรื่อยๆ  เพราะวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี คือหนึ่งในวัคซีนที่ช่วย “ป้องกันมะเร็ง” ได้จริง เด็กไทยทุกคนได้รับฟรีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 และปัจจุบัน… หลังลูกคลอด  ก็จะได้รับวัคซีนนี้พร้อมกับวัคซีนบีซีจีที่ป้องกันวัณโรคเลย

ไวรัสตับอักเสบบี คืออะไร? 

เป็นไวรัสที่ทำให้เกิด “ตับอักเสบ”บางคนโชคดีติดแล้วหายเองมีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติแต่บางคนเชื้อจะอยู่ในร่างกายไปตลอดจะเรียกว่าเป็น “พาหะ” นั่นเองยิ่งติดเชื้อตั้งแต่อายุน้อยโอกาสเป็นพาหะก็ยิ่งสูงคนที่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบี ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการอะไรเลยแต่ปัญหาคือ…ไวรัสนี้มันไม่ได้อยู่ในร่างกายเฉยๆวันหนึ่งมันอาจพัฒนาไปเป็นตับแข็ง หรือ มะเร็งตับ ได้

แล้วทำไมวัคซีนถึงสำคัญมาก? 

เพราะเด็กเล็ก โดยเฉพาะ “เด็กแรกเกิด”
ถ้าติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีขึ้นมาโอกาสกลายเป็น “พาหะเรื้อรัง” สูงมากกกกกยิ่งติดเชื้อตั้งแต่อายุน้อยยิ่งมีโอกาสเกิดตับแข็งและมะเร็งตับในอนาคตมากขึ้นดังนั้น…ถ้าป้องกันการติดเชื้อได้ตั้งแต่แรกก็เท่ากับลดความเสี่ยงมะเร็งตับไปได้มหาศาลนี่จึงเป็นเหตุผลว่า“วัคซีนตับอักเสบบี”ถูกจัดเป็นหนึ่งในวัคซีนที่ช่วยป้องกันมะเร็งได้

วัคซีนนี้ฉีดตอนไหนบ้าง?
เด็กทั่วไป จะได้รับตอน
• แรกเกิด
• อายุ 2 เดือน
• อายุ 6 เดือน
แต่ถ้าคุณแม่เป็น “พาหะไวรัสตับอักเสบบี”
ลูกจะต้องฉีดเพิ่มอีก 1 เข็ม ตอนอายุ 1 เดือน
รวมถึงต้องได้รับภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปหลังคลอดด้วย
เพื่อลดโอกาสติดเชื้อจากแม่สู่ลูก

แล้วผู้ใหญ่ที่ไม่เคยฉีดล่ะ?
สามารถฉีดได้ครับ
แต่แนะนำให้ “ตรวจเลือดก่อน”
เพราะบางคนอาจเคยติดเชื้อมาแล้วโดยไม่รู้ตัว
ซึ่งผลตรวจอาจแบ่งได้คร่าวๆ เป็น 3 แบบ

1. เคยติดเชื้อมาแล้ว และหายเอง
→ ร่างกายมีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติแล้ว
→ แบบนี้ “ไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีน” 

2. ติดเชื้อมาแล้ว และยังมีเชื้ออยู่
→ แปลว่ายังเป็น “พาหะไวรัสตับอักเสบบี”
→ กลุ่มนี้ควรตรวจเพิ่มเติมและติดตามกับแพทย์ต่อครับ

3. ไม่เคยติด และไม่มีภูมิ
→ แบบนี้แนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกัน 
โดยทั่วไปจะฉีดทั้งหมด 3 เข็ม ที่
• เดือนที่ 0
• เดือนที่ 1
• เดือนที่ 6

ทุกวันนี้…
เด็กยุคใหม่อาจไม่ค่อยรู้จักโรคนี้แล้ว
ไม่ใช่เพราะโรคมันหายไปเอง
แต่เพราะมี “วัคซีน”
คอยปกป้องพวกเขามาตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก
และนี่คือหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดที่สุดว่า
วัคซีนไม่ได้แค่ป้องกันโรคติดเชื้อ
แต่ช่วยป้องกัน “มะเร็ง” ได้จริงครับ

หากไม่แน่ใจว่าเคยได้รับวัคซีนหรือเคยติดเชื้อมาก่อนหรือไม่
สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจเลือดและประเมินเพิ่มเติมได้เลย

,

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top